Economics

‘ราช กรุ๊ป’ สุุดคึกหลังรีแบรนด์ ลุยลงทุนเมกะโปรเจคเต็มเหนี่ยว

หลังจาก บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH  ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ มีกฟผ.ถือหุ้น 45 % ดีดลูกคิดแล้วว่า อนาคตโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในประเทศเห็นทีจะเจอทางตัน เพราะนอกจากต้องสุ่มเสี่ยงเจอแรงเสียดจากภาคประชาสังคมแล้ว กว่าจะผ่านขั้นตอนการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการรับฟังความเห็นก็อีกยาว อีกทั้งเทรนด์ยังไปที่การกระจายการผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กๆ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองของผู้ประกอบการ และบ้านเรือนประชาชน ทำให้ บริษัท ราช กรุ๊ป ต้องกลับมาทบทวนตัวเอง

กิจจา ศรีพัฑฒางกุระ

นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป  เล่าว่า เราก็ไปศึกษาโมเดล 200-300 บริษัทผลิตไฟฟ้าทั่วโลกที่อยู่มาได้อย่างยั่งยืนทำได้อย่างไร ก็พบว่า เขามีธุรกิจอื่นมาผนึกกำลัง โดยเฉพาะสาธารณูปโภค ถนน โทรคมนาคม น้ำ เราก็มาคิดว่าตอนนี้รัฐบาลไทยเอง ก็มีโครงการขนาดใหญ่ด้านสาธารณูปโภคเป็นจำนวนมาก และโครงการเครือข่ายรถไฟฟ้าต่างๆ เราจึงคิดว่าการเข้าไปในตลาดนั้นมีอนาคตแน่นอน โดยหาพันธมิตรที่เชี่ยวชาญในแต่ละเรื่องมาร่วมมือกัน

จากนั้นก็ไปโรดโชว์ และบอกว่าต่อไปนี้ เราจะเข้าไปในธุรกิจอื่นๆ ที่มีอนาคต ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้า ถนนมอเตอร์เวย์ที่กำลังจะเปิดประมูลในอนาคต รวมทั้งธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยี Internet of Things และโทรคมนาคม รวมถึงการผลิตน้ำประปา และบำบัดน้ำเสีย ทั้งในและต่างประเทศ นักลงทุนต่างเห็นด้วย จึงคิดว่ามาถูกทางแน่นอน  นำมาสู่การปรับพอร์ตการลงทุนภายในปี 2566 โดยลดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้า เหลือ 80% อีก 20 % จะมุ่งไปที่ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน

และให้เพื่อทิศทางการลงทุนสื่อสารกับสาธารณะได้ตรงจุด บริษัท ราช กรุ๊ป จึงตัดสินใจ “รีแบรนด์” บริษัท และแน่นอนว่าต้องผ่านสายตาของซินแสดังด้วย จึงจะมั่นใจได้ว่า “เฮงๆๆ” แน่นอน  นายกิจจา เล่าว่า ชื่อเดิม บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) สื่อไปที่การลงทุนโรงไฟฟ้าที่จังหวัดราชบุรีเฉพาะเกินไป เราจึงปรับชื่อเป็น บริษัท ราช กรุ๊ป  และโลโก้ใหม่ ตัวอักษรเหมือนเดิม แต่มีการอธิบายความหมายใหม่

R คือ ราชสีห์

∧ คือ พีระมิด หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง

H คือ เกือกม้า แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองซ้ำเข้าไปอีก 

ส่วนโลโก้ที่มาประกบกัน เป็นลายเส้น 3 สีตวัดเหมือนลูกโลกแสดงให้เห็นพึงพลวัตรของการเปลี่ยนแปลง ที่บริษัทกำลังมุ่งไป  ส่วน 3 สีนั้น ก็มีความหมาย สีแดง หมายถึงธุรกิจไฟฟ้า สีฟ้า หมายถึงธุรกิจสาธารณูปโภคที่กำลังก้าวเข้าไป และสีเขียว หมายถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม

สร้างพลังบวกอย่างนี้แล้ว บริษัท ราช กรุ๊ป แสนฮึกเหิมลุยธุรกิจเต็มที่ ด้านโรงไฟฟ้าก็ร่วมกับพันธมิตร จะเปิดตัวเร็วๆนี้ ว่าจะร่วมกับใคร เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าฝั่งตะวันตก ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ ฉบับ 2018 (พีดีพี) ตั้งอยู่ที่จังหวัดราชบุรี ชื่อว่า โรงไฟฟ้าหินกอง 2 หน่วย มาทดแทนโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอร์ยี่ ของบริษัทที่จะสิ้นสุดอายุสัญญาเดือนกรกฎาคม 2563 กำลังผลิตหน่วยละ 700 เมกะวัตต์แทนโรงเดิม และโรงใหม่ในพื้นที่ใกล้เคียงกันอีก 700 เมกะวัตต์

โดยจะเริ่มก่อสร้างปี 2564 ผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2567 และ 2568 แค่โครงการเดียวการลงทุนก็สูงถึง 700 ล้านดอลลาร์ และการร่วมกับพันธมิตรครั้งนี้ยังมีแผนที่จะต่อ ยอดไปถึงธุรกิจอื่นๆต่อไปด้วย นอกจากนี้ยังสนใจลงทุนโรงไฟฟ้าในพื้นที่อื่นของตามแผนพีดีพี อยู่ระหว่างหารือกับกฟผ.

และแน่นอนกำลังจับจ้องกับการเข้าประมูลรถไฟฟ้าสายต่างๆ โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรเดิม คือ กลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR Joint Venture) ประกอบด้วย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)  บริษัท ราช กรุ๊ป และบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม และกำลังศึกษาเพื่อเข้าร่วมประมูลสายสีแดงอ่อน และแดงเข้ม

รวมไปถึงร่วมประมูลโครงการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ โดยขณะนี้สนใจเข้าร่วมประมูลงานดำเนินงาน และบำรุงรักษา (O&M) โครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี  โดยปัจจุบันบริษัทมีการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานมาแล้ว โดยร่วมกับกลุ่มบีเอสอาร์ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและชมพู

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษา เพื่อเข้าร่วมประมูลพัฒนา Smart Complex ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ด้วย และกำลังเข้าไปปูฐานการลงทุน ผลิตน้ำประปาให้กับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว ที่เศรษฐกิจกำลังเจริญเติบโต

การลงทุนของแต่ละปีของบริษัท ราช กรุ๊ป จำนวนไม่น้อยวางไว้ 10,000-20,000 ล้านบาท เป้าหมายจะเพิ่มกำลังผลิตให้ได้ 700 เมกะวัตต์ต่อปี จากตอนนี้รวมโรงไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างมีกำลังผลิตในมือ 7,500 เมกะวัตต์ ไม่นับรวมธุรกิจสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่กำลังเดินสายประมูลโครงการต่างๆของรัฐ

ตอนนี้มูลค่ากิจการของ บริษัท ราช กรุ๊ป สูงถึง 103,185.80 ล้านบาท ไตรมาส 1 กวาดกำไรสุทธิ 1,174.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 54 % ส่วนปี 2566 เป้าหมายใหญ่จะมีกำลังผลิตติดตั้งให้ได้ 10,000 เมกะวัตต์ มีมูลค่ากิจการรวม 200,000 ล้านบาท

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB