Business

รถแท็กซี่เฮ!! ‘ศักดิ์สยาม’ ไฟเขียวขึ้นค่าโดยสาร – แก้กม.ให้ ‘แกร็บ’ ภายใน 1 เดือน

“ศักดิ์สยาม” ไฟเขียวขึ้นค่าโดยสาร “แท็กซี่” 10% เพิ่มค่าขนสัมภาระและค่าเซอร์ชาร์จ 20 บาท พร้อมเปิดทางแก้กฎหมายให้ “แกร็บ” วิ่งถูกต้อง สั่ง “กรมการขนส่งฯ” ต้องเสร็จภายใน 1 เดือน

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังหารือกับตัวแทนผู้ประกอบการรถแท็กซี่ วันนี้ (7 ส.ค.) ว่า ที่ประชุมร่วมฯ ได้เปรียบเทียบต้นทุนค่าบริการรถแท็กซี่ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และผู้ประกอบการรถแท็กซี่ จนได้ตัวเลขเป็นที่ยอมรับของทั้ง 2 ฝ่าย และเห็นว่าควรต้องมีการปรับขึ้นค่าโดยสารตามอัตราดังนี้

ระยะทาง 1 กิโลเมตรแรก อัตรา 35 บาทต่อเที่ยวเท่าเดิม

กิโลเมตรที่ 1-10 เพิ่มขึ้น 1 บาท จาก 5.50 บาทต่อกิโลเมตร เป็น 6.50 บาทต่อกิโลเมตร

กิโลเมตรที่ 10-20 เพิ่มขึ้น 50 สตางค์ จาก 6.50 บาทต่อกิโลเมตร เป็น 7 บาทต่อกิโลเมตร

กิโลเมตรที่ 20-40 เพิ่มขึ้น 50 สตางค์ จาก 7.50 บาทต่อกิโลเมตร เป็น 8 บาทต่อกิโลเมตร

กิโลเมตรที่ 40-60 เพิ่มขึ้น 50 สตางค์ จาก 8 บาทต่อกิโลเมตร เป็น 8.50 บาทต่อกิโลเมตร

กิโลเมตรที่ 60-80 อยู่ที่ 9 บาทต่อกิโลเมตรเท่าเดิม

กิโลเมตรที่ 80 ขึ้นไป อยู่ที่ 10.50 บาทต่อกิโลเมตรเท่าเดิม

สำหรับช่วงเวลาที่รถติด วิ่งได้ไม่เกิน 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น ปัจจุบันรถแท็กซี่ธรรมดาจะเก็บค่าโดยสารในอัตรา 2 บาทต่อนาทีและแท็กซี่ VIP จะเก็บอัตรา 3 บาทต่อนาที แต่ต่อไปนี้ก็จะให้เก็บค่าโดยสารช่วงรถติด 3 บาทต่อนาทีเท่ากันหมด ซึ่งกลุ่มแท็กซี่ก็ยินดี

ด้านอัตราค่าบริการรถแท็กซี่ในสนามบิน (Surcharge) ก็ให้ปรับเพิ่มขึ้น จากเดิมรถแท็กซี่ธรรมดาจะเก็บที่ 50 บาทต่อเที่ยว เพิ่มเป็น 70 บาทต่อเที่ยว และรถแท็กซี่ขนาดใหญ่ (รถ Van) จาก 70 บาทต่อเที่ยว เป็น 90 บาทต่อเที่ยว พร้อมให้เพิ่มการจัดเก็บค่าขนส่งสัมภาระขนาด 26 นิ้วขึ้นไป โดย 2 ชิ้นแรกฟรี ส่วนชิ้นที่ 3 เป็นต้นไป จะเก็บค่าบริการชิ้นละ 20 บาท

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะประสานบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อออกประกาศการจัดเก็บค่า Surcharge อัตราใหม่และค่าขนส่งสัมภาระให้ชัดเจนต่อไป โดยยืนยันว่าการเก็บค่าสัมภาระดังกล่าวเป็นเรื่องปกติ ในต่างประเทศก็มีการเก็บค่าบริการนี้

สำหรับโครงการแท็กซี่ O.K. ของกรมการขนส่งฯ ซึ่งผู้ประกอบการรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการต้องมีค่าใช้จ่าย 350 บาทต่อเดือนนั้น นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ที่ประชุมฯ เห็นว่าควรยกเลิกโครงการแท็กซี่ O.K ทั้งหมด แล้วจะสร้างแอพพลิเคชั่นหรือเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมาจัดระเบียบและควบคุมคุณภาพรถแท็กซี่แทน ซึ่งผู้ประกอบการรถแท็กซี่ก็ยอมเข้าระบบดังกล่าว

ขณะเดียวกันได้ปลดล็อกกลุ่มแท็กซี่ VIP ซึ่งเดิมจะต้องจดทะเบียนในนามนิติบุคคลเท่านั้น แต่ต่อไปก็สามารถนำรถแท็กซี่ส่วนบุคคลมาวิ่งให้บริการได้ด้วย ถ้าหากรถดังกล่าวได้มาตรฐานแท็กซี่ VIP

นอกจากนี้ กรมการขนส่งฯ จะต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อเปิดทางให้รถยนต์ส่วนบุคคล (รถป้ายดำ) เช่น แกร็บคาร์ (Grab Car) มาวิ่งให้บริการประชาชนได้อย่างถูกกฎหมายเหมือนรถแท็กซี่ แต่รถป้ายดำก็ต้องอยู่ในมาตรฐานเดียวกันและต้องเสียภาษีด้วย อย่างไรก็ตามยอมรับว่า อัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ทั่วไปและรถป้ายดำจะมีโครงสร้างค่าโดยสารที่แตกต่างกัน

“ที่เรากำลังทำ เราลดความเหลื่อมล้ำ พยายามให้ประชาชนมีโอกาส เหมือนมีสหกรณ์แท็กซี่เพิ่มมากอีกอันนึง ด้านราคาก็ให้แข่งกัน” นายศักดิ์สยามกล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ โดยกรมการขนส่งฯ เห็นชอบให้รถแท็กซี่ขยายอายุจาก 9 ปี เป็น 12 ปี แต่กรมการขนส่งฯ จะต้องตรวจคุณภาพรถแท็กซี่ทั้งหมดให้ได้มาตรฐาน ถ้าหากตรวจพบว่า รถไม่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะอายุ 1 ปี หรือเท่าไหร่ก็ต้องหยุดให้บริการทันที เพราะกระทรวงคมนาคมคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ถ้าหากกรมการขนส่งฯ ปล่อยให้รถที่ไม่ผ่านเกณฑ์ออกไปวิ่ง ก็จะต้องรับผิดชอบ

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า กรมการขนส่งฯ จะต้องนำเรื่องต่างๆ ในที่ประชุมไปดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน หรือภายในวันที่ 8 กันยายน 2563 ทั้งเรื่องการออกแอพพลิเคชั่นใหม่เพื่อจัดระเบียบรถแท็กซี่ป้ายเหลือง การปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร การแก้ไขกฎหมายรองรับแกร็บ และอื่นๆ ทั้งหมด

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การปรับขึ้นค่าโดยแท็กซี่ครั้งนี้คิดเป็นอัตราเฉลี่ย 10% โดยกรมการขนส่งฯ จะต้องเสนออค่าโดยสารอัตราใหม่ มาให้นายศักดิ์สยาม ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมลงนามต่อไป

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE