CEO INSIGHT

‘ธนินท์’ เปิดกว้างคนนอกนั่ง ‘ซีอีโอ’ ซีพี

เจ้าสัวซีพี “ธนินท์ เจียรวนนท์” ระบุ อยากได้คนนอกครอบครัวมานั่งตำแหน่งซีอีโอ “เครือเจริญโภคภัณฑ์” (ซีพี) หนึ่งในกลุ่มบริษัทด้านอาหาร และเกษตรกรรมรายใหญ่สุดของโลก

“ธนินท์” ให้สัมภาษณ์ “นิกเคอิ เอเชียน รีวิว” ว่า แม้บุตรชายทั้ง 2 คนของเขาจะขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร และประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) หลังจากที่เขาก้าวลงจากตำแหน่งไปเมื่อปี 2560 แต่ตำแหน่งผู้นำนี้ อาจจะไม่อยู่นานเท่ากับที่เขาทำหน้าที่มานานเกือบ 50 ปี

“ผมตั้งใจมาโดยตลอดว่าจะเลือกคนในครอบครัว มาอยู่ในตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหาร แต่ในตำแหน่งซีอีโอนั้น เปิดกว้างสำหรับทุกคนที่มีความสามารถ และเหมาะสม ถ้าหากว่าผมหาคนในครอบครัวที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ไม่ได้”

เมื่อเดือนมกราคม 2560 ซีพี ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดใหญ่สุดของไทยที่บริหารโดยคนภายในครอบครัว ได้ตัดสินใจที่จะปรับตำแหน่งของธนินท์ ขึ้นเป็นประธานคณะผู้บริหารอาวุโส โดยแต่งตั้งบุตรชายคนโตของเขา “สุภกิต เจียรวนนท์” เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร และบุตรชายคนที่ 3 “ศุภชัย เจียรวนนท์” เป็นซีอีโอ

“การถ่ายโอนอำนาจการบริหารให้กับลูกชายผมเกือบเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว ผมพยายามที่จะไม่เข้าไปแทรกแซงในเรื่องที่พวกเขาตัดสินใจในแต่ละวัน”

อย่างไรก็ดี แม้จะเพิ่งส่งไม้ต่อให้กับบุตรชาย แต่มหาเศรษฐีผู้มีฐานะมั่งคั่งสุดในไทย กลับบอกว่า เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะให้บุตรชายทั้งคู่ อยู่ในตำแหน่งนานเท่ากับที่เขาเคยทำหน้าที่มานานเกือบ 50 ปี

“เราเหลือเวลาอีกไม่ถึง 9 ปีเท่านั้น สำหรับการถ่ายโอนอำนาจครั้งต่อไป”

พร้อมกันนี้ เขายังยกชื่อสมาชิก 2 คนในครอบครัวขึ้นมาพูดถึงในฐานะบุคคลที่มีความเป็นไปได้ที่จะสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารอาณาจักรซีพี  คนแรก คือ “ธนิศร์ เจียรวนนท์” บุตรชายคนโตของสุภกิต ที่ปัจจุบันบริหารธุรกิจในอินเดีย ของบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) และอีกคนหนึ่งคือ “กรวัฒน์ เจียรวนนท์” บุตรชายคนโตของศุภชัย ผู้ก่อตั้งเอโค่ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์การสื่อสารขององค์กรขึ้นมาตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี

ขณะเดียวกัน กระบวนการถ่ายโอนอำนาจก็ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ธนินท์ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร “เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)” หรือซีพีเอฟ บริษัทยักษ์ใหญ่ในด้านเกษตร และอุตสาหกรรมอาหาร และ “ซีพี ออลล์ ” ผู้บริหารกิจการร้านสะดวกซื้อ โดยที่สุภกิต เข้าดำรงตำแหน่งแทนที่ในทั้ง 2 บริษัท ส่วนศุภชัยนั่งเก้าอี้กรรมการบริหารของทั้ง 2 บริษัท

นิกเคอิ รายงานด้วยว่า หากมองไปในอนาคต ก็มีความเป็นไปได้ว่า ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท อาจจะมาจากศูนย์ฝึกอบรมของซีพีเอง

เมื่อปี 2559 ซีพีได้เปิด “สถาบันผู้นำซีพี” ขึ้นมา สำหรับการฝึกอบรมพนักงานในทุกระดับไปจนถึงผู้บริหารจากทุกหน่วยงานในเครือ ซึ่งธนินท์คาดหวังว่า สถาบันนี้จะสร้างผู้นำที่มีระเบียบวินัยและมีความรับผิดชอบ ผู้ื้ที่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้

ที่มา: Nikkei Asian Review

Add Friend Follow
KANYAPORN PHUAKVISUTHI