Branding

‘ชายสี่’สานวิชั่น ‘เจ้าแห่งเส้น’ สยายปีก 2 แบรนด์ใหม่ ‘ชายสี่แฟคตอรี-อีซี่ทรัค’

โลดแล่นเป็นผู้นำตลาดบะหมี่รถเข็นมานาน 25 ปี จนถึงปัจจุบัน ชายสี่หมี่เกี๊ยว สามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากว่า บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเป็น “เจ้าแห่งเส้น” ด้วยการขยายธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่โรงงานผลิตบะหมี่, การจัดส่ง ไปจนถึงร้านขายบะหมี่ ที่นอกจากจะมีแฟรนไชส์รถเข็นแบรนด์ ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว ลงลึกไปถึงระดับหมู่บ้านแล้ว วันนี้ “ชายสี่” มีแบรนด์อาหารรถเข็นและธุรกิจอาหารเครื่องดื่มในเครือถึง 7 แบรนด์

ไม่ว่าจะเป็น “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” ที่ปัจจุบันมีถึง 4,500 คันทั่วประเทศ, “เตี๋ยวไก่ข้าวมันไก่” จำนวน 220 คัน, “พันปีหมี่เป็ดย่าง” 300 คัน, “โจ๊กต้มเลือดหมู” 30 คัน, “ชายสี่ชิ้นเนื้อ” 78 คัน, “อาลี หมี่ฮาลาล” 17 คัน

กิตติพงษ์ โคตรจันทึก

ที่เรียกเป็นคันเพราะทุกแบรนด์อยู่ในรูปแบบรถเข็น มีเพียง 1 แบรนด์ที่เป็นร้านคือ ชายัง ชานมไข่มุกที่ปัจจุบันมี 21 สาขา เนื่องจากเพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้เอง

นายกิตติพงษ์ โคตรจันทึก ผู้จัดการภาค 1 บริษัท ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว จำกัด เล่าว่า จากการเป็นผู้ผลิตบะหมี่และเส้นชนิดต่างๆ ทำให้การวางคอนเซปต์แบรนด์ทุกแบรนด์ จะอยู่ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ต้องส่งเสริมความเป็นชายสี่ ที่ตอบโจทย์เรื่องเส้น และความเป็นเจ้าแห่งเส้น”

การขยายแบรนด์ออกไปอย่างหลากหลาย ไม่ใช่คิดอยากทำก็ทำ แต่มีที่มาที่ไปน่าสนใจทีเดียว เพราะทั้งพิจารณาทั้งจากทำเล กลุ่มลูกค้าในแต่ละทำเล และเพื่อไม่ให้กระทบกับร้านแฟรนไชส์ที่เปิดอยู่แล้ว รวมไปถึงการเปิดตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ

ตัวอย่างเช่น ในทำเลที่มีชายสี่บะหมี่เกี๊ยวเปิดขายอยู่แล้ว จะไม่ให้แฟรนไชส์ซ้ำกัน จึงเป็นโอกาสที่จะนำแบรนด์อื่นไปลงแทน หรือในพื้นที่ที่ลูกค้ามุสลิมอยู่ ก็เป็นโอกาสของลูกชิ้นเนื้อและอาลี หมี่ฮาลาล เป็นต้น

ในปีนี้ ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว ยังคงเดินหน้าขยายสาขาแฟรนไชส์สำหรับทุกแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายเปิดเพิ่มรวมทุกแบรนด์อีกไม่ต่ำกว่า 1008 สาขาทั่วประเทศ

ที่สำคัญคือ มีแบรนด์น้องใหม่เปิดเพิ่มอีก 2 แบรนด์ นั่นคือ “ชายสี่แฟคตอรี”(CHAIXI FACTORY) และ “อีซี่ มีล ฟู้ดทรัค”(EASY MEAL FOODTRUCK) โดยพร้อมจะเปิดขายแฟรนไชส์ตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้ เป็นต้นไป

ความแตกต่างของทั้งสองแบรนด์น้องใหม่นี้ อยู่ที่รูปแบบการนำเสนอที่สลัดภาพรถเข็นชายสี่โดยสิ้นเชิง เพราะ “ชายสี่แฟคตอรี” จะเป็นการยกระดับจากรถเข็นขายบะหมี่ มาเปิดเป็นรูปแบบร้านในอาคารหรือสแตนด์อโลนขึ้นอยู่กับทำเล จับกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง ใช้เงินลงทุนเบื้องต้นประมาณ 1 ล้านบาท ขนาดที่นั่งแล้วแต่ทำเลที่ลูกค้ามี โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60 ที่นั่ง ตั้งเป้าเปิดเบื้องต้น 10 สาขาปีนี้ในรูปแบบแฟรนไชส์ เน้นในกรุงเทพและหัวเมืองใหญ่ก่อน โดยมีร้านต้นแบบอยู่ที่สำนักงานบริษัทคลอง 6

 

“เราอยากยกระดับรถเข็นด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าระดับกลางได้ และลดความเสี่ยงจากกรณีพื้นที่รถเข็นที่จากเดิมอยู่ร้านหน้าสะดวกซื้อหรือริมฟุตบาทมีปัญหาต้องเลิกขาย และเปิดโอกาสให้คนลงทุนกลุ่มใหม่ๆ เข้ามามากขึ้น คาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนภายใน 1 ปี หรือปีครึ่ง”นายกิตติพงษ์กล่าว

ขณะที่รูปแบบ “อีซี่ มีล ฟู้ดทรัค” จะเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ตามกระแสฟู้ดทรัคที่มาแรงในปัจจุบัน และสามารถตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว ตอบรับความต้องการซื้อกลับไปทานที่บ้านหรือที่ทำงาน และยังเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและทุกที่ เนื่องจากจำหน่ายบนรถกระบะที่ตกแต่งเป็นฟู้ดทรัค และที่สำคัญคือผู้ลงทุนจะรู้สึกว่า มีทั้งธุรกิจและทรัพย์สินเป็นของตัวเองคือ รถ โดยบริษัทจะร่วมมือกับสถาบันการเงินในการให้สินเชื่อเพื่อให้สามารถลงทุนได้ง่ายขึ้น

“เมนูของ อีซี่ มีล ฟู้ดทรัค และ ชายสี่แฟคตอรี จะพัฒนาเมนูใหม่ๆ เพื่อสร้างความแตกต่างจากรถเข็น โดยเฉพาะความหลากหลาย แต่ยังคงความเป็น “เส้น” เพื่อซัพพอร์ตโรงงานผลิตที่มี 7 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี, พนัสนิคม จังหวัดชลบุรี, พยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม, อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี, บางระกำ จังหวัดพิษณุโลก, เกาะคา จังหวัดลำปาง, อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฏร์ธานี และมีแผนจะเปิดเพิ่มที่อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลาและอีก 1 แห่งอยู่ระหว่างพิจารณาทำเล ในปี 2563 คาดลงทุน 15-20 ล้านบาท

ขณะรายได้ของบริษัท ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว ในปีที่ผ่านมา ปิดรายได้อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท และปีนี้คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 1,400 ล้านบาท ซึ่งเติบโตสูงถึง 40% แต่มั่นใจว่าเป็นไปได้เนื่องจากแผนการขยายสาขาเพิ่มขึ้น, การพัฒนาแบรนด์ใหม่ รวมถึงมีแผนพัฒนาสินค้าเพื่อวางจำหน่ายในช่องทางโมเดิร์นเทรด เช่น บะหมี่แผ่นเกี๊ยว ที่จำหน่ายเป็นอาหารพร้อมทานในแม็คโคร จำหน่ายซุปผงสำหรับทำน้ำก๋วยเตี๋ยว ที่จะเริ่มในปีนี้ เป็นต้น

“เราจะเป็น “รถเข็นสากล ครัวของทุกคน อาหารของทุกคน” นั่นคือ รถเข็นที่สามารถนำไปขายในต่างประเทศได้ โดยปรับให้เข้ากับแต่ละประเทศ ครัวของทุกคน ด้วยการขยายช่องทางจำหน่ายเข้าโมเดิร์นเทรด และอาหารของทุกคน หมายถึงการมีอาหารที่ตอบโจทย์ในทุกมื้อของวัน”

ในวันนี้ ชายสี่ ไม่ได้อยู่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ได้ขยับขยายไปประเทศเพื่อนบ้านแล้ว จากเดิมที่เป็นการขายแบบกองทัพมดผ่านชายแดน ทำให้ราคาถึงปลายน้ำสูงไป เพราะค่าใช้จ่ายในการขนส่งสูง ดังนั้นในปีนี้จะไปสร้างโรงงานผลิตที่ลาว คาดลงทุน 20-30 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนแฟรนไชส์ให้แข็งแรง จากปัจุจบันที่มีแฟรนไชส์ในลาวแล้ว 74 ราย และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 100 รายในปีนี้ ซึ่งหลังจากสามารถผลิตสินค้าเพื่อป้อนแฟรนไชส์ในลาว จะทำให้กำไรของแฟรนไชซีเพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 50%  รวมทั้งมีแผนเปิดโรงงานในประเทศกัมพูชาในปี 2563 ด้วย

ทั้งหมดนี้ เป็นการสานวิชั่นและตอกย้ำความเป็น “เจ้าแห่งเส้น” รวมทั้งเป้าหมายสูงสุดที่มองว่ามีโอกาสทำได้ไม่ยากคือ “อยากเป็นเหมือนร้านสะดวกซื้อที่มีจำนวนสาขานับหมื่น”

 

 

 

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT