Business

‘ซีพีเอฟ’ เริ่มบทใหม่ หนุนสตาร์ทอัพ ระดับ ‘แม่ไก่’ ชิมลาง ร่วมทุน ดัคกาลบี้ ปั้น’วอคสเตชั่น’

สตาร์ทอัพไทย ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก Techsauce Startup Report 2018 เผยว่า ในปี 2560 มีสตาร์ทอัพไทย 31 ราย ได้รับทุนรวมกัน 10.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนในปี 2561 มีสตาร์ทอัพไทย 35 รายที่ได้รับทุนรวมกัน 61.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และปีนี้คาดว่ามูลค่าการร่วมทุนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ก็มองเห็นถึงโอกาสและความสามารถของสตาร์ทอัพไทย เช่นกัน ตามแนวคิดของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ต้องการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ เห็นได้จากในองค์กรของซีพีเอง ได้ให้การสนับสนุนคนรุ่นใหม่ผ่านโครงการ “เถ้าแก่” เริ่มตั้งแต่เถ้าแก่เล็ก ทั้งคนในองค์กรและภายนอก โดยเฉพาะนักศึกษามหาวิทยาลัยจบใหม่

ล่าสุด ซีพีเอฟ ได้ประเดิมการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หรือสตาร์ทอัพ รายแรกในธุรกิจร้านอาหาร นั่นคือ การเข้าร่วมทุนกับบริษัท ดัค กาลบี้ กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารเกาหลี “Dak Galbi” โดยถือหุ้น 40% ใช้เงินลงทุน 55 ล้านบาท

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ปัจจุบันซีพีเอฟวางเป้าหมายจะเข้าร่วมสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ซึ่งมีหลากหลายระดับ

ทั้งนี้ ในมุมมองของซีพีเอฟ จะแบ่งระดับสตาร์ทอัพออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับตู้ฟัก หรือเริ่มต้น ส่วนใหญ่ยังเป็นระดับแนวคิดหรือไอเดีย, ระดับลูกเจี๊ยบที่มีคอนเซ็ปต์ธุรกิจชัดเจนและเริ่มก่อร่างสร้างตัว และ ระดับแม่ไก่ คือสตาร์ทอัพที่ดำเนินธุรกิจมาแล้วระยะหนึ่งและมีโอกาสขยายตัวสูง ซึ่งซีพีเอฟ จะเน้นการร่วมลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพระดับแม่ไก่ เป็นหลัก

สำหรับการร่วมลงทุนกับบริษัท ดัค กาลบี้ กรุ๊ป จำกัด จะเริ่มจากการร่วมกันปั้นธุรกิจ “วอค สเตชั่น” (Wok Station) โดยหลังจากการสนับสนุนดังกล่าว ดัคกาลบี้กรุ๊ป ได้เริ่มขยายเชนร้านอาหาร WOK Station ในสไตล์เอเชียนสตรีทฟู้ดแล้ว 3 สาขา โดยมีสาขาต้นแบบหรือ แฟลกชิพสโตร์ ที่ 101 ทรู ดิจิทัลพาร์ค ถนนสุขุมวิท101 และตั้งเป้าจะเปิดให้ครบ 10 สาขาภายในปี 2562 นี้

การเข้ามาร่วมลงทุนของซีพีเอฟ จะช่วยในการเข้าถึงเทคโนโลยี ระบบริหารจัดการ องค์ความรู้ เครือข่าย เงินทุน และทรัพยากรต่างๆ รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากทีมงานมืออาชีพของซีพีเอฟ ซึ่งจะช่วยให้สตาร์ทอัพกลุ่มนี้ สามารถใช้ศักยภาพที่มีในการขยายงานและพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง เติบโตสู่การเป็นเจ้าของเชนร้านอาหารระดับโลก (Global Chain Restaurant) ได้ในอนาคต

สำหรับ บริษัท ดัค กาลบี้ กรุ๊ป จำกัด เกิดขึ้นในปี 2554 จากกลุ่มสตาร์ทอัพ 4 คนที่มีวัยเพียง 20-23 ปีในขณะนั้น ได้เริ่มต้นดำเนินธุรกิจร้านอาหารเกาหลี (Real Time Cooking) ในชื่อร้าน “Dak Galbi” จากเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของร้านอาหารและความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แบรนด์ “Dak Galbi” เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคไทย และสามารถขยายร้านได้ถึง 10 สาขา ภายในระยะเวลาเพียง 8 ปี

“ความแตกต่างของร้าน WOK Station คือ การเป็นอาหารรูปแบบร้านตามสั่ง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ตามใจสั่ง” ด้วยการให้บริการปรุงอาหารสดตามความต้องการของลูกค้า ที่มีวัตถุดิบให้เลือกกว่า 20 รายการ ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกสั่งได้เฉพาะสิ่งที่อยากทาน มีความสนุกสนานในการสั่งอาหาร ให้เลือกได้ทั้งแบบตามใจสั่งและสั่งตามสูตร”นางปรียาวรรณ ตันตสุรฤกษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ดัค กาลบี้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวเพิ่มเติม

นางปรียาวรรณ กล่าวต่อว่า ว่า การร่วมงานกับ ซีพีเอฟ ช่วยให้ทีมงานดัคกาลบี้ได้รับการสนับสนุนต่างๆ ทั้งในเรื่องของบุคลากร ความเชี่ยวชาญ กระบวนการและระบบการบริหารจัดการที่ทันสมัย รวมทั้งเครือข่ายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้สามารถกำหนดทิศทางการเติบโต กลยุทธ์ และแผนในการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนมากขึ้น

นอกจากตลาดในประเทศที่ปีนี้ตั้งเป้าจะเปิด Wok Station เพิ่มเป็น 10 สาขา และมีแผนสยายสาขาต่อเนื่องไม่เฉพาะในประเทศเท่านั้น โดยมีแผนจะเปิดสาขาในประเทศจีนประมาณปี 2563 นี้ที่เซี่ยงไฮ้ ทำให้ซีพีเอฟต้องเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นจาก 40% เป็น 60% ในปีหน้า เพื่อเพิ่มเงินลงทุนขยายธุรกิจ ขณะที่ปีนี้วางเป้าหมายรายได้ 200 ล้านบาท

ร้าน “WOK Station” ยังมีระบบปฏิบัติการหลังบ้าน (Backdoor) ที่ใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยทั้งการจัดส่งวัตถุดิบ การสั่งอาหาร หรือ การจ่ายเงินในลักษณะ Cashless ไม่จำเป็นต้องมีเงินสดในร้านสาขา ตลอดจนระบบส่งอาหารถึงบ้าน ฯลฯ คอยสนับสนุนการบริหารร้านอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นร้านอาหารแบบ ฟู้ด เชน ในระดับประเทศและระดับภูมิภาคต่อไป

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT