Politics

มั่นใจ! ‘จุรินทร์’ ลั่นถ้าถูกเลือกเป็นหัวหน้า ‘ปชป.’ ดีขึ้นแน่นอน

“จุรินทร์” เผยเลือก “เฉลิมชัย” ร่วมทีมในฐานะเลขาฯพรรค เพราะมั่นใจแนวคิดตรงกัน และสามารถดัน “ประชาธิปัตย์” กลับมาเข้มแข็งได้เหมือนเดิม

พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดงานร่วมพิธีถวายราชสดุดี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อแสดงความจงรักภักดี ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสถาบัน โดยมีแกนนำพรรค อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นายจุติ ไกรฤกษ์ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ และรักษาการกรรมการบริหาร รวมถึงอดีต ส.ส. และสมาชิกพรรค ร่วมสวมเสื้อเหลืองพร้อมตราสัญลักษณ์ เข้าร่วมงานดังกล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวว่า การที่เลือก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน มาเป็นเลขาธิการพรรคในทีมนั้น เพราะคิดว่าสามารถทำงานให้พรรคเดินหน้าไปในทิศทางที่มีความเห็นสอดคล้องกันได้ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีโอกาสและจังหวะในการได้ทำงานร่วมกันอย่างที่เป็นอยู่ แต่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมาเป็นระยะ ซึ่งก็มีแนวทางตรงกัน คือ เข้าใจปัญหาเหมือนกันว่า จากนี้ไปการบ้านของพรรค ไม่ได้มีเฉพาะข้อเดียว คือ ภาคอีสานแล้ว ยังมีการบ้านเพิ่มมาอีก 4 ข้อ หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทั้ง กทม. ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้ เมื่อได้แลกเปลี่ยนก็เห็นตรงกัน รวมทั้งแนวทางและวิธีการที่จะพัฒนาพรรคต่อไปในวันข้างหน้าด้วยว่าจะต้องทำอย่างไร

ส่วนการที่นายเฉลิมชัย เคยเป็นเลขาธิการพรรคมาก่อน ก็ถือเป็นข้อดี เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาถือว่าเป็นประสบการณ์และได้ผ่านอะไรมาพอสมควร เป็นจุดแข็งของนายเฉลิมชัย และหากมีโอกาสได้รับเลือกก็จะได้ใช้จุดแข็งตรงนี้มาเป็นประโยชน์กับพรรค และหลังจากได้ประกาศชื่อออกไป เสียงตอบรับเป็นไปในทิศทางที่ดีอย่างกว้างขวางในทุกภาค และเชื่อว่าถ้านายเฉลิมชัยมีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่อีกครั้ง ก็สามารถประสานงานและทำงานร่วมกับสมาชิกทุกภาคได้เป็นอย่างดี

สำหรับการปรับปรุงพรรคให้ดีขึ้นโดยไม่ให้เกิดความขัดแย้งในสายตาคนนอกนั้น คิดว่าไม่มีอะไรยาก เพราะเชื่อมั่นว่าสมาชิกพรรคทุกคนมีความปรารถนาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ที่อยากเห็นพรรคกลมเกลียวสมัครสมานสามัคคีกันในการที่จะเดินไปข้างหน้าต่อไป ตรงนี้ก็เป็นปัจจัยส่งให้ทุกอย่างสามารถจะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันงายขึ้น

ทั้งนี้ เพียงแต่ในเรื่องของการแข่งขันหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหาพรรคชุดใหม่ เป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองของพรรค หลังการแข่งขันเสร็จสิ้นแล้วมั่นใจว่าทุกฝ่ายพร้อมที่จะร่วมมือร่วมใจกัน

“หากมีโอกาสได้เป็นหัวหน้าพรรค เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญระดับต้นๆ ในการที่จะต้องแสวงหาความร่วมมือ และต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีโอกาสมีที่ยืนและมีภาระหน้าที่ความรับผิดชอบในการที่จะช่วยกันทำงานให้พรรคเจริญก้าวหน้าต่อไป และในทีมก็มีการผสมผสานคนทุกรุ่น เพราะนี่คือจุดแข็งเพื่อมาใช้นำพาพรรคต่อไป เปิดให้คนทุกรุ่นมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วม มีที่ยืน มีภาระหน้าที่นำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จ แล้วเข้าไปนั่งในหัวใจของประชาชนอีกครั้งในระยะเวลาไม่นาน”นายจุรินทร์ กล่าว

ขณะที่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ส่วนตัวตัดสินใจเข้าร่วมทีมของนายจุรินทร์ เนื่องจากมีแนวทางการทำงานในทิศทางเดียวกัน และได้พูดคุยกันแล้วเห็นพ้องว่าจะต้องสร้างความเชื่อมั่น ฟื้นศรัทธาของพรรคให้กลับมาอยู่ในใจของประชาชน โดยแนวทางการทำงานของตน ตั้งใจจะลดความขัดแย้ง ที่สำคัญ คือ ขอให้ทุกฝ่ายเปิดใจพูดคุยกัน

“ผมเชื่อว่าสุดท้ายสมาชิกทุกคนก็จะคิดได้เองว่าเวลานี้เราไม่มีกลุ่ม ไม่มีพวก มีแต่พรรคที่เปรียบเสมือนบ้าน ทำอย่างไรที่จะให้บ้านเราแข็งแรง และคนในบ้านสมัครสมานสามัคคี ขอให้มาร่วมซ่อมแซมบ้านให้แข็งแรงและอบอุ่น ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกัน ขอให้เอาสิ่งที่ผ่านมาเป็นบทเรียน อย่าให้ซ้ำรอยเดิม เชื่อว่าการแข่งขันชิงหัวหน้าพรรค เมื่อเกิดขึ้นแล้วและจบแล้วทุกฝ่ายต้องยอมรับ ถ้าเราลดทิฐิและจับมือร่วมกัน ก็เชื่อว่าเราจะเรียกฟื้นคืนศรัทธากลับมาได้”นายเฉลิมชัย ระบุ

ส่วนจะได้รับการยอมรับจากสมาชิกให้กลับเข้ามาหรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่สามารถอ่านใจใครได้ แต่ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทุกอย่างก็ไปว่ากันในการเลือกตั้งวันที่ 15 พฤษภาคม เพราะที่ผ่านมาเคยทำหน้าที่เลขาธิการพรรคในระยะเวลาสั้น แต่ครั้งนี้ต้องรอดูการตอบรับของสมาชิก ถ้าสมาชิกตอบรับให้ความไว้วางใจ ก็มีหน้าที่ทำงานการเมืองกอบกู้ประชาธิปัตย์ ให้คืนความเชื่อมั่น คือ หัวใจสำคัญ และถ้าได้รับความร่วมมือก็ทำได้ ส่วนการที่จะทำให้การเลือกตั้งครั้งหน้าได้รับชัยชนะ ยังอีกยาวไป อย่างน้อยก็ต้องให้ประชาธิปัตย์เป็นที่รักของประชาชนก่อน

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสมาชิกทุกคนก็มีความคิดคล้ายกับตน และไม่ว่าใครจะเป็นมาหัวหน้าพรรค ก็สามารถทำงานด้วยได้ เพราะผู้ที่เสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคแต่ละคน ก็มีคุณสมบัติเป็นหัวหน้าพรรคทั้งหมด เพียงแต่ในโลกนี้คงไม่มีใครสมบูรณ์แบบ เพียงแต่ตนเข้าไปเติมเต็มให้สมบูรณ์ขึ้น และการแข่งขันก็เป็นตัวตนของประชาธิปัตย์ เชื่อว่าจะไม่เกิดความขัดแย้ง เพราะการเมืองไม่มีศัตรู ไม่ได้มองว่าเป็นความขัดแย้ง แต่มองเป็นแนวทางที่จะช่วยนำพาพรรคไปเป็นอย่างไร

Add Friend Follow
CHAIRAT PATCHARATRIRAT