Business

สิงห์เอสเตทไล่ดันบริษัทลูกเข้าตลาด สานฝันโกลบอลคอมพานี

“ปี 2562 นี้จะเป็นปีที่บริษัทฯ จะก้าวขึ้นเป็น โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี อย่างสมบูรณ์ หลังจากทยอยนำธุรกิจต่างๆ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และที่สำคัญคือเป็นปีที่สามารถรับรู้รายได้จากการลงทุนที่ผ่านมา ปัจจุบันมีทรัพย์สินรวมกว่า 60,000 ล้าน”

คำกล่าวของ นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ย้ำถึงวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่ชัดเจนของสิงห์ เอสเตท ในการระดมเงินทุนจากตลาดหลักทรัพย์ เพื่อนำเงินที่ได้มาลงทุนในธุรกิจหลักที่ที่จะเดินหน้าลุยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในสามส่วนหลัก ได้แก่ ธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก, ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจที่พักอาศัย โดยจะก้าวสู่การเป็นบริษัทโฮลดิ้งระดับโลก หรือ โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี ผ่านกลยุทธ์ การขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

ที่ผ่านมา สิงห์เอสเตท ได้ทยอยนำธุรกิจต่างๆ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เริ่มจากธุรกิจที่พักอาศัย ที่นำบริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทแรก และเมื่อต้นปี 2562 ได้จัดตั้งกองทรัสต์ SPRIME สำหรับธุรกิจอาคารสำนักงาน จนกระทั่งล่าสุดเป็นการนำธุรกิจโรงแรม เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้ชื่อ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)

สำหรับ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ได้วางวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้ลงทุนโรงแรมและบริหารรีสอรท์ระดับพรีเมียม ในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆทั่วโลก ซึ่งการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ครั้งนี้จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับ สิงห์ เอสเตท และเพิ่มความพร้อมในการลงทุนขยายธุรกิจในแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลก

“ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวมีการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง จากข้อมูลของ UNWTO พบว่า ปี 2561 ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงถึง 1,400 ล้านคน เติบโตจากปี 2560 ประมาณ 6% โดยภูมิภาคเอเชียมีการเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง จากนักท่องเที่ยวที่สูงถึง 343 ล้านคน และคาดว่าปีนี้จะเติบโต 5-6% ขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตถึง 7%”

ปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจโรงแรมของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท มีโรงแรมจำนวน 39 แห่ง 4,647 ห้อง กระจายอยู่ใน 5 ประเทศ 3 ภูมิภาค ประกอบด้วย ในยุโรป ที่สหราชอาณาจักร และในเอเซียแปซิฟิก คือ ไทย มัลดีฟส์ และฟิจิ และในแอฟริกา คือ มอริเชียส เมื่อมีความพร้อมของเงินทุนที่จะขยายธุรกิจไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงการบริหารโรงแรมที่มุ่งสร้างการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ยั่งยืน การเติบโตของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จะสามารถนำพา สิงห์ เอสเตท สู่การเป็นโกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี ได้อย่างสมบูรณ์ในอนาคต

พร้อมกันนี้ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาแบรนด์ SAii ซึ่งเป็นแบรนด์สำหรับโรงแรมระดับกลางค่อนไประดับบน โดยจะเริ่มจาก “SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton” ที่ตั้งอยู่ในโครงการครอสโรดส์ เฟส 1 และมองหาทำเลที่เหมาะสมเพื่อเปิดเพิ่มในอนาคต

บริษัท สิงห์ เอสเตท เริ่มจากการมีมูลค่าสินทรัพย์รวม 9,000 ล้านในปี 2557 ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 60,000 ล้าน หรือเติบโตเกือบ 700% โดยแบ่งเป็นธุรกิจโรงแรม 26,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะมีรายได้ถึง 2 หมื่นล้านในปี 2562 นี้

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team