Startup

ชี้สตาร์ทอัพไทย 99% ไม่พร้อมโต จี้ปรับแนวคิดขยายธุรกิจระดับโลก

“ดีแทค แอคเซอเลอเรท” จัดติวเข้ม คว้า VC ระดับโลกติวเข้มสตาร์ทอัพไทย ตั้งเป้าสูงสุดเป็นยูนิคอร์นตัวแรกของประเทศไทย

นักลงทุนด้านเงินทุน (VC) ระดับโลก ระบุว่า สตาร์ทอัพไทยมีจุดอ่อนอยู่ 3 ประการ ที่เป็นอุปสรรคขวางการขยายธุรกิจให้เติบโต 

  1. แนวคิดทำธุรกิจที่ช่วยแก้ปัญหาตลาดที่ใหญ่กว่าในประเทศ
  2. ผู้ใช้บริการไม่ถึงเป้าหมาย ขั้นต่ำต้องมี 10,000 รายต่อวัน
  3. การขาดแคลนโปรแกรมเมอร์ และการรับมือบริหารองค์กรที่โต แบบก้าวกระโดดไม่ทัน

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ดีแทค แอคเซอเลอเรท จึงได้จัดโปรแกรม “A Academy” ผลักดันบริษัทสตาร์ทอัพศิษย์เก่าของ ดีแทค แอคเซอเลอเรท ให้สามารถระดมทุน ขึ้นไปสู่ระดับ Series A และไปให้ถึงเป้าหมายสูงสุดในการเป็นยูนิคอร์นตัวแรกของประเทศไทย โดยจัด intensive คอร์สแรกผ่านไปแล้ว กับเหล่า VCs นักลงทุนชื่อดังของเอเชียเช่น นางสาวปารดา ทรัพย์ประเสริฐ ผู้อำนวยการ 500 Tuk Tuks, เจฟฟรี เพนน์ ผู้บริหารกองทุน โกลเดน เกท เวนเจอร์ส, อิน ยอง ชุง  Global Investment ของ Line Ventures, โคอิชิ ไซโตะ (Koichi Saito) ผู้ก่อตั้งและบริหารกองทุน KK Fund, อัลเบิร์ต ชายย์  Principle ของ Burda Principle Investment และ จัสติน เหวียน (Justin Nguyen) Principle ของ Monk’s Hill Venture มาเป็นเมนเทอร์ เพื่อโค้ชบริษัทสตาร์ทอัพแบบตัวต่อตัว รวมถึงแชร์ทุกเรื่องที่ควรรู้เพื่อให้การระดมทุนในรอบ Series A ให้เป็นไปอย่างราบรื่น

นางสาวอณัฐภิสา จันทะไทย หัวหน้าโปรแกรม A Academy ภายใต้โครงการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท กล่าวว่า สถานการณ์ในวงการสตาร์ทอัพในปีนี้ ยังดุเดือดเหมือนเดิม สตาร์ทอัพไทยส่วนใหญ่ขาดเงินลงทุน ทำให้เกิดเป็นปรากฏการณ์ “Series A Bottleneck”  เป็นการกระจุกตัวของสตาร์ทอัพที่ระดับ Seed และขยายเงินลงทุนขึ้นไปสู่ระดับ Series A ไม่ได้ ซึ่งการบริหารบริษัทที่อยู่ในช่วงเริ่มต้น seed stage มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับบริษัทที่เริ่ม scale ขยายการเติบโต

หลักสูตร A Academy โฟกัสในการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ก่อตั้งบริษัท ใน 3 เรื่องหลักๆ ที่สำคัญ คือ

  1. การระดมทุน  บริษัทสตาร์ตอัพผู้ก่อตั้งได้รับคำแนะนำจาก VC โดยตรง และเข้าใจว่า VC ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการตัดสินใจลงทุน โดยมี VC ที่ลงทุนใน series A และ B มาเป็นเมนเทอร์ให้คำแนะนำลงลึกแบบตัวต่อตัว
  2. ทักษะในการบริหาร  การออกแบบโครงสร้างองค์กร การบริหารระดับกลาง ซึ่งเป็นเรื่องใหม่สำหรับ CEO ที่ ขยายทีมงานจาก 5 -10 คนในตอนแรก เป็น 30 – 50 คน ดีแทค แอคเซอเลอเรท เป็นพันธมิตรกับ Google Launchpad Accelerator ในการจัด workshop ‘Leaders Lab’ ให้กับ CEO และ CTO เพื่อปูพื้นฐานหลักการบริหาร เกี่ยวกับทักษะการบริหารธุรกิจแบบมืออาชีพ
  3. การขยายธุรกิจให้เติบโต  ดีแทค แอคเซอเลอเรทเชิญกูรู จากซิลิคอน วัลเลย์ มาสอนเรื่อง การทำธุรกิจไปสู่ลูกค้ารายบุคคล B2C และการทำธุรกิจไปสู่กลุ่มลูกค้าองค์กร B2B และยังได้เป็นพันธมิตรกับ Google Cloud และ AWS ที่จะส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วยเมนเทอร์ เกี่ยวกับการใช้ Machine Learning และ AI เพื่อช่วยขยายธุรกิจให้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว

บรรดา VC ที่ได้รับเชิญดังกล่าว ต่างระบุว่า สตาร์ทอัพไทย มีจุดอ่อนในเรื่องของแนวคิด ตั้งแต่เริ่มต้นในการทำธุรกิจ ที่คิดถึงการแก้ปัญหาเฉพาะตลาดในประเทศ ต้องปรับเรื่องของแนวคิดให้มองธุรกิจ ที่ขยายสเกลได้ระดับโลก หรือภูมิภาค ถ้ามองว่าไปต่อไม่ได้ต้องตัดใจหยุดทันทีและไปเริ่มธุรกิจใหม่ ซึ่งไทยมีสตาร์ทอัพเพียง แค่ 1% เท่านั้นที่มีความพร้อมจะระดมทุนได้

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของจำนวนผู้ใช้บริการบนแพลตฟอร์มที่น้อย และการขาดแคลนบุคคลากรทางด้านการคิดวิเคราะห์ดาต้า และโปรแกรมเมอร์ ซึ่งส่งผลให้สตาร์ทอัพไทยโตต่อไปได้ยาก

ขณะที่ นายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ฟินโนมีนา กล่าวว่า หลักสูตรนี้ช่วยให้ความรู้กับ ฟินโนมีนา ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านฟินเทคสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ ไปได้อีกขั้น

ปัจจุบัน ฟินโนมีนา มีผู้สมัครสมาชิกแพลตฟอร์มแล้วกว่า 70,000 คน และมีสินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำการลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นมาระดับหนึ่งก็จะเริ่มเจอความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงไป ในการที่จะขยายธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่อง

การเข้าถึงผู้ใช้งานออนไลน์ในวงกว้างเริ่มทำได้ยากมากขึ้น และมีต้นทุนที่สูงมากขึ้น ทำให้บริษัทต้องเริ่มมีโครงการที่จะพาร์ตเนอร์กับบริษัทเทคโนโลยีที่เข้าถึงผู้คนได้จำนวนมาก รวมไปถึงการมองหา CVC ที่สามารถช่วยสเกลขยายธุรกิจให้เติบโตไปอีกขั้น นอกจากนี้ก็ยังมีความท้าทายด้านบุคลากร เนื่องจากจำนวนพนักงานเริ่มโตเข้าใกล้หลักร้อยคน ทำให้การสร้างวัฒนธรรมองค์กรมีความท้าทายมากขึ้น

บริษัทสตาร์ทอัพที่อยู่ภายใต้การดูแลของดีแทค แอคเซอเลอเรท สามารถระดมทุนได้ คิดเป็นมูลค่ากว่า 17% ของยอดการระดมทุนทั้งหมดของประเทศในปี 2561  โดยมีการระดมทุน Series A ของ Fast Work  ดีแทค แอคเซอเลอเรท batch 4 ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในการระดมทุนระดับ Series A ที่ใหญ่ที่สุด และ Ricult ดีแทค แอคเซอเลอเรท batch 5 เป็นการระดมทุนระดับ Seed ของสตาร์ทอัพด้านการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Add Friend Follow
KANYAPORN PHUAKVISUTHI