Startup

‘บัซซี่บีส์’ จากสตาร์ทอัพ สู่ธุรกิจระดับพันล้าน ด้วยแพลตฟอร์มซีอาร์เอ็ม พริวิเลจ

ก้าวสู่ปีที่ 7 อย่างมั่นคง สำหรับ บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด (Buzzebees) จากจุดเริ่มต้นธุรกิจเทคสตาร์อทอัพ ด้วยพนักงาน 6 คน เมื่อถึงต้นปี 2562 บัซซี่บีส์มีพนักงานมากกว่า 200 คน และเป็นผู้นำด้านการออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์มซีอาร์เอ็ม พริวิเลจ แบบครบวงจร ครอบคลุมตลาดในประเทศไทย มากกว่า 90% และมีฐานครอบคลุมผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน ในอุตสาหกรรมต่างๆ

ไมเคิล เชน

นายไมเคิล เชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด เปิดเผยถึงก้าวต่อไปของ บัซซี่บีส์ ว่า ได้วางเป้าหมายรายได้ปีนี้จะแตะ 1,000 ล้านบาทเป็นปีแรก หรือเพิ่มขึ้นกว่า 40% จากปี 2562 ที่ปิดรายได้อยู่ที่ 665 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนด้านซีอาร์เอ็มประมาณ 80% และการทำ อีคอมเมิร์ซ, บิ๊กดาต้า การชำระเงินผ่านวอลเล็ต เพย์เมนต์ และอื่นๆ อีก 20% โดยการเติบโตจะมาจากการเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ด้านซีอาร์เอ็ม พริวิเลจ อย่างต่อเนื่อง เพื่อคงความเป็นวันสต็อปโซลูชั่น

นอกจากนี้ยังพบว่า โอกาสในธุรกิจนี้ยังมีอีกมาก ทั้งจากลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น สถาบันการเงินและธนาคาร บริษัทประกัน ผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม สินค้าอุปโภคบริโภค และน้ำมันเชื้อเพลิง โดยปีนี้ บัซซี่บีส์มีลูกค้าสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 10 ราย อาทิ เนสท์เล่, เอ็ม150, มาม่า, โคคา-โคล่า, เมกาบางนา เป็นต้น

“ข้อดีของการทำซีอาร์เอ็มแต่ละแพลตฟอร์มก็จะแตกต่างกันไป บางแพลตฟอร์มสามารถต่อยอดให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ ทราบว่ายิงโปรโมชั่นแบบไหนผู้บริโภคถึงชอบและได้รับผลตอบรับดีก็ทำต่อไป ลูกค้าคนนี้ชอบกินอะไร ชอบซื้อของเวลาไหน ชอบรสชาติอะไร ทำให้เวลาทำแคมเปญการตลาดครั้งถัดๆ ไป ก็จะตรงใจลูกค้ามากขึ้นเรื่อยๆ”นายเชนกล่าว

ปัจจุบัน บัซซี่บีส์ ด้พัฒนาโมเดลการตลาดเรียกว่า ‘Buzzebees Z-through’ ที่สามารถเลือกทำแคมเปญที่เจาะจงเฉพาะกลุ่ม (Customize Campaign) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ ถ้าเรารู้ว่าคนนี้กินอาหารญี่ปุ่น และชอบเข้าฟิตเนสช่วงเช้าก่อนทำงาน ก็สามารถนำเสนอแพคเกจฟิตเนสรายปีสุดคุ้มเฉพาะช่วงเช้า  ซึ่งการทำแบบเลือกกลุ่มเป้าหมายจะช่วยให้องค์กรประหยัดงบการตลาดและเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งคุ้มค่ากว่าการยิงโปรโมชั่นเหมือนกันทั่วประเทศ เป็นต้น

สำหรับผลงานที่ได้รับผลตอบรับดีเกินคาดนั้น นายเชน เล่าว่า ต้องยกให้แคมเปญสะสมแต้มใต้ฝาน้ำดื่มสิงห์ Singha Rewards อยู่ในกลุ่มสินค้าอุปโภค ซึ่งเป็นสินค้าที่จำเป็นต้องทำมาร์เก็ตติ้ง และหัวใจสำคัญที่นักการตลาดมุ่งเน้นคือการใช้ ROI (Return on Investment) เป็นเกณฑ์หลักในการวัดผลของยอดขายหรือใช้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในการขายผลิตภัณฑ์นั้นๆ ซึ่งการทำตลาดที่เป็นดิจิทัลในรูปแบบซีอาร์เอ็มบนบรรจุภัณฑ์สามารถตอบโจทย์ด้าน ROI ให้กับสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างมาก และได้ผลมากกว่าการทำในรูปแบบเดิมๆ  และสุดท้ายจะทำให้ผู้บริโภคสามารถเกิดการแบรนด์แบรนด์ ได้ถึง 30%

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT