Economics

‘ทีเอ็มบี’ ควบรวม ‘ธนชาต’ ยันไม่ปลดพนักงาน พร้อมจัดทัพผู้บริหารใหม่

“ทีเอ็มบี” ควบรวม “ธนชาต” ก้าวขึ้นอันดับ 6 ของอุตสาหกรรมธนาคารพาณิชย์ ยืนยันไม่ปลดพนักงาน คาดกระบวนการแล้วเสร็จปี 2564

นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ทุนธนชาต หรือ TCAP กล่าวในการแถลงข่าวควบรวมระหว่างธนาคารทหารไทย หรือ ทีเอ็มบี กับธนาคารธนชาตว่า ทั้ง 2 ธนาคารมีจุดแข็งที่ดี คือ ธนชาต มีจุดเด่นเรื่องการปล่อยสินเชื่อ ส่วนทีเอ็มบีมีจุดแข็งเรื่องการหาตลาด

ด้านนายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ TCAP กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการควบรวมกิจการระหว่างทีเอ็มบีกับธนาคารธนชาตครั้งนี้ ทีเอ็มบีจะเป็นผู้จัดหาเงินทุน 130,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในธนาคารธนชาตแทนผู้ถือหุ้นเดิม คือ TCAP และสโกเทียแบงก์

ขณะที่ TCAP เมื่อได้เงินจากทีเอ็มบี 80,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าหุ้นแล้ว ทาง TCAP จะนำเงิน 25,000 ล้านบาทมาซื้อหุ้นบริษัทลูกและหุ้นของบริษัทที่ธนาคารธนชาตลงทุนไว้ เช่น บล.ธนชาต บมจ.ราชธานีลิสซิ่ง และธนชาติประกันชีวิต เป็นต้น

นอกจากนี้ TCAP จะใช้เงินอีก 45,000 ล้านบาท ซื้อหุ้นเพิ่มทุนของทีเอ็มบีเท่ากับว่า TCAP จะเหลือเงินสดจากธุรกรรมดังกล่าวประมาณ 11,000 ล้านบาท ส่วนชื่อธนาคารใหม่ภายหลังการควบรวมต้องไปปรึกษาหารือกันอีกครั้งว่าจะใช้ชื่อใดอย่างเป็นทางการ

นายประพันธ์ อนุพงษ์องอาจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต กล่าวว่า การควบรวมกิจการของทั้ง 2 แห่ง จะต้องจัดกระบวนทัพด้านบุคลากรใหม่ โดยเริ่มตั้งแต่ผู้บริหารระดับCEO ลงมา ซึ่งขณะนี้จะยังไม่มีการปลดพนักงาน เพราะพนักงานถือเป็นทรัพยากรบุคคลของบริษัท

ภายหลังการควบรวมกิจการแล้ว จะทำให้ธนาคารแห่งใหม่มีสินทรัพย์รวมกันเกือบ 2 ล้านล้านบาท ฐานลูกค้าประมาณ 10 ล้านคน มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของอุตสาหกรรมธนาคารพาณิชย์ และมีพนักงานรวมกัน 19,000 คน ซึ่งคาดว่าการควบรวมกันจะเสร็จปี 2564

ขณะที่นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี กล่าวว่า ภายหลังการควบรวมแล้ว โครงสร้างของผู้ถือหุ้นจะเปลี่ยนไป โดยมีกลุ่มไอเอ็นจี ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 21.3 % รองลงมา คือ TCAP ถือหุ้น 20.4 % กระทรวงการคลังถือหุ้น 18.4 % และ สโกเทียแบงก์ ถือหุ้น 5.6 % ที่เหลืออีก 34.3 % เป็นผู้ลงทุนรายย่อย

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team