Business

‘การบินไทย’ หวนเปิดบินตรง ‘เซนได’ เพิ่มส่วนแบ่งยึดเจ้าตลาดญี่ปุ่น 50%

“การบินไทย” หวนเปิดบินตรง “กรุงเทพฯ-เซนได” ตั้งแต่ 29 ต.ค. นี้ คาดขนผู้โดยสารมากขึ้น 7 หมื่นคนต่อปี มาร์เก็ตแชร์เพิ่มเป็น 50% ครองตำแหน่งเจ้าตลาดญี่ปุ่นเหนียวหนึบ

นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทยเห็นชอบให้เปิดเส้นทาง กรุงเทพฯ-เซนได อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป โดยเซนไดนับเป็นจุดบินที่ 6 ของการบินไทยในประเทศญี่ปุ่น ต่อจากโตเกียว (นาริตะ/ฮาเนดะ) โอซากา นาโกยา ฟุกุโอกะ ซัปโปโร และส่งผลให้การบินไทยมีเส้นทางครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศญี่ปุ่น

ในอดีตการบินไทยเคยเปิดเส้นทางกรุงเทพฯ-เซนได มาแล้วเมื่อปี 2556-2567 แต่ขณะนั้นสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย จึงปิดเส้นทางลง แต่ปัจจุบันการบินไทยได้ประสานงานกับเมืองเซนได, สนามบินนานาชาติเซนได และบริษัท โตโยต้า ทูโช อย่างเข้มแข็ง จึงตัดสินใจกลับมาทำการบินอีกครั้ง

โดยการบินไทยจะเป็นสายการบินเดียว ที่เปิดบินตรงในเส้นทาง กรุงเทพฯ-เซนได ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยวและผู้โดยสาร เพราะปกตินักท่องเที่ยวไทยต้องบินไปลงที่กรุงโตเกียวก่อน จากนั้นก็เดินทางไปยังเมืองเซนไดทางรถไฟ

สุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

ความถี่ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

นายสุเมธกล่าวต่อว่า ระยะแรก การบินไทยจะให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ-เซนได ด้วยความถี่ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ซึ่งประกอบด้วยชั้นธุรกิจ 30 ที่นั่งและชั้นประหยัด 279 ที่นั่ง มีตารางบินดังนี้

  • เที่ยวบินที่ TG 626 ทำการบินทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 23.50 น. เดินทางถึง เซนได เวลา 07.30 น. ของวันรุ่งขึ้น (เวลาท้องถิ่น)
  • เที่ยวบินที่ TG 627 ทำการบินทุกวันพุธ ศุกร์ และอาทิตย์ ออกเดินทางจากเซนได เวลา 11.15 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงกรุงเทพฯ เวลา 16.05 น.

ในโอกาสเปิดเที่ยวบินใหม่สู่เซนได การบินไทยได้จำหน่ายบัตรโดยสารราคาพิเศษในราคาเริ่มต้นเพียง 13,420 บาทต่อคน หรือเดินทางเป็นกลุ่มตั้งแต่4 ท่านขึ้นไปเพียง 12,820 บาทต่อคน (ราคารวมภาษีและค่าธรรมเนียมแล้ว) สำรองที่นั่งและออกบัตรโดยสารได้ตั้งแต่บัดนี้-31 สิงหาคม 2562 เดินทางระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม-20 ธันวาคม 2562

มั่นใจผลประกอบการดี

สำหรับเซนได เป็นเมืองที่มีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ได้แก่ ธรรมชาติที่สวยงามจนได้สมญานามว่าเป็น “เมืองแห่งต้นไม้” โดยเฉพาะฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง อากาศที่อบอุ่น ไม่หนาวจัด อาหารอร่อย และอยู่ห่างจากโตเกียวไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเพียง 300 กิโลเมตร จึงเชื่อว่าเซนไดจะเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยวไทยที่ชื่นชอบและเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นบ่อยครั้ง

นอกจากนี้ เซนไดยังเป็นที่ตั้งของบริษัทชั้นนำอย่างโตโยต้าและคลัสเตอร์ของกลุ่มยานยนต์ ส่งผลให้มีลูกค้าองค์กรและนักธุรกิจใช้บริการเส้นทางนี้ด้วย ซึ่งเฉพาะเมืองเซนไดมีประชากรอยู่ที่ 1.6 ล้านคนและภูมิภาคโทโฮคุ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองเซนไดมีประชากรอยู่ 11 ล้านคน

ทั้งนี้ การบินไทยมีความชำนาญในตลาดญี่ปุ่นและมั่นใจว่าเส้นทางกรุงเทพฯ-เซนได จะมีผลประกอบการที่ดี อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) อยู่ที่ 80% ในจำนวนนี้แบ่งเป็นลูกค้าชาวไทย 60% และชาวญี่ปุ่น 40%

สนามบินให้ส่วนลด หนุนเปิดเส้นทาง

นายนนท์ กลินทะ  ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขาย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สนามบินนานาชาติเซนไดได้ออกมาตรการสนับสนุนให้การบินไทยเข้ามาเปิดเส้นทาง โดยให้ส่วนลดค่าลานจอดอากาศยาน, บริการนำร่องอากาศยาน และบริการภาคพื้น กับการบินไทยเป็นระยะเวลา 1 ปี

นอกจากนี้ บริษัท โตโยต้า ได้ลงนามให้พนักงานภายในองค์กรเข้ามาใช้บริการของการบินไทย จึงคาดว่าเส้นทางนี้จะมีสัดส่วนลูกค้าองค์กรประมาณ 15-20% ใกล้เคียงกับจุดบินอื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่น และน่าจะมีการขนส่งชิ้นส่วนยานยนต์ของโตโยต้าผ่านการบินไทยด้วย

หลังจากนี้ การบินไทยจะเร่งประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเส้นทางกรุงเทพฯ-เซนได ทั้งขาไปและขากลับ โดยมั่นใจว่าจุดบินนี้จะได้รับความนิยมและมียอดจองตั๋วสูงเหมือนจุดบินอื่นๆ ในญี่ปุ่น

ครองเจ้าตลาดเหนียวแน่น

นายนนท์กล่าวถึงภาพรวมของตลาดญี่ปุ่นว่า ปัจจุบันการบินไทยมีส่วนแบ่งในตลาดญี่ปุ่นเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับสายการบินอื่นๆ ที่ทำการบินจากประเทศไทยไปประเทศญี่ปุ่น โดยครองสัดส่วน 43-48% ของตลาดรวม คิดเป็นจำนวนลูกค้าราว 1 ล้านคนต่อปีและมีอัตราเติบโตเฉลี่ยราว 5% ต่อปี

“หลังจากเปิดเส้นทางกรุงเทพ- เซนได คาดว่าจะทำให้ยอดผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 7 หมื่นคนต่อปี และทำให้ส่วนแบ่งในตลาดญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอีก 1-2% ซึ่งก็หวังว่าจะทำให้การบินไทยมีส่วนแบ่งในตลาดญี่ปุ่นเพิ่มเป็น 50%”  นายนนท์กล่าว

สำหรับตลาดญี่ปุ่นในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) ในปีนี้นั้น นายนนท์กล่าวว่าสถานการณ์ค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว รวมถึงผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน จึงคาดว่าตลาดญี่ปุ่นจะบวกหรือลบประมาณ 1-2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

“โตโยต้า” ทุ่ม 10 ล้านดอลลาร์

มร.คิโยโยชิ โอบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท โตโยต้า ทูโช คอร์ปอร์เรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้รุกธุรกิจใหม่ในการบริหารจัดการสนามบินเซนได ในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของโตโยต้า ทูโช คอร์ปอร์เรชั่นกับการต่อยอดนโยบายการเพิ่มธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับรถยนต์ (Non Automotive) ให้มากขึ้น จากที่มีอยู่ราวๆ 10% ขยับเป็น 20-30% ในอีก 5 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ โตโยต้า ทูโช คอร์ปอร์เรชั่น ได้ร่วมลงทุนกับ 2 กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ ได้แก่ โตคิว กรุ๊ป และ มาเอดะ คอนสตรัคชั่น เข้าบริหารงานสนามบินเซนได เพื่อพัฒนาให้เป็นแม่เหล็กในการดึงดูดนักเดินทางให้มาเยือนประเทศญี่ปุ่นโดยเมืองเซนไดและภูมิภาคโทโฮคุ

“โตโยต้า ทูโช คอร์ปอร์เรชั่น จะเข้ามาบริหารจัดการงานสนามบินเซนได ในระยะเวลาสัญญาถึง 30 ปี โดยใช้งบลงทุน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปี 2018 รายได้ประมาณ 57 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปี 2019 นี้ คาดหวังไว้ที่ 63 ล้านเหรียญสหรัฐ” มร.คิโยโยชิ โอบะกล่าว

นายทาคุยะ อิวาอิ ผู้อำนวยการสนามบินนานาชาติเซนได ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า สนามบินนานาชาติเซนไดได้เชิญสายการบินไทยไปเปิดเส้นทางบินตรงแต่เพียงเจ้าเดียวและยังไม่ได้เชิญสายการบินสัญชาติไทยรายอื่น เนื่องจากต้องการผลักดันให้การเปิดเส้นทางครั้งนี้ประสบความสำเร็จก่อน

โดยเมืองเซนไดมีจุดเด่นเรื่องการเล่นสกีและอยู่ใกล้เมืองไทยมากกว่าฮอกไกโด จึงต้องเร่งประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้นักท่องเที่ยวไทยทราบมากขึ้น นอกจากนี้ในเมืองยังมีธุรกิจอยู่มากพอสมควร ซึ่งก็ทำให้มีกลุ่มลูกค้าองค์กรที่ต้องการเส้นทางบินตรงด้วย

 

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE