Business

ปฏิวัติรูปแบบใหม่ดัน ‘แผ่นดินทอง’ ขึ้นแท่นอันดับ 1 บ้านแฝดปีนี้

“แผ่นดินทอง” ลุยบ้านแฝด เตรียมขึ้นแท่นอันดับ 1 ปีนี้ด้วยยอดรายได้ 3,600 ล้านบาท เพิ่มขี้น 106% หลังปฏิวัติรูปแบบบ้านแฝด ส่งผลยอดขายถล่มทลาย ประเมินนักพัฒนาอสังหากำลังโดดเข้ามาเล่นตลาดบ้านแฝดมากขึ้น ส่วนทาวน์เฮ้าส์แข่งดุเดือดแน่นอน เหตุตลาดคอนโดซบ ยักษ์ใหญ่เทหาตลาดทาวน์เฮ้าส์ที่ยังเติบโตสูงกว่า 20%

ภวรัญชน์ อุดมศิริ

นายภวรัญชน์ อุดมศิริ กรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาโครงการทาวน์โฮม และนีโอ โฮม บริษัทแผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะขึ้นแท่นเป็นอันดับ 1 ของตลาดบ้านแฝด จากปัจจุบันอยู่อันดับ 3 หลังจากทำยอดขายบ้านแฝดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง วางเป้ารับรู้รายได้ปี 2562 ที่ 3,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1,857 ล้านบาท หรือ 106 %

สาเหตุมาจากบริษัทได้มุ่งทำตลาดบ้านแฝดมากขึ้นในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยปีนี้มีแผนเปิดโครงการบ้านแฝด “โกลเด้น นีโอ ” รวม 6 โครงการ มูลค่ารวม 7,018 ล้านบาท ไตรมาส 2 จะเปิดโครงการแรกที่แจ้งวัฒนะ-เมืองทอง มูลค่า 1,143 ล้านบาท อีก 5 โครงการเปิดในไตรมาส 3 และ 4 เน้นพื้นที่โซนใกล้กรุงเทพ จากปัจจุบันมีอยู่แล้ว 6 โครงการ

โครงการล่าสุด คือ โครงการ “โกลเด้น นีโอ ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ และ บางแค และสาทร สามารถขายหมดภายใน 2 วันแรกที่เปิดจอง เป็นเรื่องที่หาได้ยากในปัจจุบัน

กระแสตอบรับมาจากบริษัทได้ปฏิวัติรูปแบบบ้านแฝดใหม่ และตั้งชื่อ “นีโอ โฮม” จุดเน้น คือ รูปแบบบ้านสไตล์อังกฤษ และมีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ลูกค้าครอบครัว ได้แก่ การมีห้องผู้สูงอายุชั้นล่าง มีห้องพระกว้างขวาง มีห้องซักรีดและตากเป็นสัดส่วน ทุกห้องมีห้องน้ำในตัว บวกกับทำเลใกล้เมือง และราคาที่ลูกค้ายอมรับได้ 5-9 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็มีบรรยากาศที่เน้นคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ทั้งคลับเฮาส์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ สนามเด็กเล่น และสวนพักผ่อนขนาดใหญ่

การที่บริษัทสามารถทำยอดขายได้สูง ช่วยกระตุ้นตลาดในภาพรวม ทำให้หลายบริษัทเริ่มสนใจที่จะเข้ามาทำโครงการบ้านแฝดมากขึ้น คาดว่าจะมีการแข่งขันรุนแรงตามมา แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับทำเลที่ต้องตอบโจทย์ลูกค้าด้วย โดยในปี 2561 มูลค่าตลาดบ้านแฝดอยู่ที่ 49,985 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% ขณะที่เกิดโครงการบ้านแฝดเพิ่มขึ้น 18% มูลค่ารวม 76,901 ล้านบาท ยังคงเหลือบ้านขายอยู่ 26,916 ล้านบาท

สำหรับทาวน์โฮมจะเป็นกลุ่มที่แข่งดุเดือดอย่างแน่นอนในปีนี้ จาก Blue Ocean เป็น Red Ocean เพราะตลาดคอนโดมิเนียมซบเซา ขณะที่ทาวน์โฮมยังเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อบ้านหลังแรก จากอัตราการเติบโตของตลาด 3 ปีมานี้ที่ระดับ 23-24% ต่อปี หลายๆบริษัทจึงเทมาทำตลาดทาวน์โฮมรวมมากกว่า 10 ราย รวมถึงรายใหญ่ที่ไม่เคยทำตลาดทาวน์โฮมมาก่อนก็จะเข้ามาแข่งขันด้วย เพื่อรักษาระดับการเติบโต

สำหรับสัดส่วนการขายของบริษัท ในปี 2562 เป็นทาวน์โฮม 51 % ลดลงจากปี 2561 ที่อยู่ในสัดส่วน 54 % บ้านเดี่ยว 30 % ลดลงจากปีก่อนที่อยู่ในสัดส่วน 35% และบ้านแฝด นีโอ โฮม สัดส่วนเพิ่มขึ้น จาก 11% ในปีก่อนเป็น 19% ในปีนี้

ในส่วนของภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ นายภวรัญชน์ ระบุว่า จะเติบโตหรือหยุดชะงัก ขึ้นอยู่กับมาตรการของภาครัฐ เพราะ LTV ทำให้ตลาดชะงัก แต่ระยะยาวมีข้อดี สามารถป้องกันภาวะฟองสบู่แตกไม่ให้เกิดขึ้นเหมือนปี 2540 ช่วยลดการซื้อเพื่อเก็งกำไร และช่วยชะลอการเกิดโครงการใหม่ ทำให้ตลาดกลับมาสมดุล

แต่รัฐจะต้องมีมาตรการอื่นมาเสริม นอกเหนือจากการลดหย่อนภาษีจากการซื้ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้ตลาดยังคงเดินต่อไปได้ โดยเสนอ 3 มาตรการสำคัญ คือ ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ลดภาษีโอน และลดค่าจดจำนอง รวมถึงการให้ผ่อนดาวน์ระยะยาว เช่น ให้ดาวน์ 20% จะต้องให้มีการผ่อนดาวน์ประมาณ 20 เดือนด้วย เป็นต้น

สำหรับสรุปภาพรวมของตลาดในปี 2561 เทียบปี 2560 ยอดโอนแนวราบในกรุงเทพและปริมณฑล อยู่ที่ 262,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% หากแบ่งตามประเภท บ้านเดี่ยว มียอดโอน 130,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% ทาวเฮ้าส์ 109,241 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% บ้านแฝด 22,799 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23%

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB