Business

‘พาณิชย์’ หนุนลดดอกเบี้ยช่วยส่งออก เตือนจับตา ‘สงครามค่าเงิน’

“พาณิชย์”เผยแบงก์ชาติลดดอกเบี้ย ทำให้เงินบาทเริ่มอ่อนค่า ส่งผลดีต่อการส่งออกที่จะมีรายได้เข้ามามากขึ้น สินค้าไทยแข่งขันได้ดีขึ้น และรายได้กระจายลงสู่ภาคเกษตร การผลิต การจ้างงาน ย้ำยังวางใจไม่ได้ ต้องทำประกันความเสี่ยง เหตุยังมีความผันผวนทั้งจากสงครามการค้า และสงครามการเงิน ที่ล่าสุดจีนหันมาเล่นเรื่องค่าเงิน

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.75% ต่อปี มาอยู่ที่ 1.50% ต่อปี  เป็นครั้งแรกในรอบ 52 เดือน นับจากเดือนเมษายน 2558 นั้น ส่งผลให้แรงกดดันต่อการแข็งค่าของเงินบาทลดลง และเงินบาทน่าจะเคลื่อนไหวในทิศทางที่อ่อนตัวลง ประกอบกับมาตรการเพื่อเฝ้าระวังเงินทุนไหลเข้าระยะสั้นที่ออกมาก่อนหน้านี้ จะเป็นอีกกลไกหนึ่งเพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินให้สอดคล้องกับสภาพปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

“แนวโน้มค่าเงินบาทที่เริ่มอ่อนค่าลง จะส่งผลทางตรงให้รายได้จากการส่งออกในรูปเงินบาทปรับตัวดีขึ้นจากระยะก่อน และมีผลทางอ้อมสนับสนุนให้สินค้าส่งออกของไทยการแข่งขันได้ดีขึ้น ส่งผ่านต่อเนื่องไปถึงเศรษฐกิจในประเทศ ภาคการเกษตร ภาคการผลิต และเพิ่มการจ้างงาน”

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอนของข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐ กับจีน และสถานการณ์อื่นๆ ที่อาจทำให้ค่าเงินยังมีความผันผวน โดยผู้ส่งออกควรพิจารณาทำประกันความเสี่ยง และจูงใจให้ผู้นำเข้าทำสัญญาระยะยาวเพื่อเป็นหลักประกันการซื้อขาย เพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ไม่คาดคิด

น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า ล่าสุดธนาคารกลางจีนได้ทยอยปรับอัตรากลางเงินหยวนตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ซึ่งส่งสัญญาณว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน เริ่มขยายวงกว้างไปสู่สงครามการเงิน และส่อเค้ายืดเยื้อไปอีกพักใหญ่ แม้ว่าธนาคารกลางจีนออกแถลงการณ์ปฏิเสธการจัดการค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการส่งออก และให้เหตุผลว่าค่าเงินหยวนสอดคล้องกับอุปสงค์อุปทานและพื้นฐานของเศรษฐกิจจีนก็ตาม

ค่าเงินหยวนมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอัตรากลางเท่ากับ 7.0039 หยวนต่อดอลลาร์  ซึ่งนับว่าอ่อนค่าที่สุดในรอบกว่า 10 ปี  และเป็นครั้งแรกที่ค่ากลางทะลุระดับ 7.0 ซึ่งเป็นแนวต้านที่ธนาคารกลางเฝ้าระวังและกำกับดูแลมาตลอด

“การที่เงินหยวนอ่อนค่า ทำให้สินค้าจีนมีราคาถูกลงโดยเปรียบเทียบ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถทางการแข่งขันของประเทศคู่แข่งรวมถึงไทย ในตลาดสหรัฐ และตลาดที่ 3”

อย่างไรก็ตาม การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังส่งผลต่อเงินเฟ้อ เพราะปัจจุบันเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมาย ส่งผลให้ปริมาณเงินเพื่อการหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่ออุปสงค์การบริโภค และทำให้เงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้ เมื่อรวมผลกระทบจากผลทางด้านรายได้จากการส่งออกที่มากขึ้น และราคานำเข้าที่สูงขึ้น เชื่อว่าทิศทางเงินเฟ้อน่าจะปรับสูงขึ้น หากปัจจัยอื่นคงที่

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team