Economics

‘การรถไฟฯ’ น้อมรับ ‘ค่าโง่โฮปเวลล์’ 2.5 หมื่นล้านขอรัฐช่วยจ่ายด้วย!

“การรถไฟฯ” สรุปตัวเลข “ค่าโง่โฮปเวลล์” 2.5 หมื่นล้านบาท เร่งจ่ายคืนใน 180 วันตามคำตัดสินศาล สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน โยนบอร์ดเคาะสัดส่วนความรับผิดชอบ ขอ “รัฐบาล-คมนาคม” ช่วยจ่ายด้วย

จากกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จ่ายค่าชดเชยแก่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด จากการบอกเลิกสัญญาโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟและถนนยกระดับรวมเป็นเงิน 11,888.75 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี และค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยต้องจ่ายค่าชดเชยให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับตั้งแต่คดีสิ้นสุดลงนั้น

นายเอก สิทธิเวคิน รองผู้ว่าการ กลุ่มอำนวยการ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในเวลา 14.00 น. วันนี้ (26 เม.ย.) ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟฯ จะหารือในเรื่องดังกล่าว โดยประเด็นที่บอร์ดต้องพิจารณามี 3 ประเด็น คือ1. วงเงินค่าชดเชยทั้งหมด, 2.ใครจะต้องรับผิดชอบค่าชดเชยบ้าง และจ่ายในสัดส่วนเท่าใด และ 3.กำหนดท่าทีในการเจรจากับบริษัท โฮปเวลล์ เพื่อขอลดหย่อนค่าชดเชยบางรายที่สามารถดำเนินการได้

ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารการรถไฟฯ ได้สรุปตัวเลขค่าชดเชยไว้แล้วและจะรายงานให้บอร์ดรับทราบ โดยล่าสุดวงเงินค่าชดเชยทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 25,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 12,000 ล้านบาทและดอกเบี้ย 13,000 ล้านบาท

วงเงินดังกล่าวแตกต่างจากตัวเลขที่มีผู้คำนวณไว้ก่อนหน้านี้ ว่าอาจจะสูงถึง 50,000-60,000 ล้านบาท เนื่องจากระยะเวลาการคำนวณอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกัน เช่น ค่าก่อสร้างได้เริ่มนับตั้งแต่วันที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยชี้ขาดในปี 2551 ไม่ใช่เริ่มนับตั้งแต่วันที่บอกเลิกสัญญาในปี 2540-2541 หรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมธนาคารก็คิดให้ดอกเบี้ยแค่ 5 ปีเท่านั้น

ขอ “รัฐบาล-คมนาคม” ช่วยจ่ายด้วย

สำหรับผู้รับผิดชอบค่าชดเชยควรมีทั้งหมด 3 ส่วน คือ รัฐบาล, กระทรวงคมนาคม และการรถไฟฯ เพราะตอนลงนามสัญญา กระทรวงคมนาคมและการรถไฟฯ ก็ได้ลงนามสัญญากับเอกชนด้วย ส่วนการบอกเลิกสัญญา ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้ลงนาม

อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า แต่ละฝ่ายควรรับภาระค่าชดเชยในสัดส่วนเท่าใด แต่เชื่อว่าค่าชดเชยดังกล่าวจะไม่กระทบต่อแผนฟื้นฟูหรือแผนการลงทุนของการรถไฟฯ  เนื่องจากรายจ่ายที่เกิดขึ้นเป็นค่าใช้จ่ายพิเศษ ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว  และไม่ได้เกิดจากการรถไฟฯ ทำงานไม่ดี

นอกจากนี้ แม้ค่าชดเชยดังกล่าว จะถูกบันทึกเป็นกำไรขาดทุนในผลประกอบการ แต่สุดท้ายรัฐบาลก็ต้องช่วยชดเชยให้การรถไฟฯ เนื่องจากมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ. การรถไฟแห่งประเทศไทย ระบุว่า “… แต่ถ้ารายได้มีจำนวนไม่พอสำหรับรายจ่ายดังกล่าว นอกจากเงินสำรองที่ระบุไว้ในวรรคก่อน และการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่สามารถหาเงินจากทางอื่น รัฐพึงจ่ายเงินให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทยเท่าจำนวนที่ขาด” โดยการรถไฟฯ อาจบันทึกเป็นผลขาดทุนในปีงบประมาณนี้ แล้วกระทรวงการคลังก็ชดเชยวงเงินให้ในปีถัดๆ ไป

เร่งจ่ายเงินใน 180 วัน เรียกความมั่นใจนักลงทุน

นายเอก กล่าวต่อว่า การรถไฟฯ ยังมีความเห็นว่าควรจ่ายค่าชดเชยทั้งหมดแก่บริษัท โฮปเวลล์ ภายใน 180 วันตามที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา เพื่อแสดงความเคารพต่อคำตัดสินของศาล และล่าสุดก็ได้หารือกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ในเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยสหภาพฯ เข้าใจ แต่แสดงความเป็นห่วงว่า การรถไฟฯ ไม่ควรรับภาระจ่ายค่าชดเชยเพียงฝ่ายเดียว

“เบื้องต้นการรถไฟฯ เห็นว่าควรเร่งรัดจ่ายค่าชดเชยให้จบใน 180 วันตามคำสั่งศาล เพราะอย่างน้อยก็เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบยุติธรรม รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติที่มาลงทุนในประเทศไทย โดยการรถไฟฯ จะพยายามเร่งสรุปเรื่องนี้และเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป” นายเอกกล่าว

สำหรับกรณีที่การรถไฟฯ เรียกร้องค่าเสียโอกาสในการใช้ประโยชน์โครงการจากบริษัท โฮปเวลล์ เป็นวงเงินกว่า 2 แสนล้านบาทนั้น นายเอกกล่าวว่า ศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาประเด็นดังกล่าวในคำพิพากษาครั้งนี้แล้ว ดังนั้น คำพิพากษาดังกล่าวถือเป็นที่สิ้นสุดแล้ว กระทรวงคมนาคมและการรถไฟฯ ต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับเอกชน

 

อ่วม!! ปิดฉากค่าโง่คมนาคม-รฟท.จ่าย ‘โฮปเวลล์’ 1.2 หมื่นล้าน

พิษโฮปเวลล์! ดันเมกะโปรเจคต่อ แต่ ‘รถไฟ’ ต้องทบทวนฐานะองค์กรใหม่

‘บิ๊กตู่’ สั่ง ‘คมนาคม-รฟท.’ เร่งหาทางออกกรณี ‘โฮปเวลล์’

ส่อง ‘บริษัท โฮปเวลล์’ ผู้ไม่เคยจากประเทศไทยไปไหน

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE