Business

อสังหาวอนรัฐบาลใหม่ ผ่อนปรนมาตรการคุมสินเชื่อ ชี้แนวราบยังเป็นเรียลดีมานด์ ไม่เก็งกำไร

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มั่นใจบ้านแนวราบยังเป็นกลุ่มผู้ซื้ออยู่จริง ดันยอดขายครึ่งปีแรก 62 โต ฝากรัฐบาลใหม่ดันนโยบายบูมธุรกิจอสังหาฯ ปลดล็อคเงื่อนไข เพิ่มกำลังซื้อสู่ตลาด

ไชยยันต์ ชาครกุล

นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหารบริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (LALIN) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงครึ่งปีแรก 2562 ยังมีอัตราการเติบโตอยู่ในเกณฑ์ชะลอตัว โดยเฉพาะคอนโดที่ลดลงรุนแรง เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นตลาดผู้ซื้อเพื่อการลงทุน ขณะที่บ้านแนวราบทรงตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการกำกับดูแลสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ทำให้การซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อลงทุนลดลง นอกจากนี้ยังส่งผลให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อ เพราะไม่มั่นใจว่าจะขอสินเชื่อได้หรือไม่

สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของบริษัท ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม ผู้ซื้อบ้านหลังแรก โดยยอดขายของบริษัทในครึ่งปีแรกของปี 2562 อยู่ที่ 3,100 ล้านบาท เทียบเท่ากับ 58% ของยอดตามแผนประจำปี 2562 ทั้

ขณะที่ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยหลังจัดตั้งรัฐบาลนั้น หากย้อนไปดูนโยบายของพรรคแกนนำทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ ต่างก็มีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์ทั้งทางตรงทางอ้อม โดยพรรคพลังประชารัฐ ประกาศสานต่อโครงการบ้านล้านหลังที่ได้ให้ประชาชนมาจองสิทธิ์สินเชื่อไว้แล้ว 1.27 แสนล้านบาท ซึ่งจะมีการปล่อยสินเชื่อในเฟสที่ 2 วงเงินอีก 1 แสนล้านบาท มีโครงการบ้านประชารัฐที่จะเดินหน้าต่อ และยังมีแนวคิดเสริมสร้างอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับคนที่มีรายได้ไม่พอในการผ่อนบ้าน

นอกจากนี้ ยังวางแผนพัฒนาคอนโดมิเนียมให้กับผู้สูงอายุในเมือง ผลักดัน รีเวิร์ส มอร์เกจ เปลี่ยนบ้านให้เป็นบำนาญสำหรับผู้สูงอายุ ใช้อีอีซี โมเดล เป็นต้นแบบกระจายศูนย์กลางความเจริญไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ สร้างเมืองน่าอยู่ใกล้บ้านมีงานทำในจังหวัดใหญ่ๆ และจังหวัดรอง เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาย่านธุรกิจและนวัตกรรม สร้างเมืองอัจฉริยะสีเขียว พัฒนากรุงเทพฯให้เป็น Bangkok 5.0 เป็นต้น

“ถ้าย้อนดูความสำเร็จจากเฟสแรกจากรัฐบาลก่อน ที่ยังปล่อยกู้ไปได้แค่ไม่กี่พันล้านจากที่มาจองสิทธิ์ไว้กว่า 1 แสนล้านบาท นั่นเป็นเพราะบ้านราคา 1 ล้านมันแทบไม่มีอยู่ในตลาด ประเด็นนี้จึงต้องฝากให้รัฐบาลชุดใหม่ทบทวนอีกครั้งว่า เงื่อนไขบ้านราคา 1 ล้านบาทนั้น ควรจะมีการยืดหยุ่นด้านราคาเพิ่มขึ้นหรือไม่”

ขณะเดียวกันยังควรพิจารณามาตรการลดค่าโอน ค่าจดจำนอง เพื่อสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองในราคา 1 ล้านบาท และมาตรการลดหย่อนภาษีบ้านไม่เกิน 5 ล้าน อีกเรื่องที่ส่งผลกระทบคือมาตรการคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ทำให้ตลาดอสังหาฯชะลอตัวอยู่ในปัจจุบัน หากสามารถผ่อนปรนบางเงื่อนไขได้บ้าง เพื่อให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงก็จะส่งผลทางบวกเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจัยบวกสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยแนวโน้มลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว และ สหรัฐอเมริกา ลดดอกเบี้ย ขณะที่ซัพพลายคอนโดเข้าสู่ตลาดน้อยลงเพราะมีหลายบริษัทปรับกลยุทธ์ชะลอการเปิดโครงการ ซึ่งจะช่วยให้ตลาดปรับสู่สมดุลมากยิ่งขึ้น และจะช่วยผ่อนคลายให้ราคาที่ดินไม่ปรับขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนที่ผ่านมา

กรณีปัจจัยจากสงครามการค้า จะมีการย้ายฐานการผลิตจากจีนสู่ไทยเพิ่มขึ้น และกลยุทธ์ อีอีซี ของรัฐบาลใหม่น่าจะผลักดันต่อเนื่อง ทำให้โอกาสธุรกิจในอีอีซีดีขึ้น แต่คงต้องรอเวลา1-2 ปี โดยเชื่อว่ารัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศจะเห็นถึงความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อชดเชยยอดส่งออกและท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลง และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เพื่อดึงความเชื่อมั่นในการลงทุน ของภาคเอกชนและการบริโภคของประชาชนให้กลับคืนมาโดยเร็ว

“การกระตุ้นการบริโภคผ่านภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัว ควรต้องผลักดันมาตรการ LTV ลงชั่วคราว เนื่องจากใช้ในจังหวะเศรษฐกิจชะลอตัว เพื่อรักษาดุลยเศรษฐกิจให้มีการเติบโตเพิ่มขึ้น”นายไชยยันต์ กล่าว

การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลังจัดตั้งรัฐบาล จะยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จากการเร่งระบายสต๊อกที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จ และที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องระมัดระวังการลงทุนใหม่ โดยเน้นตลาดสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่จริงเป็นตลาดหลัก และพยายามรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนไม่ให้สูงเกินไป รวมถึงรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย ขณะที่ผู้บริโภคจำเป็นจะต้องวางแผนทางการเงินในการซื้อบ้าน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการขอสินเชื่อกับธนาคาร

จากผลสำรวจโครงการบ้านจัดสรรล่าสุดของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ พบว่า ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบถือเป็นตลาดที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง หรือ เรียลดีมานด์ และเป็นการซื้อบ้านหลังแรกเป็นส่วนใหญ่ทำให้ความต้องการซื้อยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงได้รับผลกระทบจากมาตรการน้อยกว่าคอนโดมิเนียม แต่ทั้งนี้ ผู้บริโภคก็จำเป็นจะต้องปรับตัวในการวางแผนการออมก่อนการซื้อที่อยู่อาศัย

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT