General

เปิดชีวิต น้องหนาม รองมิสทิฟฟานี่ ถูกโรงเรียนดัง 5 แห่ง ดับฝันอาชีพครู ไล่ไปเป็นนางโชว์!

กำลังเป็นประเด็นที่โลกออนไลน์พูดถึงและตั้งคำถามกันอย่างหนักหลัง ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า Nada Chaiyajit ได้เขียนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ น้องหนาม วรสลัญช์ รองอันดับสอง Miss Tiffany Universe 2018 ถูกปฏิเสธจากสถานศึกษาในเครือคริสตจักรหลายแห่ง ที่ไม่ยอมรับการเป็นครูข้ามเพศ โดยให้เหตุผลว่า ผู้บริหารคงไม่ปลาบปลื้มเท่าไร เสี่ยงเกิดเรื่องอื้อฉาวและเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับนักเรียนในโรงเรียนได้ ก่อนแนะให้กลับไปเดินสายนางโชว์หรือเป็นพนักงานขายเครื่องสําอางดีกว่า

โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า #เป็นรองดันดับสองMissTiffanyUniverseแล้วไงทำไมไม่ไปเป็นนางโชว์หรือช่างแต่งหน้าจะมาสมัครเป็นครูทำไม? เมื่อการมีสายสะพายเวทีประกวดสาวงามข้ามเพศระดับชาติ ไม่ได้สร้างหลักประกันว่าเธอจะไม่ถูกเลือกปฏิบัติในฐานะ “ครู” ดูเหมือนจะเป็นกลายเป็นกระแสสังคมมาตั้งแต่ต้นปี

นับตั้งแต่กรณี ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากรั้วจามจุรีท่านหนึ่งใช้วาจาเหยียดนิสิตข้ามเพศและเลยเถิดไปถึงขั้นห้ามเข้าชั้นเรียน วันนี้นาดาได้รับเรื่องร้องเรียนอีกครั้งจากบุคคลที่ไม่น่าเชื่อว่า จากรูปลักษณ์ภายนอก บุคลิกภาพ ความสง่างาม ความฉลาดเฉลียวในระดับเวทีประกวดนางงามข้ามเพศระดับประเทศอย่าง Miss Tiffany Universe ปีล่าสุด

น้องหนาม วรสลัญช์ ทวิกาญจน์ แนะนำตัวแตกต่างไปจากสายสะพายที่เธอคาดอยู่ ทำให้นาดาทราบว่าเธอสำเร็จปริญญาครุศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ เธอเก่งในระดับที่ว่าสามารถเป็นครูสอนพิเศษวิชาคณิตศาสตร์มาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หนามฝันอยากเป็นครูตั้งแต่เด็ก

เธอเล่าว่าแม่เธอเป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้า สมัยเมื่อครั้งยังเรียนอยู่อนุบาลเธอชอบเอาชอล์คเขียนผ้าของแม่มาขีดเขียนบนโต๊ะตัดเย็บเสื้อผ้าเสมือนว่ามันเป็นกระดานดำ นาดาสังเกตุได้อย่างชัดเจนว่าดวงตาของเธอเป็นประกาย ความเป็นครูคือความฝันสูงสุดในชีวิตของเธอจริงๆ

เมื่อสำเร็จการศึกษาครุศาสตร์บัญฑิต หนามเดินทางตามล่าความฝัน มุ่งสู่เป้าหมายเพื่อการเป็นครู ไปสมัครเรียน โรงเรียนในเครือคริสจักรถึงสี่แห่ง และทุกแห่งดับฝันของเธออย่างไม่มีเยื่อใยเพียงเพราะเธอเป็น #ครูข้ามเพศ #เขาบอกหนามว่าผู้บริหารคงไม่ปลาบปลื่มเท่าไหร่ #หากฝ่ายบุคคลคัดเลือกครูที่มีลักษณะเช่นนี้เข้ามาสอนในโรงเรียน #เพราะอาจจะมีปัญหาเรื่องชู้สาวและเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับนักเรียนในโรงเรียน

เพื่อกลบข้อครหา หนามมุ่งหน้าสู่เวที่ประกวดนางงามข้ามเพศระดับประเทศ และคว้าสายสะพายผู้ชนะการประกวดรองดันอันสองมาครองเพื่อการันตีว่าเธอคือบุคคลต้นแบบ เธอเป็นผู้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมเสมอภาค

ภายหลังจากได้รับตำแหน่งแล้ว เธอเดินหน้าตามล่าความฝันที่จะเป็นครูอย่างไปลดละ จนกระทั่งเธอไปสมัครเข้ารับคัดเลือกเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ณ โรงเรียนในเครือคริสจักรแห่งหนึ่งย่านสาธรดังกล่าว เธอได้รับโอกาสให้สอบวัดความรู้ทักษะด้านภาษาอังกฤษ และเข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์ แต่คำถามที่เธอได้รับกลับเป็นข้อเสนอแนะ #เป็นถึงรองมิสทิฟฟานี่ทำไมไม่เดินสายนักแสดงนางโชว์หรือเป็นพนักงานขายเครื่องสำอางค์เคาท์เตอร์แบรนด์ ที่นี่โรงเรียนคริสเตียนอาจจะไม่เหมาะสม”

หนามไม่ได้ขอให้โรงเรียนรับเธอเข้าเป็นครู หากเพียงแต่ขอโอกาสที่เธอจะได้ผ่านการทดสอบทักษะการสอน เพราะเธอเชื่อมั่นเหลือเกินกว่าเธอมีทั้งความรู้ตามหลักวิชาการ และทักษะการใช้ชีวิตที่จะเป็นต้นแบบของนักเรียนที่ดีได้ แต่วันนี้เธอพ่ายแพ้ให้กับ อคติ และถูกตัดโอกาสในการพิสูจน์ตัวเอง เพียงเพราะเธอเป็นบุคคลข้ามเพศที่แสดงออกแตกต่างจากเพศกำเนิดของเธอ

นาดา บอกกับเธอว่า สิ่งที่เธอต่อสู้นั้นมันยิ่งใหญ่มาก และคู่ต่อของเธอคือสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับประเทศที่ถูกหนุนหลังโดยองค์กรศาสนา อย่างไรก็ตาม โรงเรียนมีหน้าที่สำคัญคือการให้บริการสาธารณะด้านการศึกษา โรงเรียนจึงไม่สามารถเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศสภาพได้ ในวันที่ 2 พฤษภาคมที่จะถึงนี้

น้องหนามจะเดินทางไปยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมภายใต้กลไกการคุ้มครอง คณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 กับท่านอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว งานนี้คงต้องขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนช่วยสร้างเกราะคุ้มกันให้เธอจากอิทธิพลต่างๆที่อาจเกิดขึ้นกับเธอในระยะเวลาที่เธอดำเนินการและร่วมเป็นกำลังใจให้เธอด้วยนะคะ”

อย่างไรก็ตาม จากโพสต์ดังกล่าว ทำเอาชาวเน็ตได้เข้ามาคอมเมนท์ตั้งคำถามและตำหนิโรงเรียนคริสเตียนที่เลือกปฏิบัติกันสนั่นโซเชียล พร้อมทั้งให้กำลังใจ น้องหนาม โดยขอให้ได้เป็นครูตามที่หวังในสักวัน

Add Friend Follow
Saranya Sawangjai