COLUMNISTS

รัฐบาลเริ่มต้นด้วย ‘นโยบายเกินตัว’

จิตติศักดิ์ นันทพานิช
จิตติศักดิ์ นันทพานิช จุดตัดความคิด
0

ข่าวสุดสัปดาห์รายงานว่า รายชื่อบุคคลที่พรรคร่วมเสนอให้เป็นรัฐมนตรีส่งถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากไม่มีการต่อรองจนนาทีสุดท้าย เร็วๆ นี้คงได้เห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี(ครม.) และนโยบายรัฐบาลประยุทธ์ใหม่

เรื่องนโยบายรัฐบาลใหม่ วันก่อน อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มีข่าวว่า จะได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กมีสาระว่า ได้มอบหมายให้ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคฯ เป็นประธานจัดทำนโยบายของรัฐบาล และระบุว่า นโยบายเร่งด่วนปีแรกของรัฐบาล คือ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และจัดระบบสวัสดิการสู่สังคมอย่างทั่วถึง

หัวหน้าพรรค พปชร.แจกแจงว่าสิ่งที่รัฐบาลจะทำ คือ

  • สานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • นโยบาย มารดาประชารัฐ
  • กระจายเงินอุดหนุนให้กับเด็กแรกเกิดจนถึง 6 ขวบ
  • การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาของเด็กวัยเรียน
  • ปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคนพิการ ผู้ยากไร้
  • พัฒนาระบบการบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ครอบคลุมประชาชนทุกภาคส่วน
  • ยกระดับอสม.ประจำหมู่บ้าน ฯลฯ

แน่นอน นโยบายรัฐบาล ข้างต้น เป็นแค่ร่าง พปชร. ต้องนำนโยบายพรรคร่วมมาประกอบด้วยตามข้อตกลง ซึ่งพอจะคาดเดาได้ว่า หน้าตานโยบายรัฐบาลประยุทธ์ใหม่ มีแนวโน้มเป็น อภิประชานิยม เพราะช่วงหาเสียง ทุกพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ต่างชู โปรโมชั่น นำการเมืองกันถ้วนหน้า

เช่น พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ชูสโลแกน แก้จน สร้างคน สร้างชาติ ชุดนโยบายในส่วนแก้จนของปชป.นั้น ประกาศ เพิ่มเบี้ยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพิ่มเงิน อสม. ประกันราคาสินค้าเกษตรทุกตัว ส่วนสร้างคนนั้นปชป.นำเสนอ เกิดปั๊บรับแสน และเงินอุดหนุนรายเดือนกระทั่งอายุ 8 ขวบเป็นต้น

ช่วงหาเสียงมีหลายฝ่ายออกมาตั้งข้อสังเกตว่า พรรคการเมืองจะหางบประมาณมาขับเคลื่อนนโยบายจากไหน

ประสงค์ พูนธเรศ ปลัดกระทรวงการคลัง ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนพิจารณานโยบายที่พรรคการเมืองนำเสนออย่างรอบคอบ ว่าเรื่องใดทำได้หรือไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันเขายืนยันว่า ไม่กังวลนโยบายของพรรคการเมืองจะกระทบกับ เสถียรภาพการคลัง เนื่องจากมีพรบ.วินัยการเงิน การคลัง คุมอยู่

ประเด็นนโยบายรัฐบาลกับเรื่องการเงินการคลัง ลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) บอกว่า สศค.ได้นำนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลมาวิเคราะห์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านนโยบายสวัสดิการเสนอรัฐบาลใหม่ พบว่าต้องใช้เงิน 100,000 ล้านบาท และต้องรอรัฐบาลสรุปเรื่องสวัสดิการ เพราะต้องหารือกับ สำนักงบประมาณ ด้วย (มติชน 1 มิ.ย.2562)

ผู้อำนวยการ สศค.ให้เหตุผลที่ต้องรอหารือกับรัฐบาลใหม่เรื่อง งบประมาณที่คาดว่าจะใช้กับโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะงบประมาณรายจ่ายฯ ปี 2563 จัดสรรงบประมาณเข้ากองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก หรือ กองทุนประชารัฐฯ 40,000 ล้านบาท แต่งบประมาณที่คาดว่าจะใช้ จากการวิเคราะห์นโยบาย พรรคร่วมอยู่ที่ 100,000 ล้านบาท กล่าวโดยสรุปคือ ณ เวลานี้ ร่ายจ่ายจะมากกว่า งบประมาณ ที่ตระเตรียมไว้

ประเมินจากสถานการณ์ช่วงนี้ ที่มีกระแสเรียกร้องจากทุกภาคส่วนให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไวๆ และเป็นจังหวะเริ่มต้นเข้าบริหารประเทศ รัฐบาลประยุทธ์ใหม่ คงเลือกสั่งการให้ กระทรวงการคลัง ไปเกลี่ยงบฯ หรือ กู้เพิ่มมาเติมให้กับนโยบายสวัสดิการฯ ไม่เสี่ยงเสียคะแนนนิยม

คล้ายกับเป็นสถานการณ์บังคับๆ ให้รัฐบาลต้องเลือกขับเคลื่อนด้วย นโยบายเกินตัว ส่วน วินัยการคลัง ไว้ว่ากันภายหลัง

Add Friend Follow