Business

FinTech 2019 ระเบิดนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นประธานเปิดงาน Bangkok FinTech Fair 2019: Collaboration for the Future of Finance ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 18 -19 กรกฎาคม 2562 ณ ศูนย์การเรียนรู้ ธปท. โดยเป็นการจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยกล่าวว่า ธปท.ให้ความสำคัญเรื่องของฟินเทคและการพัฒนาเทคโนโลยีระบบการเงิน เพราะหากมีการเชื่อมต่อระบบการเงินได้มีประสิทธิภาพจะทำให้เกิดการใช้ข้อมูลร่วมกันที่เป็นประโยชน์กับประเทศ เช่น Big Data ซึ่ง ธปท.ได้พยายามทำกฎระเบียบให้อำนวยความสะดวกต่อการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน การสร้างโครงสร้างพื้นฐานกลางให้ผู้เล่นต่าง ๆ เข้ามาเชื่อมต่อได้ ลดปัญหาอุปสรรค รวมทั้งการสร้างมาตรฐานกลางร่วมกัน ซึ่งจะช่วยให้ระบบเทคโนโลยีทางการเงินก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ มี 4 ปัจจัยที่จะช่วยผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีการเงินให้สำเร็จ และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก คือ

1.การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิด เพื่อให้ผู้เล่นรายใหม่สามารถเข้ามาเชื่อมต่อได้

2. ระบบต่าง ๆ ต้องเชื่อมโยงกันได้ คล่องตัว เช่น ระบบคิวอาร์โค้ด ที่เชื่อมโยงทั้งสถาบันการเงินและนอนแบงก์ ซึ่งในอนาคตจะมีการยกระดับการเชื่อมโยงระบบการเงินไปยังประเทศอาเซียน

3. การสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสมทั้งฝ่ายผู้ให้บริการและลูกค้า เช่น อัตราค่าบริการถูกลง เพื่อจูงใจให้ลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้น โดยที่ลูกค้าต้องมีความมั่นใจในการใช้บริการทางการเงินใหม่ ๆ

4.โครงสร้างกฎระเบียบต่าง ๆ ต้องสมดุล ยืดหยุ่น เพื่อให้ผู้ให้บริการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขณะเดียวกันต้องไม่ปล่อยจนเกินไป จนเกิดความเสี่ยงต่อระบบการเงิน

ทั้งนี้ Bangkok FinTech Fair 2019 เป็นการจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยในปี 2561 เน้นบริการทางการเงินสำหรับประชาชน และผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถให้บริการจริงอย่างแพร่หลาย การจัดงานในปีนี้ ธปท.จึงได้ขยายขอบเขตให้กว้างขึ้น โดยเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการ ทั้งภาคสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการชาระเงิน บริษัทด้านฟินเทค และเทคโนโลยี รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นส่วนสาคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนาเทคโนโลยีทางการเงินมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร นอกจากนี้ยังได้ครอบคลุมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านบริการทางการเงินและการชาระเงินโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ด้วย

โดยตลอดทั้งงานจะมีการจัดห้องพูดคุยถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการเงิน ทั้งห้อง Main Conference Hall และห้อง Technology Talk นอกจากนั้นมีการ showcase ความสาเร็จของความร่วมมือด้านฟินเทคของอาเซียนในห้อง ASEAN FinTech Connectivity รวมทั้งการออกบูธของสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการชาระเงิน บริษัทด้านฟินเทคและเทคโนโลยี และหน่วยงานภาครัฐทั้งในและต่างประเทศที่นาเทคโนโลยีทางการเงินล่าสุดมาแสดง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์จริงและมีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ทางการเงินสมัยใหม่มากยิ่งขึ้น

Highlight ของงานนี้ เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สาคัญของประเทศ ได้แก่ การยกระดับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลผ่านระบบ National Digital Identity (NDID)  และการเปิดตัวบริการ “MyPromptQR” ซึ่งเป็น QR Payment รูปแบบใหม่ที่ขยายสู่ภาคธุรกิจ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนการใช้บริการทางการเงินและการชาระเงินทางดิจิทัลที่สาคัญของประเทศต่อไป

ทั้งนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน Bangkok FinTech Fair 2019 ครั้งนี้ วันละประมาณ 1,000 คน ประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่จากสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการชาระเงิน บริษัทด้านฟินเทคและเทคโนโลยี หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงธนาคารกลางและสถาบันการเงินจากต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ อาจารย์นักศึกษามหาวิทยาลัย และผู้ที่สนใจทั่วไป

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB