Business

เช็คด่วน!! ผ่าพอร์ต ‘กองทุนรัฐบาลสิงคโปร์’ ลุยซื้อ 10 หุ้นใหญ่

กองทุนรัฐบาลสิงคโปร์ หรือ GIC Private Limited  ซึ่งมีชื่อเดิมว่า Government of Singapore Investment Corporation  ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีหน้าที่ในการบริหารกองทุนสำรองระหว่างประเทศ โดย GIC จะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ ซึ่งมีการลงทุนในตลาดหุ้นไทยมาอย่างยาวนาน

ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลโครงสร้างผู้ถือหุ้น ณ เดือนมีนาคม 2562 พบว่า GIC ได้มีการเพิ่มและลดสัดส่วนการถือครองหุ้นขนาดใหญ่หลายแห่ง โดยเมื่อนำการถือครองหุ้นล่าสุดไปเปรียบเทียบกับปีก่อน จะเห็นว่า กองทุนดังกล่าวได้เพิ่มสัดส่วนถือหุ้น 9 บริษัทส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม ธนาคาร พลังงาน และขนส่ง ขณะที่ได้ลดสัดส่วนการถือหุ้น 5 บริษัท ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมการส่งออก ขณะที่ยังคงรักษาสัดส่วนเท่าเดิม 1 บริษัท  รวมการถือครองหุ้นทั้งหมด 15 บริษัท

สำหรับการเพิ่มการถือหุ้นประกอบด้วย หุ้นของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ล่าสุดถือลงทุน จำนวน 18.75 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนถือครอง 0.98% จากปีก่อนถือหุ้นลงทุนจำนวน 17.42 ล้านหุ้นคิดเป็น 0.91%

หุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB  ถือหุ้นจำนวน 41.98 ล้านหุ้น คิดเป็น  1.24% จากปีก่อนถือหุ้นเพียง 39.16 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.15%

หุ้นบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM  ถือหุ้น จำนวน 110.83 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.73% จากปีก่อน ถือหุ้น 100.87 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.66%

หุ้นบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS  ถือหุ้นจำนวน  87.31 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.74% จากปีก่อนถือหุ้น 75.54 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.64%

หุ้นบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ถือหุ้นจำนวน  125.99 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.4%จากปีก่อนถือหุ้น 100.18 ล้านหุ้นคิดเป็น 1.12%

หุ้นบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR ถือหุ้นจำนวน  41.12ล้านหุ้น คิดเป็น 4.6% จากปีก่อน 36 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.02%

หุ้นบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ถือหุ้นจำนวน 240.43 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.84% จากปีก่อน ถือหุ้น 235.75ล้านหุ้น คิดเป็น 0.83%

หุ้นบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)  หรือ PTTGC ถือหุ้นจำนวน 35.12 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.78% จากปีก่อนถือหุ้น 31.89 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.71%

หุ้นบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  หรือ TU 74.76 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.57% จากปีก่อน 54.16 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.14%

ขณะที่หุ้นธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ถือหุ้น จำนวน 39.59 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.65% จากปีก่อนถือในสัดส่วนเท่าเดิม

สำหรับหุ้นที่ถูกลดสัดส่วน 5 บริษัท ประกอบด้วยหุ้นบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ถือหุ้นจำนวน 44.70 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.8% จากปีก่อน ถือหุ้น 51.32ล้านหุ้น คิดเป็น 0.91%

หุ้นบริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)  หรือ LH ถือหุ้น จำนวน 905.62 ล้านหุ้น คิดเป็น 7.58% จากปีก่อนถือหุ้น 957.23 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.01%

หุ้นบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)  หรือ CPF ถือหุ้นจำนวน  305.48 ล้านหุ้น คิดเป็น 3.55% จากปีก่อนถือหุ้น 344.39 ล้านหุ้นคิดเป็น 4%

หุ้นบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ถือหุ้น จำนวน 9.80 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.35% จากปีก่อนถือหุ้น 11.88 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.63%

หุ้น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP  ถือหุ้นจำนวน 13.27 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.65% จากปีก่อนถือหุ้น 14.69 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.72%

จากข้อมูลข้างต้นจะพบว่า GIC ได้เพิ่มการถือหุ้นของ CPALL และ TU มากที่สุด และหากพิจารณามูลค่าการถือครองหุ้นในตลาดหุ้น พบว่า มีการถือครอง 15 บริษัท มีมูลค่าอยู่ที่ 6.81 หมื่นล้านบาท  หุ้นที่มีมูลค่าการถือครองมากสุดประกอบด้วย หุ้น PTT ถือครอง มูลค่า 11,661 ล้านบาท หุ้น LH 9,961 ล้านบาท หุ้น CPALL  9,732 ล้านบาท หุ้น CPF 7,866 ล้านบาท หุ้น KBANK 7,523 ล้านบาท หุ้น SCB 5,416 ล้านบาท เป็นต้น

บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ประเมินว่า หุ้นกลุ่มค้าปลีก เช่น BJC และ CPALL มีแนวโน้มดีเพราะได้ปัจจัยหนุนจากภาครัฐ และมี 3 เหตุผลคงน้ำหนักกลุ่มค้าปลีก “มากกว่าตลาด” ด้วยปัจจัยหนุน โดยคาดหมายผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2562 ทำได้ดีเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน จากปัจจัยบวกของฤดูกาลที่ต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ปี 2562

ขณะที่คาดหลังการเลือกตั้งมีความชัดเจน ส่งผลต่อการบริโภคและการจับจ่ายใช้สอยที่ดีขึ้น พร้อมทั้งเห็นมาตรการกระตุ้นจากรัฐบาลใหม่ ขณะเดียวกัน ตัวเลขดัชนีชี้วัดของภาครัฐยังทำได้ดีเห็นการเติบโตทั้งจาก จำนวนนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวและรายได้จากเกษตรกรที่เติบโตเพิ่มจะเป็นปัจจัยหนุนต่อภาพรวมและแรงซื้อของกลุ่มค้าปลีก

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team