ดูหนังออนไลน์
Politics

ชี้ ‘แพรวา’ ต้องจ่ายเยียวยา 41 ล้านบาทเตือนเกินกรอบเวลาลุยยึดทรัพย์!

“รมว.ยุติธรรม” ชี้ “แพรวา” ต้องจ่ายเยียวยารวม 41 ล้านบาท ระบุหากเกินกรอบเวลา 28 ส.ค. เข้าสู่ขั้นตอนการสืบทรัพย์บังคับคดีได้ทันที

ภาพจากกระทรวงยุติธรรม

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายกรศุทธิ์ ขอพ่วงกลาง ผอ.ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทีมทนายฝ่ายโจทก์ ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการหารือ เพื่อหาทางออกในคดีแพรวา 9 ศพ และเร่งรัดให้ผู้เสียหายได้ประโยชน์โดยเร็ว

รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมกับศูนย์นิติศาสตร์ ได้มีการหารือร่วมกันเพื่อรับทราบแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับคดีดังกล่าว พบว่า จำเลยได้มีการตกลงเยียวยาผู้เสียหายบางส่วนไปก่อนมีคำพิพากษาศาลฎีกา ทำให้ปัจจุบันเหลือผู้เสียหายที่เป็นโจทก์จำนวน 25 ราย ส่วนมีจำเลย 4 ราย ตามคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 นั้นได้มีการส่งคำบังคับให้จำเลยทั้ง 4 รายรับทราบแล้ว

โดยศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1 – 3 ร่วมกันชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์รวมเป็นเงินประมาณ 21.9 ล้านบาท และให้จำเลยที่ 4 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1-3 จำนวน 2.8 ล้านบาท รวมค่าเสียหายที่จำเลยทั้งสี่ต้องร่วมกันชำระประมาณ 25 ล้านบาท ซึ่งจะต้องชำระพร้อมดอกเบี้ย ในอัตรา 7.5%ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2553 (วันเกิดเหตุ) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ เมื่อคำนวณเงินค่าเสียหายรวมดอกเบี้ยจนถึงปัจจุบันจำเลยทั้งสี่จะต้องชำระหนี้รวมเป็นเงินประมาณ 41 ล้านบาท

“ศาลฎีกามีคำสั่งและส่งคำบังคับให้จำเลยทั้งสี่คนตามภูมิลำเนาของจำเลย ซึ่งจำเลยที่ 2 และ 4 มีการปิดหมายคำสั่งเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2562 ส่วนจำเลยที่ 1 และ 3 มีการปิดหมายคำสั่งเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2562 หลังจากปิดหมายแล้วจะนับไปอีก 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดที่หมายบังคับคดีมีผลในวันที่ 28 กรกฎาคม 2562 โดยจำเลยจะต้องเริ่มดูแลชดใช้เงินเยียวยาให้โจทก์ภายใน 30 วัน หรือภายในวันที่ 28 สิงหาคม 2562 หากจำเลยไม่ชดใช้เงินค่าเสียหายให้โจทก์ภายในระยะเวลาดังกล่าว จะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนที่ทนายโจทก์ขอศาลออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อให้มีอำนาจสืบทรัพย์ และเมื่อได้ทรัพย์แล้วจะตั้งเรื่องให้กรมบังคับคดียึดทรัพย์เพื่อประกาศขายทอดตลาด ในเบื้องต้นเราจะดำเนินการตามโรดแมปโดยรอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายภายในวันที่ 28 สิงหาคม 2562 ก่อน หากไม่เป็นไปตามนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการสืบทรัพย์บังคับคดี” รมว.ยุติธรรม กล่าว

สำหรับกระบวนการบังคับคดี ซึ่งโจทก์ได้มอบให้ศูนย์นิติศาสตร์ฯเป็นผู้แทนในการดำเนินการ ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายเป็นค่าจ้างทนายความ ค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีในชั้นบังคับคดีผ่านกองทุนยุติธรรม พร้อมทั้งได้ตั้งนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ประสานงานกลางระหว่างโจทก์และกระทรวง ด้านสำนักงานยุติธรรมจังหวัดจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียหายที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดต่างๆ เพื่อยื่นคำขอรับการสนับสนุนจากกองทุนยุติธรรม และช่วยติดตามแจ้งความคืบหน้าการดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ให้ผู้เสียหายได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หากจำเลยไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ก็จะมีการยื่นขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี ซึ่งกรมบังคับคดีจะสามารถดำเนินการยึดทรัพย์ได้ทันที

ด้านนายกรศุทธิ์ กล่าวว่า หลังศาลฎีกามีคำพิพากษายังไม่ได้รับการติดต่อโดยตรงจากทนายจำเลย ซึ่งในส่วนของโจทก์ก็ไม่ต้องการเจรจา แต่ต้องการให้จำเลยปฏิบัติตามกฎหมาย ตามขั้นตอนการบังคับคดีตามกฎหมาย ส่วนเงินจำนวน 5 แสนบาทที่ราชสกุล “เทพหัสดินฯ” ช่วยนั้น นายกรศุทธิ์ กล่าวว่า พวกโจทก์ไม่ต้องการ แต่ถ้าต้องการบริจาคจริงๆ ก็ต้องทำเอกสารระบุให้ชัดเจนว่าบริจาคเพื่ออะไร โดยต้องไม่ใช่การไกล่เกลี่ยหรือการชำระหนี้แทนจำเลย

ภาพจากกระทรวงยุติธรรม

 

The Bangkok Insight Editorial Team