Business

มั่นเกินร้อย!! ‘ซัน 108’ ไม่หวั่น ‘ซีพี’ ชิงตลาด เปิดกลยุทธ์เด็ดยึดบัลลังก์ ‘เวนดิ้งแมชชีน’

ตลาดเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (เวนดิ้งแมชชีน) หรือที่เรียกติดปากว่า “ตู้หยอดเหรียญ) ที่เคยเป็นบลูโอเชียน หรือตลาดใหม่ที่ยังไม่มีการแข่งขันรุนแรง มาถึงวันนี้ กลับเริ่มแปรสภาพเป็น เรดโอเชียน จากการเข้ามาร่วมวงชิงตลาดของผู้ประกอบการรายใหม่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัท ซีพีรีเทลลิงค์ ในเครือซีพีออลล์ ที่ประกาศปักธงรบในตลาดจริงจังตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป

 

ปัจจุบัน ธุรกิจเครื่องเวนดิ้งแมชชีน มีการประเมินว่ามูลค่าตลาดรวมน่าจะอยู่ที่เกือบ 3,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นปริมาณเครื่องที่มีอยู่ในตลาดประมาณ 22,000 ตู้ โดยในจำนวนนี้เกิน 50% หรือ 12,000 เครื่อง เป็นของบริษัท ซัน 108 จำกัด ในเครือสหพัฒน์ ซึ่งถือว่าเป็นผู้นำตลาดอย่างชัดเจน

ดังนั้น เมื่อสมรภูมิที่เคยเป็นเสือนอนกิน ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ ทั้งจากเทคโนโลยีใหม่ คู่แข่งใหม่ที่เป็นยักษ์ใหญ่ รวมถึงสภาพแวดล้อมอันเป็นบริบททางธุรกิจที่เปลี่ยนไปโดยเฉพาะพฤติกรรมของผู้บริโภค จึงน่าสนใจอย่างมากถึงกลยุทธ์ก้าวเดินของซัน ร้อยแปด ที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถคงสถานะความเป็นผู้นำได้ต่อไป

นายสมบัติ ภาณุพัฒนา รองผู้อำนวยการสายงานการตลาด บริษัท ซัน 108 จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท ซัน 108 จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ 12,000 ตู้ ถือว่าเป็นผู้นำตลาดมูลค่าประมาณ 2,500 – 3,000 ล้านบาท โดยปีนี้ได้เพิ่มเครื่องเวนดิ้งแมชชีนถึง 2,000 ตู้ ซึ่งถือว่าสูงสุดจากปกติเพิ่มปีละ 1,000-1,500 ตู้ เป็นผลมาจากความพร้อมของโรงงานผลิตและการตอบรับของตลาด

สมบัติ ภาณุพัฒนา

กรณีที่จะมีคู่แข่งรายใหม่อย่าง ซีพีรีเทลลิงค์ กระโดดเข้ามาร่วมวงแข่งขันในธุรกิจนี้นั้น ในฐานะผู้นำตลาดที่มีประสบการณ์ทำตลาดมานานเกือบ 20 ปี มองว่า “ไม่ใช่เรื่องง่าย” แม้ว่าความเป็นเครือซีพี จะทำให้มีสินค้าเป็นของตัวเองที่มาซัพพอร์ตเครื่องเวนดิ้งแมชชีน แต่หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจเวนดิ้งแมชชีนให้ประสบความสำเร็จต้องประกอบด้วยหลายปัจจัย

ปัจจัยสำคัญจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของ ซัน 108 สิ่งสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจเวนดิ้งแมชชีน คือ “การบริหาร” ทั้งด้านโลเคชั่น การบริหารสินค้าที่มีความหลากหลายให้ลงตัวและตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทำเลนั้นๆ ได้ดีที่สุด (Product Mix) เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง รวมถึงทีมดูแลทั้งด้านการเติมสินค้าและการดูแลเครื่อง

ทั้งนี้ การที่ ซัน 108 เก็บเกี่ยวประสบการณ์มา ทำให้สามารถสร้างทีมงานที่มีความชำนาญและแข็งแกร่ง โดยปัจจุบันนอกจากโรงงานผลิตแล้ว ยังมีศูนย์ให้บริการ 10 แห่งครอบคลุม 26 จังหวัดทั่วประเทศ เน้นกรุงเทพ ปริมณฑล จังหวัดใหญ่ และจังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานที่เป็นโลเคชั่นหลัก มีพนักงานให้บริการกว่า 400 คน เพื่อเติมเต็มสินค้าที่มีลูกค้าใช้บริการเดือนละ 20 ล้านคน

ปัจจุบัน โลเคชั่นที่วางเครื่องเวนดิ้งแมชชีนของ ซัน 108 ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ปิด ที่หาซื้อสินค้าได้ยาก แบ่งเป็น ในโรงงานอุตสาหกรรม 65% ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า 5% คอนโดและเซอร์วิส อพาร์ทเมนต์ 5% ที่เหลือเป็น โรงเรียน มหาวิทยาลัยและอาคารสำนักงาน แต่แนวโน้มนับจากนี้การขยายตัวจะไปอยู่ที่ธุรกิจค้าปลีก ทั้งห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ศูนย์การค้า รวมถึงอาคารสำนักงานที่มีการขยายตัวต่อเนื่อง

ที่ผ่านมา เครื่องเวนดิ้งแมชชีนที่เป็นตู้จำหน่ายสินค้า ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งปัจจุบันพบว่า เจ้าของแบรนด์สินค้าต้องการมีตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเป็นของตัวเอง เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่าย โดยไม่ต้องพึ่งพาธุรกิจค้าปลีกเพียงอย่างเดียว เพราะขายได้ 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ยังมองว่าเป็นการโฆษณาแบรนด์ผ่านเครื่องด้วย รวมถึงสินค้ากลุ่มนอนฟู้ดส์ อาทิ ยาหม่อง เครื่องสำอาง ที่ต้องการขยายช่องทางจำหน่ายผ่านเวนดิ้งแมชชีนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนให้ธุรกิจนี้เติบโตเพิ่มขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม นายสมบัติ ยอมรับว่า อนาคตของธุรกิจเวนดิ้ง แมชชีน จะยังคงมีแนวโน้มเติบโต แต่การเติบโตจะมาพร้อมกับความ “เหนื่อย” เพราะคาดการณ์ได้ว่าต้องมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นแน่นอนในอนาคตอันใกล้

“การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น และการขยายตัวของตลาด จะทำให้เทรนด์ของเวนดิ้งแมชชีนในอนาคต จะเป็นการจำหน่ายเครื่องเวนดิ้งแมชชีนพร้อมระบบ หรือขายเป็นโซลูชั่น พร้อมระบบหลังบ้าน เนื่องจากผู้ที่ต้องการทำธุรกิจนี้ ไม่ต้องการดูแลเอง ทั้งการเติมสินค้าและการดูแล”นายสมบัติกล่าว

ด้วยความเก๋าเกมของ ซัน 108 ทำให้เชื่อว่าไม่ง่ายนักที่ใครจะมาชิงเก้าอี้ผู้นำตลาดได้ง่ายๆ แต่จะเป็นการเข้ามาแชร์ตลาดและกระตุ้นให้ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมการซื้อสินค้าผ่านเวนดิ้งแมชชีนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมตลาดเติบโตในอัตราเร่งมากขึ้นมากกว่า

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT