Digital Economy

ซิเซโด้ ชู ‘RPA ไอทีโรบอท’ เทคโนโลยีอัจฉริยะ เสริมศักยภาพโลจิสติกส์ธุรกิจ

เศรษฐกิจไทยกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องในยุคที่เทคโนโลยีเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทุกอุตสาหกรรมโดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก อาทิ อุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรม โลจิสติกส์ อุตสาหกรรมการเงิน ฯลฯ เกิดการแข่งขันทางธุรกิจที่เข้มข้นขึ้น และหันมานำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ สินค้าและบริการให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและสร้างส่วนแบ่งการตลาดให้มากขึ้น

บริษัท ชิเซโด้ (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มองเห็นว่าเศรษฐกิจไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ผนวกกับจำนวนผู้บริโภคที่ชื่นชอบแบรนด์เครื่องสำอางขึ้นห้างอย่างแบรนด์ชิเซโด้ (Shiseido) เคล เดอ โป โบเต้ (Clé de Peau Beauté) หรือนาร์ส (Nars) ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างเซนกะ (Senka) และแอนเนสซ่า (Anessa) เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน

การเติบโตดังกล่าว ทำให้บริษัทต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้าให้ถึงร้านค้าทั่วประเทศ ด้วยการจัดส่งสินค้าที่ลูกค้าต้องการในจำนวนที่พอดีและรวดเร็ว เนื่องจากปัจจุบันได้นำเข้าเครื่องสำอางจากหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเวียดนาม ก่อนจัดส่งให้ห้างสรรพสินค้าหรือร้านขายยาทั่วประเทศ และจะต้องมีสินค้าหรือแบรนด์ใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ให้สามารถกระจายสินค้าที่เพิ่มจำนวนขึ้นบนระยะเวลาที่สั้นลง

ทั้งนี้ ชิเซโด้ได้นำเทคโนโลยี RPA (Robotic Process Automation) หรือระบบกระบวนการทำงานอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์ โดยการนำหุ่นยนต์เข้ามาช่วยพัฒนากระบวนการทำงานที่ซ้ำ ๆ ให้กลายเป็นกระบวนการทำงานอัตโนมัติ และเป็นการปรับปรุงงานด้านออฟฟิศให้เป็นจริงด้วยการทำงานผ่านระบบคอมพิวเตอร์แทนคน ซึ่งบริษัทต้องการนำ RPA เข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์เพื่อสามารถตอบสนองตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

นายทัตสึกิ นากาโอะ อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชิเซโด้ (ไทยแลนด์) จำกัด ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชิเซโด้ (ไต้หวัน) จำกัด กล่าวว่า ได้มอบหมายให้บริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือบริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาช่วยสอบถามความต้องการของพนักงาน และนำผลจากการสอบถามพนักงานมาปรับปรุงเพื่อให้พนักงานเห็นความสำคัญในการใช้ RPA มาช่วยพัฒนาระบบและสนับสนุนประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ก่อนจะเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานเนื่องจากการใช้เทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต้องเริ่มต้นจากความร่วมมือจากพนักงาน

ทั้งนี้บริษัทได้นำ RPA เข้ามาใช้เพิ่มความสามารถด้านการขาย การวิเคราะห์ยอดขายในระดับซับซ้อน และการทำนายยอดขายในอนาคต และช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อาทิ ชนิดของสินค้าขายดีจะมีความแตกต่างตามภูมิภาคและร้านค้า ความชอบของลูกค้าหรือเทรนด์ตลาด ลักษณะสินค้าประเภทเครื่องสำอางมีเอสเคยู (Stock Keeping Unit) เป็นจำนวนมาก การประมวลผลข้อมูลต่างๆ ที่ต้องประมวลผล ทั้งด้านความชอบลูกค้า เทรนด์ในแต่ละฤดู ยอดขายของแต่ละสาขากว่า 100 แห่ง ที่มีข้อมูลในปริมาณที่มากมหาศาล หากทำการวิเคราะห์ข้อมูลผิดพลาด อาจทำให้ไม่สามารถส่งสินค้าไปยังสาขาได้ทันเวลา

นอกจากนี้ RPA ยังสามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจากร้านค้าได้มากกว่าเดิมถึง 4 เท่า และลดเวลาที่ใช้ในการวิเคราะห์ จาก 2,400 นาที เหลือเพียง 670 นาที ซึ่งนับว่าช่วยลดระยะเวลาไปได้กว่าร้อยละ 70 ส่วนในด้านการพยากรณ์ยอดขาย จากเดิมสามารถวิเคราะห์ได้เพียงสินค้าขายดี แต่ปัจจุบันสามารถพยากรณ์ข้อมูลสินค้าขายดีในระดับกลาง ๆ และลดระยะเวลาการวิเคราะห์ถึงร้อยละ 50 จาก 650 นาที เหลือเพียง 350 นาทีเท่านั้น

“แม้ RPA จะเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับคนในองค์กร แต่ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ด้วยความรวดเร็ว นับว่าเป็นโซลูชั่นขั้นสูงที่พนักงานได้เข้ามามีส่วนร่วมโดยนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม เพื่อให้พนักงานสามารถนำเวลาที่เหลือ ไปทำงานที่มีคุณค่าและสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้าได้มากขึ้น และที่สำคัญเป็นการช่วยเหลือธุรกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็วในยุคที่มีการแข่งขันของโลกยุคดิจิทัลได้เท่าทันคู่แข่งธุรกิจอื่น ๆ ต่อไป” นายนากาโอะ กล่าว

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT