Branding

โมเดลใหม่ ‘โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง’ สยายปีก ‘ร้านอาหาร’ 2 ปี 5 สาขา ทลายข้อจำกัดโรงเบียร์

จากการทำธุรกิจโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงมา 20 ปี ปักหมุด 3 สาขา พระราม 3, รามอินทรา และแจ้งวัฒนะ สิ่งที่ “สุพจน์ ธีระวัฒนชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง เรียนรู้สั่งสมมาตลอด 20 ปี คือ การทำร้านสเกล “ใหญ่” ระดับที่นั่ง 1,000 – 2,000 ที่นั่งขึ้นไป ทำให้ สุพจน์ ยอมรับว่า “ไม่มีองค์ความรู้” เมื่อจะทำร้านอาหารสเกลขนาดเล็ก

สุพจน์ ธีระวัฒนชัย

แต่เมื่อขนาดพื้นที่ของการสร้างโรงเบียร์สักแห่ง ต้องใช้พื้นที่ไม่ต่ำกว่า 7 ไร่ ทำให้ พื้นที่กลายเป็นข้อจำกัดในการขยายธุรกิจของโรงเบียร์ฯ เนื่องจากปัจจุบันต้องยอมรับว่า หาที่ดินผืนใหญ่ในทำเลดีๆ ยากขึ้นทุกวัน และราคายังเพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งเขามองว่า โรงเบียร์ฯ ยังมีโอกาสเปิดในกรุงเทพได้อีก 1 สาขา เช่น ทำเลศรีนครินทร์ แต่ยังไม่ “คลิก” ทั้งโลเคชั่น ทราฟฟิก

“เทียบง่ายๆ ต้นทุนทำโรงเบียร์ในช่วง 10 ปี เพิ่มขึ้น 50% ทั้งค่าที่ดิน ค่าก่อสร้างฯลฯ เห็นได้จากปี 2542 เราลงทุนสาขาแรกที่พระราม 3 ใช้เงินลงทุน 60 ล้านบาท พออีก 6 ปีต่อมา สาขารามอินทราเงินลงทุนเพิ่มเป็น 120 ล้านบาท ต่อมาอีก 10 ปี เปิดสาขาแจ้งวัฒนะ ลงทุนเพิ่มเป็น 180 ล้านบาททั้งที่ขนาดพื้นที่เล็กกว่า”

จากข้อจำกัดนี้เอง ทำให้ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ต้องมองหาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพื่อให้สามารถขยายสาขาได้เร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยต่อยอดธุรกิจของบริษัทให้เติบโต และยังเป็นการช่วยให้พนักงานมีโอกาสเติบโตจากสาขาร้านใหม่ด้วย

ที่ผ่านมา สุพจน์ ได้ชิมลางธุรกิจร้านอาหารไซส์เล็ก มาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งก็ “บาดเจ็บ” ทั้งสองครั้ง เริ่มจากร้านบะหมี่ฮ่องกง ชื่อ “จอหงวน” ย่านสีลม ที่เน้นจุดขายการโชว์ทำบะหมี่สดๆ แต่ก็ต้องเลิกไป เพราะขาด “ความรู้ในการบริหารร้านเล็ก” ตามด้วยร้านอาหาร “เรดซัน” บนศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ที่เปิดได้ประมาณ 2 ปี ก็ “ม้วนเสื่อ” เพราะข้อจำกัดของห้างที่มีเวลาปิดเปิด และกฏระเบียบเข้มงวด และค่าเช่าที่สูงมาก

แต่ แพชชั่น ที่อยากทำร้านอาหารขนาดเล็กยังคงอยู่ ด้วยเหตุผลที่เชื่อว่า อาหาร เบียร์ อาหารญี่ปุ่น ของโรงเบียร์ฯ อร่อยที่สุด และเหตุผลส่วนตัวที่อยากทำร้านอาหารเพราะจะให้ได้ “นอนเร็ว” ได้บ้าง เพราะตั้งแต่เปิดโรงเบียร์มา สุพจน์บอกว่า 3 ปีแรก ไม่เคยไปไหน และนอนดึกทุกคืน ดังนั้น จึงอยากได้เวลานอนเร็ว เพื่อดูแลสุขภาพบ้าง

จนล่าสุด โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ใช้เวลาปีกว่าทดลองเปิดร้านอาหารขนาดเล็ก ภายใต้ชื่อ “เดอะ เยอรมันตะวันแดง อ่างศิลา” จังหวัดชลบุรี ใช้เงินลงทุน 35 ล้านบาท ขนาดที่นั่ง 200-250 ที่นั่ง เหตุที่เลือกจังหวัดชลบุรีเป็นสาขานำร่อง เนื่องจากจำนวนประชากรที่มากพอ และมีรายได้ต่อหัวของประชากรสูงที่สุดในประเทศ ซึ่งจนถึงปัจจุบันเขาบอกว่า ได้เรียนรู้จน “ลงตัว” และคาดว่าจะคืนทุนภายใน 3 ปี สำหรับสาขาแรก

นำไปสู่การวางเป้าหมายขยายสาขารูปแบบร้าน “เดอะ เยอรมันตะวันแดง” ให้ได้ 5 สาขา ภายใน 2 ปี เน้นต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ โดยวางโมเดลร้านไว้ที่ขนาดพื้นที่ 2 ไร่ ใช้เงินลงทุนประมาณ 12-15 ล้านบาทต่อสาขา ขนาดที่นั่ง 120 ที่นั่ง คอนเซ็ปต์คือ การทำของอร่อยที่เป็นองค์ความรู้ของโรงเบียร์ฯ ให้คนในท้องถิ่นได้ทาน

“ที่สาขาอ่างศิลา เราเรียนรู้ฟังก์ชั่นการทำร้านอาหารขนาดเล็กลง รู้ต้นทุนค่าเช่าที่ดิน ขนาดที่ดินที่เหมาะสม ไปจนถึงพฤติกรรมลูกค้าและอาหารที่คนท้องถิ่นชอบทาน เช่น ขาหมู ที่เป็นซิกเนเจอร์ขายดีอยู่แล้ว ที่แตกต่างคือ แกงใต้ ผัดใบเหลียงขายดี แต่ข้าวผัดปู ซีฟู้ด ขายได้น้อย เพราะคนหาทานได้ง่าย”

ที่สำคัญคือ การทำร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จ สิ่งสำคัญคือ การมีฐานลูกค้าประจำ ที่ต้องใช้เวลาสั่งสม และระหว่างทางในการสั่งสมลูกค้าประจำนั้น ต้องระมัดระวังทุกเรื่อง ข้าวทุกเม็ด เบียร์ทุกหยด ต้องไม่ให้เกิดความผิดพลาดเพราะจะทำให้เสียลูกค้าได้ ดังนั้น เมื่อเรียนรู้จากสาขาแรก การเปิดสาขาสองได้บทเรียนจากสาขาแรกต้องผิดพลาดให้น้อยที่สุดแล้วรีบแก้ไข จากนั้นเก็บสะสมเป็นองค์ความรู้เพื่อให้ผิดพลาดน้อยที่สุด หรือไม่ผิดพลาดเลย

ในส่วนของธุรกิจโรงเบียร์ฯ นั้น นอกจากมองว่ายังมีโอกาสเปิดสาขาใหม่ได้อีก 1 สาขาแล้ว ยังมองเห็นว่า สามารถเติบโตได้จากธุรกิจเดลิเวอรี่ เนื่องจากมีต้นทุนที่ดีจากการมีอาหารอร่อย เบียร์อร่อย ซึ่งสามารถต่อยอดไปให้บริการเดลิเวอรี่ได้ ซึ่งเริ่มทดลองทำตลาดเดลิเวอรี่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และมองเห็นโอกาสเติบโตจากช่องทางนี้ จึงวางเกมรุกทำตลาดเดลิเวอรี่อย่างจริงจังนับจากนี้เป็นต้นไป จากปัจจุบันมีรายได้จากเดลิเวอรี่สัดส่วนประมาณ 4% จากรายได้รวม

ขณะที่สาขาโรงเบียร์ฯ ในต่างประเทศ ที่ก่อนหน้านี้ เปิดในฮ่องกง และ กัมพูชานั้น สุพจน์ยอมรับว่า ได้ถอนทัพออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยในฮ่องกง ผู้ร่วมทุนเป็นคนดำเนินธุรกิจต่อ ขณะที่ในกัมพูชา ได้ยุติการให้บริการ เนื่องจากผู้ร่วมทุนที่เป็นดีลเลอร์จำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลัง “คาราบาวแดง” ต้องการโฟกัสธุรกิจเครื่องดื่มคาราบาวแดงเป็นหลัก รวมถึงร้านอาหารในประเทศออสเตรเลีย ที่เดิมเปิด 2 สาขา ได้ปิดตัวแล้ว 1 สาขา และอีก 1 สาขาอยู่ระหว่างการพิจารณา

ก้าวแห่งการขึ้นสู่ทศวรรษ 3 ของ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ด้วยการขยายสู่ธุรกิจร้านอาหารไซส์เล็ก จึงนับเป็นการทรานส์ฟอร์มสู่โมเดลธุรกิจใหม่ ที่ทลายข้อจำกัดให้สามารถขยายธุรกิจได้เร็วขึ้น และย่อมนำมาซึ่งโอกาสการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

 

 

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT