Economics

‘กรมศุลฯ’สั่งตรวจเข้มนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์

นายชัยยุทธ คำคุณ โฆษกกรมศุลกากร กล่าวว่า สถานการณ์นำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ปัจจุบันมีการขออนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมนำเข้าเศษพลาสติกปี 2560 จำนวน 145,000 ตัน และปี 2561 ตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนพฤษภาคม นำเข้า 212,000 ตัน นำเข้าเศษอิเล็กทรอนิกส์ ปี 2560 นำเข้า 64,436 ตัน และปี 2561 ตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนพฤษภาคมนำเข้า 52,221.46 ตัน นับว่าทั้ง 2 กลุ่มนำเข้าของเสียอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้อนุสัญญาบาเซลเพิ่มปริมาณมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อประเทศจีนประกาศห้ามนำเข้าขยะ ซึ่งมีผลบังคับใช้ปี 2561 จึงไหลเข้ามาไทยสูงขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในขณะนี้การนำเข้าและมีการจับกุมการกระทำความผิดจำนวนมากได้ที่สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จึงได้อายัดตรวจสอบ 90 ตู้คอนเทนเนอร์ และผลักดันส่งกลับประเทศต้นทาง 40 ตู้คอนเทนเนอร์ เพราะโรงงานในประเทศถูกระงับดำเนินกิจการจากการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ (ท่าเรือคลองเตย) ได้อายัดตรวจ 33 ตู้ สำนักงานตรวจสินค้าลาดกระบังอายัดตรวจ 37 ตู้ ส่วนใหญ่ 90% นำเข้าท่าเรือแหลมฉบัง ดังนั้น เพื่อลดปัญหาลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ จึงคุมเข้มการนำเข้าจัดทำฐานข้อมูลร่วมกันระหว่างกรมศุลกากรและกรมโรงงานอุตสาหกรรม (Big Data) เพื่อทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลและนำมาวิเคราะห์บริหารความเสี่ยง (Risk Management) การใช้ระบบเอ็กซเรย์เข้ามาตรวจสอบตู้สินค้าทุกตู้แทนการสุ่มตรวจ

“ยอมรับว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก หากนำเข้าประเทศจำนวนมากและโรงงานในประเทศที่สั่งนำเข้าบริหารจัดการไม่ดีอาจได้รับผลกระทบ เพราะโรงงานบางแห่งตรวจพบคนงานได้รับสารตกค้างจากการแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์เหมือนกับในหมู่บ้าน หากมีบ้านหลังหนึ่งตั้งโรงงานแยกขยะในหมู่บ้าน แม้จะทำถูกกฎหมาย แต่ส่งกลิ่นเหม็น สร้างมลภาวะให้กับคนในหมู่บ้าน ส่วนการยกเลิกอนุสัญญาบาเซล เพื่อปิดทางนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นเรื่องของระดับนโยบายตัดสินใจ”นายชัยยุทธ กล่าว

 

ภาพจาก สถานีข่าวกระทรวงการคลัง : Ministry of Finance News Station

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight