ดูหนังออนไลน์
Politics

‘ธนาธร’ สู้! เดินหน้าเปิดโปงความชั่วร้าย ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ

“ธนาธร” ไม่เห็นด้วยกับมติของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมสู้เดินหน้าเปิดโปงความชั่วร้ายของเผด็จการ ประกาศรวบรวมเสียงดันนั่งนายกรัฐมนตรี

จากกรณี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเอกฉัทน์ 9 ต่อ 0 รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ไว้พิจารณา กรณีขอให้พิจารณาวินิจฉัยว่า คุณสมบัติของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถือครองหุ้นใน บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจสื่อ เข้าลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6 ) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่

ขณะเดียวกัน ได้มีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ไว้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย โดยศาลฯ ให้เหตุผลว่าคดีนี้กกต. ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง ให้นายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับมติของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว ตามข้อกฎหมายที่นายปิยบุตรแถลงไปแล้ว และขอตั้งข้อสังเกตว่าการยื่นคำร้องของกกต.ไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่า ทำไมยังมีหนังสือเรียกพยานเพิ่ม ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 เพื่อไปให้การเพิ่มเติมในวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 จากคณะกรรมการสืบสวนชุดเล็กที่ยังดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงอยู่ คำถามคือ เหตุใดกกต. 7 ท่านจึงส่งคำร้องให้ศาลพิจารณา โดยไม่รอให้คณะกรรมการชุดเล็กพิจารณาหาความเป็นจริงให้เสร็จก่อน

ก่อนหน้านี้ กกต.ก็เคยเรียกนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ แม่ของตนไปตอบข้อร้องเรียนนี้ โดยจดหมายมาถึงวันที่ 22 เมษายน 2562 ช่วงบ่ายให้ไปให้ปากคำวันที่ 22 เมษายน 2562 ช่วงเช้า ซึ่งไม่มีใครทำได้ หลังจากนั้นวันที่ 23 เมษายน 2562 กกต.ก็แจ้งข้อกล่าวหาตนทันที โดยที่ฝ่ายตนผู้ถูกร้องไม่ได้มีโอกาสชี้แจง ความเร่งรีบนี้ยิ่งผิดปกติเมื่อเทียบกับกรณี นายดอน ปรมัตถ์วินัย อดีตรมว.การต่างประเทศที่ใช้เวลา 417 วันนับจากกกต.จนถึงศาลรัฐธรรมนูญ แต่กรณีของตนใช้เวลา 53 วันเท่านั้น ต่างกันเกือบ 1 ปี

ทุกท่านคิดว่าตนได้รับความเป็นธรรมจากกรณีนี้หรือไม่ ได้รับความเป็นธรรมจากองค์กรอิสระหรือไม่ มีความพยายามผลักดันเรื่องนี้เร็วกว่าปกติหรือไม่ ขอให้ประชาชนมาร่วมช่วยกันตรวจสอบองค์กรอิสระ ตอนนี้ ตนและพรรคอนาคตใหม่จะยังยืนยันอย่างแน่วแน่ต่อไปว่า จะรวบรวมเสียงพรรคการเมืองที่ต่อต้านเผด็จการเพื่อผลักดันให้นายธนาธรเป็นนายกฯอย่างไม่หยุดยั้ง นายธนาธรยังเป็นแคนดิเดตนายกฯพร้อมเป็นนายกฯ มีศักดิ์และสิทธิที่จะเป็นนายกฯ

“ผมอยากลองชวนทุกคนให้ยืนเงียบๆ นิ่งๆ เงี่ยหูฟัง พวกเราได้ยินเสียงคร่ำครวญ เสียงความไม่พอใจของผู้คนข้างนอกหรือไม่ คสช.วันนี้กำลังอยู่ในช่วงขาลง คสช.และเผด็จการคืออาทิตย์ที่กำลังอัสดง ไม่ว่าจะเป็นความพยายามสืบทอดอำนาจด้วยการดึงส.ส.จากพรรคอื่น หรือสกัดผมไม่ให้เข้าสภาก็ดี นี่แสดงถึงความสิ้นหวังของเผด็จการ เป็นการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของระบอบเผด็จการ พวกเข้าต้องการให้วันนี้เป็นเมื่อวาน เพื่อจะได้เสวยสุขบนความทุกข์ของประชนต่อเนื่องไม่เปลี่ยนแปลง พวกเขาคือความมืด พวกเราคือแสงสว่าง อนาคตใหม่ขออาสาเปิดประตูสู่รุ่งอรุณของวันพรุ่งนี้ นายธนาธรขอเป็นนายกฯ เพื่อหยุดยั้งระบอบคสช. เพื่อหยุดยั้งระบอบเผด็จการ” นายธนาธร กล่าว

วันนี้ ทุกคนอาจสิ้นหวังหมดหวังเมื่อได้ยินคำวินิจฉัยของศาล แต่ตนอยากเรียนผู้สนับสนุนอนาคตใหม่ว่า นี่ไม่ใช่เวลาขอความสิ้นหวัง นี่คือเวลาเปิดโปงความชั่วร้ายของเผด็จการ จากความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น ผมขอชวนพี่น้องลุกขึ้นยืนและต่อสู้ร่วมกัน เพื่อร่วมสร้างสังคมแห่งความเป็นธรรม ชาวอนาคตใหม่ที่ได้ยินเสียงของผม ผมและส.ส.อีก 79 คนยังไม่หมดหวัง แม้ศาลจะตัดสินให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ แต่ผมยังเป็นส.ส.อยู่ ระหว่างรอการวินิจฉัยของศาล ผมจะทำงานกับประชาชนอย่าต่อเนื่อง เมื่อไม่ให้ผมเข้าสภา ผมก็จะอยู่กับประชาชน ในฐานะบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน 6.3 ล้านเสียงทั่วประเทศ

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team