Sme

‘บลูบิคกรุ๊ป’ ลุยลงทุนสตาร์ทอัพ เน้นกลุ่มเทคโนโลยีอินโนเวชั่นมาแรง 2 บริษัทปี 63

บลูบิคกรุ๊ป กางกลยุทธ์เสริมจุดแข็งมุ่งลงทุนสตาร์ทอัพ ศักยภาพที่มีโอกาสเติบโตในระดับนานาชาติ ปูทางสู่เป้าหมายผู้นำบริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการจัดการภายในปี 2563 เตรียมลงทุนเพิ่มอีก2 บริษัทปีหน้า พุ่งเป้ากลุ่มเทคโนโลยีมาแรงยุคนี้

นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด ที่ปรึกษาสัญชาติไทยด้านกลยุทธ์และการจัดการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เปิดเผยว่า หนึ่งในกลยุทธ์สร้างจุดแข็งและความแตกต่างของบริษัทในธุรกิจบริษัทที่ปรึกษา คือการมีองค์ความรู้เกี่ยวกับดิจิทัล ที่สามารถนำเอานวัตกรรม เทคโนโลยี รวมถึงแนวคิดใหม่ที่ใช้ในระดับสากล มาใช้ยกระดับธุรกิจของลูกค้าให้สามารถแข่งขันในโลกดิจิทัลได้

ทั้งนี้ บลูบิคตั้งเป้าหมายเป็นผู้นำด้านกลยุทธ์ (Strategy) และการนำไปปฏิบัติการ (implementation) ภายในปี 2563 โดยวางตำแหน่งของบลูบิคเป็นพาร์ทเนอร์ของลูกค้า ไม่ใช่เป็นเพียงบริษัทที่ปรึกษา และเมื่อลูกค้าต้องการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจด้วยธุรกิจ บลูบิคจะเป็นบริษัทที่ปรึกษารายแรกที่ลูกค้านึกถึง

การทำงานเพื่อขึ้นเป็นผู้นำตามเป้าหมายที่กล่าวมา ส่วนหนึ่งคือการเข้าไปลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพที่เป็น Deep Technology หรือ บริษัทสตาร์ทอัพที่มีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีความลึกซึ้ง ซับซ้อนมาใช้ โดยเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและมีโอกาสเติบโตในระดับนานาชาติ เพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้ที่สำคัญ อันจะเป็นตัวช่วยในการพัฒนาธุรกิจในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านดิจิทัล

“ทุกวันนี้หากเราพูดถึงนวัตกรรม ส่วนใหญ่มักมาจากสตาร์ทอัพ เพราะสตาร์ทอัพคิดได้มากกว่าบริษัทดั้งเดิม เนื่องจากมีความคล่องตัวมากกว่า มีบุคลากรคนรุ่นใหม่ มีมันสมองเป็นระดับหัวกะทิ และมีความเข้าใจในเทคโนโลยี เนื่องจากเกิดมาพร้อมกับยุคดิจิทัล ทำให้มีความได้เปรียบ”นายพชรกล่าว

ดังนั้น บลูบิคจึงมีแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้ได้เปรียบแบบสตาร์ทอัพเหล่านั้น คำตอบคือต้องคิดอย่างสตาร์ทอัพให้เป็น เพราะฉะนั้นการเข้าไปลงทุนในสตาร์ทอัพคือ การเข้าไปร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ ควบคู่กับการทำความเข้าใจและเรียนรู้ไปพร้อมกัน ส่งผลให้บลูบิคมีความเข้าใจในเชิงลึกเกี่ยวกับการนำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ที่ผ่านมา บลูบิคได้เข้าลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพแล้วมากกว่า 6 บริษัท ประกอบด้วย Blue Parking ผู้ให้บริการที่จอดรถอัจฉริยะโดยใช้ ไอโอที ระบบจดจำป้ายทะเบียนอัตโนมัติและระบบคลาวด์เพื่อสร้างความสะดวกสูงสุดให้ผู้ขับขี่, Keeps แฟชั่นเฮาส์เพื่อคนทำงานผ่านประสบการณ์แบบออมนิชาแนล , Oxygen AI ผู้นำด้านระบบวิดีโอ อนาไลติกส์ และ Conversational Chatbot, Ingenio ผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านบิ๊กดาต้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ รวมทั้ง ETRAN ใน บริษัท อัลมอนด์ ดิจิทัล กรุ๊ป บริษัทในเครือบลูบิคกรุ๊ปผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ประสิทธิภาพสูงที่ขับเคลื่อนโดยใช้ไฟฟ้าและ Cashnow

สำหรับปี 2563 บริษัทมีแผนลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพเพิ่มอีก 2 บริษัท โดยจะเน้นการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีเป็นเทรนด์สำคัญ มีบทบาทต่อการสร้างโอกาสทางการแข่งขันให้กับธุรกิจของลูกค้า ด้วยการลดต้นทุนและสร้างโอกาส ได้แก่ ไอโอที, เอไอ, รถอีวี, บิ๊กดาต้าและอนาไลติกส์, ฟินเทค และรีเทล เทค อันเป็นเทรนด์ที่มาแรงในปัจจุบัน

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT