ดูหนังออนไลน์
Lifestyle

ผู้ใดจัดการขยะ ผู้นั้นได้ ‘ความสมบูรณ์แห่งความเป็นมนุษย์’

วัดจากแดง

“วันวิสาขบูชา” เป็นวันที่สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา เป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญของพระพุทธศาสนามากถึง 3 เหตุการณ์ อันประกอบไปด้วย เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

นอกจากการรักษาศีล และฟังธรรมแล้ว  “การไม่ทิ้งขยะ” เกลื่อนกลาดบนถนนหนทาง หรือแม่น้ำลำคลอง ก็เป็นการทำบุญใหญ่ด้วยเช่นกัน และเริ่มต้นได้ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเช่นนี้

พระมหาประนอม ธัมมาลังกาโร

พระมหาประนอม ธัมมาลังกาโร รองเจ้าอาวาสวัดจากแดง อำเภอพระปะแดง จังหวัดสมุทรปราการ วัดที่เป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์เรียนรู้จัดการขยะที่หลายองค์กร และประชาชนเองเข้าไปเรียนรู้และสนับสนุน เล่าว่า การทิ้ง “ขยะ” เป็นอาบัติอย่างหนึ่งตามพระวินัยปิฎก ที่วัดจากแดง จึงมีการจัดทำโครงการมากมายเกี่ยวกับขยะ เบื้องต้นเราแบ่งเป็นขยะไม่มีชีวิต กับขยะมีชีวิต

สำหรับขยะไม่มีชีวิต ที่เทกองมากขึ้นๆ ทั้งในวัด และชุมชนโดยรอบ บางที่ชาวบ้าน ก็ทะเลาะกัน เพราะบ้านหนึ่งเอาขยะมาทิ้งที่อีกบ้านหนึ่งเป็นต้น และยังมีขยะที่ถูกทิ้งตามแม่น้ำ และมาออรวมกันหลังวัด ซึ่งติดแม่น้ำเจ้าพระยาตรงคุ้งบางกะเจ้า กลายเป็นแพขยะ เก็บได้วันละถึง 2 ตันต่อวัน ส่วนขยะในวัดจะมีขยะเกิดขึ้นวันละ 50 – 60 กก. หากมีการจัดงานมีขยะเพิ่มเท่าตัวเป็น 100 กก.ต่อวันเลยทีเดียว

สถานการณ์เป็นอย่างนี้อาตมา จึงพยายามหาวิธีต่างนานามาช่วยจัดการขยะเหล่านั้น หลายปีก่อนเอาเครื่องผลิตน้ำมันจากขยะมาใช้ ขยะ 20 กก.ได้น้ำมัน 1 ลิตร ต่อมาก็ปรับมาเรื่อยๆ หาวิธีคัดแยกขยะ นำมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด ขยะเปียกนำมาทำปุ๋ย และทำก๊าซชีวภาพใช้หุงต้มอาหาร

จีวรจากขยะ

ส่วนขยะที่รีไซเคิลได้ นำมาทำประโยชน์ ทำไปทำมาก็มีองค์กร มีประชาชนเข้ามาสนับสนุน เช่น บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือจีซี นำขยะขวดพลาสติก 15 ขวดไปทำจีวีรได้ 1 ผืน โดยมีจิตอาสามาช่วยกันตัดเย็บที่วัด ผลปรากฏว่าได้รับการตอบอย่างสูง ราคาตั้งแต่ 2,000 -5,000 บาท มีคนต้องการนำไปถวายพระจำนวนมาก พระสงฆ์ก็ชื่นชอบ เพราะเป็นจีวรพิเศษผลิตจากขยะแท้ๆ ไม่มีที่ไหนในโลก

ตอนนี้ที่วัดจากแดงไม่ธรรมดา เป็นที่เลื่องลือ เพราะมีการบอกญาติโยมให้นำขยะมาบริจาค โครงการรีไซเคิลของวัดได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภายนอกและในชุมชนเอง กลายเป็นศูนย์เรียนรู้จัดการขยะ ที่หน่วยงาน องค์กร โรงเรียน หรือแม้แต่วัดมาดูงาน บ้างก็ใช้ศูนย์เรียนรู้นี้ เป็นที่พัฒนาจิตอาสาให้กับเด็กรุ่นใหม่ เช่น กลุ่มอาชีวศึกษา

และพระมหาประนอมเอง ก็เป็นที่ปรึกษาให้หลายๆวัดที่มีปัญหาขยะ ตอนนี้ที่วัดผลิตปุ๋ยจากขยะเปียก แจกจ่ายชาวบ้านวันละกว่า 3 ตัน และมีเครื่องผลิตน้ำมันจากขยะใช้เทคโนโลยีใหม่ใช้ขยะน้อยลงเหลือ 2 กก.ได้น้ำมัน 1 ลิตร และมีคนบริจาคขยะ เพื่อให้วัดเอาไปใช้ประโยชน์จำนวนมาก เพราะเรารับบริจาค “ขยะ” แทนที่จะเป็นข้าวของอื่น

ส่วน”ขยะมีชีวิต” ที่พระมหาประนอม ได้บอกทิ้งค้างชวนสงสัยในตอนแรก ก็คือ หมาแมว ที่คนมาปล่อยที่วัดนั่นเอง “ ตอนแรกเริ่มมีไม่เท่าไหร่ ทำไปทำมา ปล่อยกันมากเข้า กลายเป็น 300 ตัว ขี้หมาขี้แมวเหม็นตลบอบอวล ใครเดินผ่านไปมาต้องเหยียบ ในวัดเองก็ทะเลาะกันเรื่องหมาแมว”

พระมหาประนอม เล่าต่อว่า อาตมาคิดแล้วคิดอีก ว่าจะทำอย่างไร ก็ใช้วิธีการนำไปรวมไว้ที่หนึ่ง ที่ไกลชุมชนหน่อย ทำหมัน ดูแลให้ดูดี และนำไปฝึก จนแสนรู้ และบอกบุญญาติโยม ก็กลายเป็นที่ต้องการของชาวบ้าน ขอไปเลี้ยง ไว้เฝ้าสวนก็มี ตอนนี้ลดลงเหลือ 100 กว่าตัวแล้ว

ใน “วันวิสาขบูชา” นี้ พระมหาประนอม ที่ให้ความสำคัญในเรื่องขยะอย่างยิ่ง ก็เลยฝากคำสอนเป็นธรรมทานให้พระสงฆ์ และประชาชนนำไปขบคิด ท่านว่า “ พระไตรปิฎกว่าด้วยพระวินัยปิฎกนั้น การทิ้งขยะไม่ถูกที่ถูกทางถือเป็น “อาบัติ” และขอให้ย้อนกลับไปเมื่อ 2,600 ปีก่อน พระพุทธเจ้าสอนอะไรบ้าง ??

ท่านประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานใต้ต้นไม้ ท่านให้ความสำคัญกับธรรมชาติ และไม่ทำร้ายธรรมชาติ  ท่านทำเป็นตัวอย่างเรื่องการรีไซเคิล ดูจากจีวร “บังสุกุล” หรือ ผ้าเปื้อนฝุ่นตามรูปศัพท์ คือ ผ้าที่ถูกใช้แล้วนั่นเอง ในพุทธกาล พระพุทธเจ้าทรงนำผ้าห่อศพมาทำเป็นจีวร แม้ผ้าห่อศพนั้นเต็มไปด้วยน้ำเหลือง มีหนอนไต่ยั้วเยี้ย แต่พระองค์ก็ทรงนำมาซัก และใช้เป็นจีวร โดยไม่รังเกียจ

“ยุคนี้เป็นยุคไฮเทค มีแต่จีวรผลิตใหม่ทำสำเร็จพร้อมใช้งาน แต่สมัยอาตมายังเป็นเณรอยู่วัดต่างจังหวัด เคยไปชักผ้าบังสุกุล ที่มาจากผ้าห่อศพของผู้เสียชีวิต เป้าหมาย เพื่อไม่ให้ผ้านั้นถูกทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ นำมาซักเย็บ และใช้เป็นจีวร ” 

มายุคนี้ในส่วนของประชาชนเองจะทำอะไรได้บ้าง พระมหาประนอม ย้ำว่า หากร่วมมือร่วมใจกันคัดแยกขยะ และนำไปทำประโยชน์ เชื่อว่า จำนวนขยะก็จะลดลงได้แน่นอน พร้อมกันนี้ท่านยังให้พรผู้ที่ช่วยกันแก้ปัญหาขยะ จะไปสู่การเป็นผู้ที่มี “มนุษย์สมบัติ”  หมายถึง “ความสมบูรณ์แห่งความเป็นมนุษย์ ”  8 ประการ ก็คือ 1. มีรูปร่างหน้าตาที่สวยงาม 2.มีทรัพย์สมบัติมาก 3.มียศถาบรรดาศักดิ์สูง 4.มีเกียรติยศ ชื่อเสียง 5.มีบริวารมาก6. มีสติ ปัญญาดี 7.มีสุขภาพร่างกาย ที่แข็งแรงสมบูรณ์ 8.มีอายุยืนยาว และนำไปสู่ “สวรรค์สมบัติ” และ “นิพพานสมบัติ” หรือไปสู่ภพภูมิที่ดีในที่สุด

“หลักบวร” บ้านวัดโรงเรียนมาแล้ว เหลือแต่ประชาชนที่จะช่วยกันลงมือให้เป็นรูปธรรม จัดการขยะ เริ่มตั้งแต่ตนเอง เพื่อให้ขยะเกิดใหม่วันละ 27.8 ล้านตันของประเทศลดลง

SARANYA THONGTHAB