CEO INSIGHT

‘อภิชาติ ลีนุตพงษ์’ รถยนต์ไฟฟ้า ยังไม่ถึงเวลาในไทย

“สินค้าที่จะเลือกมาขาย ต้องเลือกจากทดลองใช้เองก่อนแล้วชอบ เมื่อเจรจากับพาร์ทเนอร์เจ้าของสินค้าต้องศึกษาว่าเป็นผู้ประกอบการที่มีจรรยาบรรณ มีความรับผิดชอบ ถึงจะทำ ทุกสินค้าไม่ว่าจะเป็นเทสล่า, ไอ-โรบอท, ดูคาติ และทุกสินค้าที่ขายทุกวันนี้ ได้ลองใช้แล้วรู้ว่าดีจริงแล้วทุกตัว”

 

นี่เป็นแนวคิดของ นายอภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการผู้จัดการ เครือชาริชโฮลดิ้ง นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง ที่สร้างอาณาจักรธุรกิจของตัวเองขึ้นมา โดยยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับธุรกิจครอบครัวตระกูล “ลีนุตพงษ์”

จนถึงปัจจุบันมีธุรกิจในเครือถึง 7 กลุ่ม ได้แก่ 1.รถจักรยานยนต์ดูคาติ 2.รถจักรยานยนต์รอยัล เอนด์ฟิลด์ 3.ยานยนต์ไฟฟ้าบีวายดี 4.ชุดแต่งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเทสล่า 5.สินค้านวัตกรรมไอ–โรบอท 6.เครื่องล้างแปรงแต่งหน้าสไตล์โปร และ 7.สกูตเตอร์ไฟฟ้าพรีเมียมนิว

สำหรับปีนี้ ก็ยังคงมองหาสินค้ากลุ่มใหม่เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น โดยมองเทรนด์แล้วว่า สินค้านวัตกรรมและเพื่อสุขภาพมาแรง เขาจึงเตรียมนำเครื่องกรองอากาศแบบพกพา แบรนด์ IBLE จากประเทศไต้หวันเข้ามาทำตลาด ซึ่งแน่นอนว่า เจ้าตัวได้ทดลองใช้มาแล้วเช่นกัน รวมทั้งมองหากลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ สมาร์ท ลีฟวิ่ง จากยุโรปเข้ามาในปีนี้เช่นกัน

แต่ใช่ว่าจะมีเฉพาะการขยายธุรกิจเท่านั้น หากสินค้าที่ทำตลาดอยู่แล้วไม่เวิร์ก หรือไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เขาก็พร้อมที่จะ “หยุด”

นั่นคือ การตัดสินใจชะลอการทำธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า บีวายดี ที่จัดตั้งบริษัท บีวายดี ออโต้ จำกัด ขึ้นเพื่อนำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์จากประเทศจีน หลังจากปี 2561 ได้ส่งมอบบีวายดี อี 6 จำนวน 101 คัน ให้แก่ บริษัท อีวี โซไซตี้ จำกัด ผู้บริหารกิจการแทกซี่ในสนามบินสุวรรณภูมิ ในโครงการ อีวี แทกซี วีไอพี

“ในส่วนที่ส่งมอบไปแล้วก็จะทำไป แต่จะไม่ทำเพิ่ม ขอรอดูสภาพตลาดก่อน ซึ่งตอนนี้ส่วนตัวมองว่า ผู้บริโภคไทยยังไม่ตอบสนองกับรถยนต์ไฟฟ้ามากนัก เพราะผู้บริโภคไทยส่วนใหญ่จะตัดสินซื้อรถจากราคามากกว่า และรถไฟฟ้ายังราคาสูงเมื่อเทียบกับรถยนต์ปกติในสเปคเดียวกัน อีกทั้งยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐเท่าที่ควร”

ผู้บริหารชาริชโฮลดิ้ง เล่าถึงภาพรวมการขยายธุรกิจในเครือปีนี้ว่า นอกจากสินค้าใหม่ที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ในส่วนของธุรกิจอื่นๆ จะพิจารณาตามสภาพตลาด เช่น ลัมโบกินี ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำหน่ายเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา พบว่าได้รับผลตอบรับดีมาก ขณะที่ ดูคาติ อยู่ในระยะตลาดเริ่มนิ่ง เรื่องจากพฤติกรรมลูกค้าเริ่มหันไปใช้มอเตอร์ไซค์ที่มีขนาดซีซี เล็กลงหรือประมาณ 250 ซีซีขึ้นไป ขณะที่ ดูคาติ เริ่มต้นที่ 797 ซีซี

สำหรับปีนี้ แม้จะชะลอการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไป แต่จากการเติบโตของธุรกิจอื่นๆ และแผนการขยายสินค้าใหม่ ทำให้บิ๊กบอสชาริส โฮลดิ้ง วางเป้าหมายว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายได้แตะ 2,000 ล้านบาท ในปีนี้ จากปีก่อนทำรายได้ตามเป้าหมายที่ 1,200 ล้านบาท

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT