Economics

พร้อมรับมือ ‘วิกฤติพลังงาน’ มั่นใจ ‘น้ำมันดิบ’ ปรับขึ้นไม่ถึง 70 ดอลล์

พลังงาน เตรียมพร้อมรับมือ สถานการณ์ราคาน้ำมับดิบตลาดโลกผันผวน หลังเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมันและเคมี 2 ลำ ถูกลอบโจมตีแถบอ่าวโอมาน ยันพลังงานในประเทศมีเพียงพอใช้ 50 วัน ขอประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนกกักตุนพลังงาน มั่นใจไม่กระทบค่าครองชีพ ราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาท ส่วนเบนซินปรับขึ้นไม่มาก ประเมินราคาน้ำมันดิบขึ้น ไม่เกิน 70 ดอลลาร์ ยกเว้นมีการเผชิญหน้าของกองกำลังสองฝ่าย 

จากกรณีที่เรือบรรทุกน้ำมัน และเคมี 2 ลำ ซึ่งเป็นเรือบรรทุกแนฟทา 75,000 ตัน และเมทานอล ได้รับความเสียหายจากการถูกลอบโจมตีบริเวณอ่าวโอมาน เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา กรณีที่เรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกโจมตี ห่างจากชายฝั่งอิหร่านประมาณ 14 ไมล์ระหว่างขนส่งสินค้าจากตะวันออกกลางไปยังสิงคโปร์และไต้หวันนั้น

ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้มีการประชุมสอบทานปริมาณสต็อกน้ำมันสำรองในประเทศ เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว รวมแล้วมีปริมาณสำรองน้ำมันทั้งหมดเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ รวม 50 วัน เป็นสำรองในประเทศ 37 วัน และอยู่ระหว่างการขนส่งน้ำมันดิบเข้ามาอีก 13 วัน ในส่วนของสำรองเบนซินมี 12 วัน ดีเซล 13 วัน ส่วนน้ำมันดิบ 24 วัน

ขณะเดียวกัน สามารถผลิตน้ำมันดิบ และคอนเดนเสทจากแหล่งในประเทศ ป้อนความต้องการใช้ได้ประมาณ 35% และมีสต็อกก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) พร้อมใช้สำหรับครัวเรือน 20 วัน จากปริมาณคงเหลือ 117.89 ล้านกก. ความต้องการใช้ 5.90 ล้านกก.ต่อวัน  และโรงแยกก๊าซฯ ปตท.สามารถผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในภาคครัวเรือน ไม่เกิดปัญหาขาดแคลน

อย่างไรก็ตาม ได้ให้โรงแยกก๊าซฯ และโรงกลั่นน้ำมันรายงานตัวเลขการปริมาณการใช้ และสต็อกอย่างต่อเนื่องทุกวันกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา

จากการซ้อมเตรียมความพร้อมดังกล่าว กระทรวงพลังงานมั่นใจว่าประเทศไทยมีปริมาณสำรองน้ำมัน ที่พร้อมนำมาใช้ได้เพียงพอ ประกอบกับประเทศไทยก็มีการพึ่งพาตัวเองด้านพลังงานเพิ่มขึ้นมาตามลำดับ เพื่อลดการนำเข้า อาทิ ดีเซล ที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล (บี 100) 20 % หรือ บี 20 และแก๊สโซฮอล์ อี 20 ที่มีส่วนผสมของเอทานอล 20% เป็นต้น  จึงขอให้ประชาชนมั่นใจและไม่ตื่นตระหนกจนมีการกักตุนพลังงาน

ทางด้านก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) จะกระทบกับการนำเข้าหรือไม่นั้น ดร.ศิริ ประเมินว่า ไทยนำเข้าจากกาตาร์ 2 ล้านตันต่อปีคิดเป็น 280 ล้านลบ.ฟุตต่อวัน จากปริมาณก๊าซทั้งหมดที่ใช้อยู่ 5,000 ล้านลบ.ฟุตต่อวัน หากปิดช่องแคบฮอร์มุซก็จะกระทบส่วนของราคาแอลเอ็นจีสูงขึ้น ซึ่งจะมีผลอีกทีในช่วง 3 -6 เดือนข้างหน้า

สำหรับการประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันจากเหตุการณ์นี้ ดร.ศิริ บอกว่า ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขึ้นมา 2 ดอลลาร์จาก 60 เป็น 62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างรวดเร็ว แต่คาดว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะขึ้นไปเกินกว่า 70 ดอลลาร์ ยกเว้นมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือมีสถานการณ์เผชิญหน้ากันระหว่างกองกำลังของสหรัฐ และอิหร่าน

ราคาน้ำมันดิบทุกๆ 1 ดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้น มีผลต่อราคาน้ำมันในประเทศ 20 สตางค์ โดยการขึ้นราคาน้ำมันตลาดโลกที่ 62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไม่มีเหตุผลที่จะทำให้ราคาน้ำมันในประเทศเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้ ราคาดีเซลไม่ขึ้นเกิน 30 บาทต่อลิตร ส่วนเบนซิน อาจขึ้นบ้างแต่ไม่มาก จึงไม่กระทบค่าครองชีพ ส่วนสถานการณ์จะยืดเยื้อไปนานแค่ไหนนั้น คาดเดาไม่ได้

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB