COLUMNISTS

มัวแต่แย่งเก้าอี้รัฐมนตรี …แล้วประชาชนล่ะ

เฉลา กาญจนา
Chalao@thebangkokinsight.com
459

หลังเสร็จสิ้นภารกิจโวหตเลือกนายกรัฐมนตรไปไม่เท่าไหร่  ออกก็ลายกันให่เห็นๆเสียแล้วสำหรับนักการเมืองไทย ไม่มีอะไรมากนอกจากผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ละกลุ่มเรียงหน้าออกมา ร้องแรกแหกกระเชอ ไม่อายชาวบ้านตาดำๆ ที่อุตส่าห์ไปเลือก “ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ” หวังเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชน เมื่อสามารถเข้ามาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ

 

โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ไม่ทันข้ามวัน จนใครต่อใครพูดกันว่า “นายกฯ 500” หรือ“สภา 500” แล้วแต่จะเรียกกัน เสียงกรีดร้อง โหยหา เก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอ ดังสนั่นขึ้นมาทันที

แต่ที่มหัศจรรยไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นคือ พวกนักการเมืองที่ธาตุไฟกำลังจะแตก อยากได้เก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอ ออกมาเรียกร้องแบบ ไม่อายฟ้าดิน   ประกาศเรียกร้องขอเก้าอี้รัฐมนตรีกันแบบดื้อๆ แบบอยากให้โลกรู้  จนกลายเป็น “ดราม่าการเมือง” ขึ้น

ความกระหายของนักการเมืองสมัยนี้ เก่งจนไม่รู้ว่าดีหรือไม่ ที่หันมาปักหลักใช้ โซเชียล มีเดีย แย่งชิงโควตากระทรวงแบบไม่ต้องสนใจ ว่าภาพลักษณ์หรือความศรัทธาจะเป็นอย่างไร นักการเมืองบางคนเก่ง คอยปั่นกระแสเรียกร้องความสนใจ บนโลกออนไลน์  แต่บาง กลุ่มคอยชักใยอยู่ข้างหลัง กลุ่มนี้เป็น พวกหน้าบาง แต่อยากได้ตำแหน่ง คอยปั่นหัวลูกทีมสร้างกระแสกดดันพรรค ใช้เครือข่ายภายนอก เป่าหู นินทาผู้ใหญ่ในพรรค หวังที่จะให้คนนอก เป็นกระบอกเสียง บอกต่อๆไปยังพวกชอบเสพข่าว 

ที่น่าทึ่ง!! เกมจบ คนไม่จบ สร้างกลุ่มก๊วนขึ้นมาต่อรอง ขอคืนกระทรวงเกรดเอ หลังจบภารกิจโหวตนายกรัฐมนตรี แบบไม่มีใครยอมใคร ไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่พรรคเล็ก ประเภทต้องได้ ไม่ได้ไม่ยอม นี่แหละธาตุแท้ นักการเมืองไทย วิถีแบบนี้ “ลุงตู่” น่าจะยังไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน เชื่อว่าจะรุนแรงขึ้น น่าจะสร้างความปั่นป่วนให้กับรัฐบาลไม่น้อย หากไม่หยุดกระบวนการก่อหวอดเสียตั้งแต่วันนี้ ในที่สุดก็จะลามเข้าไปสู่การประชุมรัฐสภาอันดับต่อไป

ต่อมธาตุไฟแตกหนักนาทีนี้ เห็นทีจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่ดูเหมือนเหลียวหน้าแลหลัง เหลือกระทรวงที่ไม่ค่อยอยากได้สักเท่าไหร่ ขณะที่ลูกทีมแต่ละกลุ่ม ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะมีที่นั่งหรือไม่ มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 5-6 กลุ่มภายในพรรค จึงต้องออกมาเขย่าขอทบทวนกระทรวง ที่ยกให้กับพรรคร่วมอย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยใหม่

เรียกว่าออกมาเรียงหน้าทวงคืน  ขอสลับกระทรวงกัน หน้าสลอน ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่  ซัดกันนัวอยู่บน โซเชียล แบบไม่ต้องเกรงใจใคร ช่างอยู่บนยุคที่กล้าได้กล้าเสียเหลือเกิน แบบไม่เหนียมอายใดๆทั้งสิ้น บางคนบอกว่า แย่งกันเหมือน…. หรือไม่ก็  โจร… จะสามัคคี​กันตอนปล้น แต่จะหักหลังกันตอนแบ่งสมบัติ วันนี้ได้ยินแต่เสียงเปรียบเปรยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้ อยากรู้เหลือเกินเสถียรภาพรัฐบาลชุดนี้ มันจะมั่นคงได้สักแค่ไหน 6 เดือน หรือ 1 ปี เพราะยังไม่ทันเริ่มงานก็มีอาการแบบ “ทวงบุญคุณ” เกิดขึ้นแล้ว อย่างนี้จะไปรอดได้อย่างไร

ยิ่งเห็นความกระหายแย่งชิงกระทรวงคมนาคมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยิ่งทำให้เห็นธาตุแท้ของนักการเมือง ว่าแท้จริงแล้วคิดอะไรอยู่ วันนี้เรายังไม่เห็นมีพรรคไหนออกมาพูดหรือประกาศให้ชาวบ้านรู้ว่า รัฐบาลใหม่จะช่วยปากท้องเขาได้อย่างไร จะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจมันโตวันโตคืนได้สักที เห็นมีแต่การแย่งชิงกระทรวง แล้วอย่างนี้ประชาชนจะหวังพึ่งอะไรจากรัฐบาลใหม่ได้

ภาพจากเพจไทยคู่ฟ้า

มันถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่พรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ควรหันหน้ามาจับเข่าคุยกัน เพื่อวางทิศทางนโยบายร่วมกัน สร้างความหวังให้กับประชาชน ว่ารัฐบาลใหม่จะบริหารบ้านเมืองอย่างไรให้พวกเขาอยู่ดีกินดีสักที ทำอย่างไรให้เศรษฐกิจมันเติบโต ทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนมีเงินในกระเป๋า พอที่จับจ่ายใช้สอยได้ ไม่ใช่มัวแต่ส่งสัญญาณ รุมทึ้ง กระทรวงนั้นกระทรวงนี้เหมือนที่เป็นอยู่

เราอยากเห็นผู้มีอำนาจในรัฐบาลออกมาจัดการสิ่งที่ปรากฎอยู่ให้จบสิ้นเสียที วันนี้สิ่งที่ปรากฎอายไปทั่วโลก ไม่ได้แย่งชิงที่จะเสนอนโยบายบริหารประเทศ แต่กลับแย่งชิงที่นั่งกันอย่างเปิดเผย แบบนี้ถามหน่อยเถอะ…ประชาชนเขาจะคาดหวังอะไรได้กับรับบาลชุดนี้ หากยังมัวแต่มองผลประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้ง

หลังจากนี้ถึงเวลาแล้วที่ นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรใช้อำนาจที่มีอยู่จัดการให้จบ  สร้างศรัทธา เรียกความเชื่อมั่น เดินหน้าบริหารประเทศ อย่าปล่อยให้ผลประโยชน์ครอบงำ ทำลายเสถียรภาพของรัฐบาลไปแบบไม่รู้ตัว ประชาชนเขาเบื่อแล้วนะจะบอกให้ 

Add Friend Follow