CEO INSIGHT

4 ปัจจัยที่คอกาแฟ ยก ‘คาเฟ่ อเมซอน’ เป็นเบอร์ 1

อันดับ 1 ของยอดขายกาแฟ ตอนนี้ต้องยกให้กาแฟแบรนด์ไทยอย่าง “คาเฟ่ อเมซอน” ที่มียอดขายทะลุไปที่ 225 ล้านแก้วต่อปี สิ้นปี 2561 หรือเฉลี่ยสาขาละ 280 แก้วต่อวัน สิ้นสุดปี 2562 คาดว่าจะพุ่งไปถึง 230 ล้านแก้ว เติบโต 10%  ยังก้าวต่อไปอีกไม่หยุด วันนี้ คาเฟ่ อเมซอน กลายเป็น “Touch Point”  ของปตท.ที่คนสัมผัสได้

อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์  ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  และประธานกรรมการ บริษัท น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR บอกว่า เราใช้เวลาถึง 17 ปี ล้มลุกคลุกคลาน กว่าจะสร้างให้ แบรนด์ คาเฟ่ อเมซอน ติดตลาด

ทั้งหมดไม่ได้แค่ต้องการเป็นแค่คนขายกาแฟ แต่มีวิจัยพัฒนา รวมถึงสำรวจตลาดผู้บริโภค เพื่อหาทางทำให้กาแฟของเรา เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ ไล่เรียงปัจจัยที่ทำให้กาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ติดตลาด เขา วิเคราะห์ว่า ปัจจัยแรก คือ รสชาติของกาแฟ ที่เราตั้งใจผสมผสานทั้งกลิ่นจากกาแฟพันธุ์ อราบิก้า และรสชาติ จากพันธุ์โรบัสต้า ที่ลงตัว เหมาะกับคอกาแฟเอเชีย ที่ชื่นชอบรสชาติเข้มข้น และการคั่วที่เป็นสูตรเฉพาะจากโรงคั่วมาตรฐานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่สำคัญเมนูกาแฟต่างๆของเราพัฒนารสชาติใหม่ๆทุก 3 เดือนให้ลูกค้าลิ้มลอง

เราใช้เวลาถึง 17 ปี ล้มลุกคลุกคลาน กว่าจะสร้างให้ แบรนด์ คาเฟ่ อเมซอน ติดตลาด

ปัจจัยที่สอง คือราคาที่คนเข้าถึงได้ หรือประมาณ 60-70 บาทต่อแก้ว ไม่ถึงหลักร้อย ปัจจัยที่สาม ก็คือ บรรยากาศสีเขียวที่ผ่อนคลาย แบบGreen Oasis” และปัจจัยสุดท้าย ก็คือการมีสาขาจำนวนมากถึง 2,850 สาขา (ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562) ทำให้เข้าถึงผู้คนได้ง่าย

และเรายังเป็นร้านกาแฟที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมด้วย ตั้งแต่การปลูกกาแฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยได้ร่วมทำงานกับ มูลนิธิโครงการหลวง ตั้งแต่ปี 2557 เพื่อดำเนิน “โครงการวิจัยและพัฒนาการปลูกและการผลิตกาแฟในระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกาแฟ ไปพร้อมกับการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ และยังได้ร่วมกับกรมพัฒนาที่ดินนำเนื้อของเมล็ดกาแฟที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ มาทำเป็นปุ๋ยธรรมชาติกลับไปให้เกษตรกรผู้ปลูกใช้ ลดต้นทุนการผลิต และลดการใช้ปุ๋ยเคมี

จากการปลูกที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาถึง ผลิตภัณฑ์ของเราในร้าน อรรถพล เล่าว่า ก็มาจากพลาสติกย่อยสลายได้ เช่น แก้วร้อน แก้วเย็น และหลอด ที่ผลิตจากไบโอพลาสติก สามารถย่อยสลายได้โดยการฝังกลบ 180 วัน

พร้อมกับส่งเสริมการนำกลับมาใช้ใหม่ ตามหลักธุรกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ หรือ “คาเฟ่ อเมซอน เซอร์คูล่า ลิฟวิ่ง” (Cafe Amazon Circular Living) เริ่มต้นที่สาขา พีทีที สเตชัน สามย่าน เป็นร้านกาแฟแห่งแรกของคาเฟ่ อเมซอน ที่มีความพิเศษ เพราะวัสดุตกแต่งในร้าน ทำจากวัสดุรีไซเคิล เช่น ผนังตกแต่งร้านรูปนกแก้วมาคอร์ ทำจากแก้วกาแฟพลาสติกโพลีโพรพิลีน ของคาเฟ่ อเมซอน กว่า 5,000 ใบ โต๊ะ และชั้นผลิตจากเยื่อกาแฟ (Coffee Chaff) ชุดเก้าอี้โซฟา ผลิตจากขยะขวดน้ำดื่มเพ็ท จำนวน 1,200 ขวด กระถางสวนแนวตั้ง ผลิตจากแกลลอนนมพลาสติกที่ใช้ภายในร้านคาเฟ อเมซอน กว่า 6,300 ขวด เป็นต้น

นอกจากนี้การช่วยเหลือด้านสังคมอื่น คาเฟ่ อเมซอน ก็ไม่ละเลย โดยเปิดให้กลุ่มผู้พิการทางการได้ยิน เป็นพนักงานในร้าน ปัจจุบันมี 2  สาขาที่ สำนักงานอธิการบดี และคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  เปิดโอกาสให้เขาสามารถเป็นเจ้าของร้านได้ในอนาคต โดยเราได้ปรับเปลี่ยนกรรมวิธีการทำงานและการสั่งซื้อ รวมทั้งใช้นวัตกรรมใหม่ มาอำนวยความสะดวกให้เขา และเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นอย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราทำนั้น จะอยู่บนหลัก “ยั่งยืน” เสมอ คือ ร้านต้องยืนอยู่ได้ เช่น “คาเฟ่ อเมซอน เซอร์คูล่า ลิฟวิ่ง” ที่แต่ละสาขาต้องมีการลงทุนเพิ่ม เนื่องจากผลิตภัณฑ์จากการรีไซเคิล ยังมีต้นทุนสูง เราก็กำลังพัฒนาให้มีราคาลดต่ำลง เพื่อให้เจ้าของร้านซื้อหามาใช้ในสาขาได้ และเชื่อว่าหากต้นทุนเหมาะสม ก็จะเกิดความต้องการ เพราะคอนเซปต์รักษ์โลกเป็นเรื่องที่ใครๆก็ต้องการสนับสนุน

ส่วนขนมที่จำหน่ายในร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอน ล้วนเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่เข้าไปช่วยพัฒนาให้เขามีมาตรฐาน และสามารถจำหน่ายในปริมาณมากตามคำสั่งซื้อได้

คาเฟ่ อเมซอน เดินมาในแนวทางนี้ได้ อรรถพล ย้ำว่า เราไม่ได้ต้องการแค่เปิดเคาท์เตอร์ และขายกาแฟเท่านั้น แต่ต้องการ สร้าง Value for Money ให้เป็นกาแฟ ที่คนไทยเข้าถึงได้ สัมผัสได้ และ เป็น Best Quality ด้วย

“ไม่ได้มองแค่ยอดขายไปวันๆ แต่ต้องการให้คนรัก และรู้สึกดีกับคาเฟ่ อเมซอน เราต้องการผูกพันกับลูกค้าที่ชื่นชอบเรา ทั้งคนเก่าและคนใหม่ นอกจากรสชาติที่ดี และราคาที่คนเข้าถึงง่ายแล้ว จึงมีสิ่งเพิ่มเติมมากมายในคาเฟ่ อเมซอน เพื่อตอบแทนคืนสู่สังคม ทำให้เราเติบโต  ก้าวอย่างไปอย่างยั่งยืน ให้เราเป็นที่ ถูกใจ และได้ใจ”

ท่ามกลางการแข่งขันดุเดือด จากแบรนด์กาแฟนอก อรรถพล เชื่อว่าตลาดในไทยยังขยายตัวได้อีกมาก เพราะยอดการบริโภคกาแฟของคนไทยยังไม่สูง เมื่อเทียบกับหลายประเทศ หรือ 1.1 กก.ต่อคนต่อปี แม้จะขยับขึ้นมาแล้ว แต่ก็ไปได้อีก ยกตัวอย่างสปป.ลาว บริโภคกาแฟ 1.4 กก.ต่อคนต่อปี ดังนั้นตลาดภายในประเทศยังขยายตัวได้

ปัจจุบันมีผู้สนใจนำร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ไปขยายเพิ่ม คิดแล้วมีการเปิดสาขาทุกวัน หรือ วันละ 1.5 แห่ง หรือ ประมาณ 450 สาขาต่อปีในปี 2561 และปีนี้ก็น่าจะใกล้เคียง ซึ่งกว่าครึ่งเราปฏิเสธไป เพราะต้องดูความเหมาะสมของพื้นที่ และทำเลด้วย เพื่อไม่ให้แข่งกันเองมากเกินไป

จะไปให้ถึง Global Brand อย่างที่ประกาศไว้ใน 10 ปีหรือไม่ อรรถพล ไม่ตอบ แต่เขาบอกได้ว่า ต้องไล่สเต็ปจาก “Asean Brand” ก่อน แต่คงไม่ยาก เพราะตอนนี้คาเฟ่ อเมซอน ไปประกาศศักดาไว้ 9 ประเทศแล้ว ทั้ง มาเลเซีย โอมาน สิงคโปร์ เมียนมา ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น สปป.ลาว และกัมพูชา ที่ได้รับการตอบรับสูงมากที่สุดในเวลานี้ มียอดขายสูงถึง 500 แก้วต่อวันต่อสาขา จาก 120 สาขาที่มีอยู่ จากสาขาทั้งหมดในต่างประเทศ 210 แห่ง  เพราะที่นั่นชื่นชอบคาเฟ่ อเมซอนมาก และเรากำลังจะไปบุกตลาดกาแฟ ที่ได้ชื่อว่าปราบเซียน อย่างเวียดนามในอีกไม่กี่เดือน “คิดว่าสู้ได้ ไม่กลัวเลย” เพราะเรากำลังก้าวไปสู่สเต็ปแรก “Asean Brand” ในเร็ววัน

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB