COLUMNISTS

ปิดจ๊อบ ดร.ศิริ ฝากรมว.คนใหม่ ดูแลทีมพลังงานให้ทำหน้าที่เดิม

SARANYA THONGTHAB
2,912

อีกไม่กี่วัน ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนที่ 12 ก็ต้องลุกออกจากเก้าอี้หลังจากนั่งมากว่า 2  ปี เพื่อส่งมอบให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนที่ 13 หลายวันติดกันมาแล้วที่ท่านฝากงานไปยังรมว.คนใหม่ แต่ล่าสุดเมื่อวันก่อน ดูจะฝากเรื่องซีเรียส

ท่านฝากให้ดูแลข้าราชการระดับทำงานของกระทรวงพลังงานให้ดี ท่านว่าล้วนทำงานเป็นทีมอย่างดี พร้อมเอ่ยถึง 2 องค์กรรัฐวิสาหกิจในสังกัดที่เป็นแขนขามือไม้มาโดยตลอด ทั้งบริษัทปตท.จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)

ในส่วนปตท.ท่านเอ่ย ว่า ช่วยดูแลค่าตลาดน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันให้ลดลงติดๆ กันถึง 5 ครั้งใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และตอนนี้ก็ไม่ได้ขยับราคาขึ้น ทั้งที่ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกขึ้นไป 2 ดอลลาร์ต่อบารเรล พร้อมกับหยอดว่า คงทำไม่ได้หากไม่ใช่ยุคซีอีโออย่างนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ส่วนกฟผ.มีนายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่ากฟผ. เป็นหัวหอกใหญ่ที่ช่วยซื้อน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) ไปเผาในโรงไฟฟ้าบางปะกง เพื่อลดสต็อกของประเทศได้ถึง 160,000 ตันสูสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ราคาผลปาล์มขึ้นไปถึง 3.20 บาทต่อกก.ในบางพื้นที่ ส่วนซีพีโอก็ขยับไป 18 บาทต่อลิตร

เราถามย้ำว่า ทำไมถึงห้วงปานฉะนี้ เกรงรมว.คนใหม่จะมาโยกย้ายคนพลังงานครั้งใหญ่หรือไร ท่านไม่ตอบตรงๆ แต่บอกว่า พวกเขาทำงานกันอย่างมีสปีริตมาก และเป็นทีมสูง ทั้งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่ง ท่าน เลยอยากให้ช่วยดูแลทีมงานที่ฟอร์มไว้ให้ทำงานต่อไปได้อย่างเต็มที่

“ขอให้รัฐมนตรีคนต่อไป รบกวนดูแลทีมงานข้าราชการในกระทรวงพลังงานทุกๆกรมที่มีอยู่ ตั้งแต่ปลัด รองปลัด อธิบดีทุกคน ผู้ตรวจราชการ ที่ต่างขยันขันแข็ง รู้งาน เข้าใจงาน ทำงานเป็นทีมกันได้อย่างดี ขอให้ช่วยดูแลทีมงานที่เข้มแข็งเหล่านี้ รวมถึงผู้บริหารและทีมงานของปตท. และกฟผ. เพราะต่างทำงานสอดรับกับนโยบายรัฐบาลได้ดี และรวดเร็ว ”

เป็นเรื่องที่ท่านขอไว้อย่างจริงจังเลยทีเดียว ส่วนลำดับถัดมา คือ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ฉบับปี 2018  (พีดีพี 2018 ) ซึ่งหลายคนในกระทรวงพลังงาน เกรงจะมีการรื้อใหญ่เช่นเดียวกัน ดร.ศิริ บอกว่า แผนฉบับนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของแผนไฟฟ้า แผนน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ อนุรักษ์พลังงาน และแผนเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานของประเทศ ที่ได้ผ่านการจัดทำอย่างเป็นระบบ และมีกระบวนการที่ชัดเจน ท่านแบ่งรับแบ่งสู้ว่า รมว.คนใหม่ สามารถทบทวนความเหมาะสมได้ แต่ก็ต้องนำกลับไปพิจารณาในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และครม.

อีกเรื่อง คือโซลาร์ภาคประชาชน ดร.ศิริ ต้องการฝากไว้ เพราะเป็นโครงการที่เริ่มให้ประชาชนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา(โซลาร์รูฟท็อป) ผลิตไฟฟ้าใช้เอง เหลือใช้มาขายเข้าระบบได้ โดยรัฐรับซื้อในราคา 1.68 บาทต่อหน่วย ซึ่งถือเป็นราคาเหมาะสมที่ไม่ทำให้ผู้ใช้ไฟรายอื่นที่ไม่ได้ติดตั้งเกิดภาระเพิ่ม  และโครงการนี้จะนำไปสู่ Smart Grid หรือ ระบบโครงข่ายสำหรับส่งไฟฟ้าอัจฉริยะแบบครบวงจรที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคต รวมถึงฝากแผนการเชื่อมต่อไฟฟ้าระหว่างประเทศ ทั้งไทย ลาว มาเลเซีย และกัมพูชา

เราถามงานที่ท่านพึงพอใจมากในระหว่างดำรงตำแหน่งนั้น ดร.ศิริ บอกว่า เรื่องการประมูลแหล่งปิโตรเลียมเอราวัณและบงกช ซึ่งเป็นความมั่นคงของประเทศ ที่ทำได้สำเร็จลุล่วง เป็นการประมูล ที่ทำให้ราคาก๊าซฯถูกลงกว่าปัจจุบันเหลือ 116 บาทต่อล้านบีทียู ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าลดลง 15-20 สตางค์ต่อหน่วยในอนาคต

ท่านบอกว่า รมว.พลังงานคนใหม่ ต้องมาสานต่อ เพราะยังไม่ได้ลงนามโอนแปลงสัมปทาน ซึ่งจะเหลือเวลา 9 เดือน หรือภายในเดือนมีนาคม 2563 ที่จะต้องลงนามในสัญญา 3 ฝ่ายให้เรียบร้อย ระหว่างผู้รับสัมปทานเดิม คือ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และผู้รับสัมปทานรายใหม่ คือ บริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ส่วนสัมปทานรอบใหม่นั้น ก็ได้เตรียมพื้นที่ไว้ทั้งหมดแล้ว การเปิดประมูลต้องเป็นหน้าที่ของรมว.พลังงานคนใหม่ มาสานงานต่อเช่นกัน

ดร.ศิริ ยังพึงพอใจที่ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ลดลง  โดยให้มีการศึกษาทางวิชาการใหม่ ท่านว่า “เราไม่ได้ฟันธงว่าถ่านหินดีหรือไม่ดี แต่ทำให้สังคมมีเวลาในการเรียนรู้ไปด้วยกัน ผ่านการศึกษาของศูนย์บริการวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า ) ที่อยู่ระหว่างการศึกษา ”

และยังพอใจกับการผลักดันให้มีสัดส่วนพลังงานทดแทนเพิ่มเป็น 35% ในแผนพีดีพี 2018 รวมถึงเปิดทางให้มีโซลาร์เซลล์ ในระบบเพิ่มถึง 10,000 เมกะวัตต์ หากหักจากโซลาร์ภาคประชาชน 1,000 เมกะวัตต์ เหลือ 9,000 เมกะวัตต์ ที่จะนำไปคิดทำอะไรต่อได้ในอนาคต

หลังจากนี้ท่าน จะเริ่มวางมือแล้ว และสัปดาห์หน้า ดร.ศิริ มีแผนจะโบกมือลาแบบเก๋ๆ กับบรรดากระจอกข่าว ด้วยการพาไปรับประทานอาหารที่ ” เล่งหงษ์ “ ภัตตาคารของกิจการครอบครัว และรับปากว่า จะลงครัวทำกับข้าวให้สื่อได้ลิ้มรสฝีมือกันเลยทีเดียว..ก็จะได้มีโอกาสนำมาบรรยาให้ผู้อ่านได้รับทราบถึงฝีมือของท่านในโอกาสต่อไป

และหลังจากพักจากงานกระทรวงพลังงานอย่างเป็นทางการแล้ว ดร.ศิริ บอกว่า จะปัดฝุ่น ถือดินสอปากกาเดินกลับเข้าห้องเลคเชอร์อีกคราหลังจากห่างหายมานาน ให้เด็กๆรุ่นลูกหลานฟัง ในฐานะ “อาจารย์ศิริ ” ของลูกศิษย์ ท่านว่าแน่ๆที่จะสอน คือ ภาควิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันเก่าที่เคยสอนครั้งอดีต ซึ่งได้มีการทาบทามและพูดคุยกันไว้แล้ว

อีกสถาบันที่ท่านเอ่ยว่าจะขอติดต่อไปสอน เพราะมีความสนใจมาก นั่นก็คือ VISTEC หรือ สถาบันวิทยสิริเมธี สถาบันจัดการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และเทคโนโลยีขั้นสูง ที่วังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง ที่ปตท.เป็นแม่งานขับเคลื่อนอยู่ …คงต้องตามไปฟังท่านเลคเชอร์ จะได้รู้ว่า บทเรียนใดที่ท่านจะนำมาสอนลูกศิษย์

” หลังจากท่านได้สัมผัสงานนโยบาย ที่มีผู้เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้เสียมากมาย แตกต่างไปจากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ ที่เคยแต่อยู่ในแวดวงวิชาการ ” ไม่อย่างไรก็ตามแน่ๆต้องยกย่องท่านว่า อยู่ไม่ถึง 2 ปีแต่ก็มีงานใหญ่ที่ทำได้สำเร็จมากมาย

Add Friend Follow