COLUMNISTS

จับตาบริษัทยักษ์ใหญ่ผลิตไข่ไก่บุกไทย ‘ใครได้ ใครเสีย’

ดร.พิมพ์รพี พันธ์ุวิชาติกุล
0

มีโอกาสได้อ่านบทความในสยามรัฐเรื่อง “เกษตรกรหนาว ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตไข่เบอร์ 1 ของญี่ปุ่นบุกไทย” และบทความเนื้อหาคล้ายคลึงกันในคอลัมน์ “โขลกข่าวตำทุกข์” ของไทยรัฐแล้ว เห็นว่ามีประเด็นน่าสนใจที่คนไทยควรติดตามในสองประเด็นคือ

1. หากมีบริษัทใหญ่ในไทยไปชักชวนบริษัทยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นเข้ามาสร้างฟาร์มในไทยเลี้ยงไก่ราว 1-2 ล้านตัว โดยมีการยื่นขอบีโอไอกับรัฐบาลจริง รัฐบาลควรพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร

โดยส่วนตัวเห็นว่า หลักในการส่งเสริมการลงทุนนั้นควรมุ่งเน้นที่การส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อจะได้ก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง เพราะทุกครั้งที่รัฐบาลอนุมัติให้มีการส่งเสริมการลงทุนผ่านมาตรการภาษี ย่อมส่งผลกระทบต่อรายได้ของประเทศตามมา

ดังนั้นจึงต้องพิเคราะห์ว่าการให้ญี่ป่นมาสร้างฟาร์มไก่ไข่ในไทยจะก่อให้เกิดการจ้างงาน หรือช่วยปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างไร มีนวัตกรรมใหม่ ๆ อะไรมาให้คนไทยเรียนรู้หรือเปล่า คุ้มค่ากับรายได้ที่รัฐจะต้องเสียไปหรือไม่

2. ผลผลิตไข่ไก่ในไทยแต่ละวันมีประมาณ 48 ล้านฟอง ที่ผ่านมา รัฐบาลยังต้องออกมาตรการเป็นระยะเพื่อช่วยพยุงไม่ให้ราคาไข่ไก่ตกต่ำ การอนุญาตให้บริษัทญี่ปุ่นเข้ามาผลิตไข่ไก่ในประเทศไทย จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อเกษตรกรภายในประเทศ มีความจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องดำเนินการเช่นนั้น เพราะประเทศไทยสามารถผลิตไข่ไก่เพียงพอต่อความต้องการของคนในประเทศจนถึงขั้นส่งออกด้วยซ้ำ

ปัญหาเรื่องไข่ไก่ในประเทศไทยยังมีหลายเรื่องที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะกรณีทุนใหญ่ผูกขาดกำหนดราคาได้เองทั้งหมด ตั้งแต่ราคาลูกไก่ไข่ อาหารสัตว์ ไปจนถึงราคาไข่ไก่ในตลาด ต้องการให้ราคาไข่ขึ้นก็เก็บเข้าสต๊อก ต้องการให้ราคาตกเพื่อบีบให้รัฐออกมาตรการช่วยเหลือตามที่ต้องการก็ดั๊มพ์ราคาลงมา สิ่งเหล่านี้จะแก้ได้คือรัฐบาลต้องสนับสนุนให้ฟาร์มอิสระอยู่รอด ลดการผูกขาดของทุนใหญ่ลง ทำให้กลไกตลาดเดินหน้าได้ตามธรรมชาติไม่ใช่อยู่ในกำมือของคนกลุ่มเดียว

ในรัฐบาลอภิสิทธิ์เคยแก้ปัญหาเรื่องการผูกขาดนำเข้าพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ มาแล้ว แต่ในรัฐบาลคสช.เริ่มมีการสร้างเงื่อนไขหลายอย่าง ทั้งอ้างปริมาณล้นตลาด ขอ ความร่วมมือ ไปจนถึงกึ่งบังคับในทางปฏิบัติ เพื่อลดการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ แต่กลับปล่อยให้ทุนใหญ่นำเข้าไก่ไข่ระดับปู่ย่าพันธุ์ (GP) เพื่อนำมาผลิตเป็นพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) ได้อย่างเสรี ทำให้ได้เปรียบผู้ผลิตไข่ไก่รายอื่น

โดยส่วนตัวเห็นว่า ต้องทำให้อุตสาหกรรมไข่ไก่เป็นโอกาสของทุกคน ไม่ใช่เป็นเวทีของทุนใหญ่ที่จะกำหนดทิศทางใด ๆ ในประเทศก็ได้ รวมถึงการชักนำบริษัทต่างประเทศเข้ามาผลิตไข่ไก่ในไทยด้วย

Add Friend Follow