The Bangkok Insight

‘เกาหลีเหนือ’ ปัจจัยเสี่ยงอุตฯ เงินดิจิทัล ‘อาเซียน’

รายงานด้านความมั่นคงฉบับใหม่ชี้ เกาหลีเหนือเป็นผู้เล่นไซเบอร์ที่มีความสามารถ และต้องการทรัพยากรทางการเงิน ซึ่งอาจมีการดำเนินความพยายามที่พุ่งเป้ามายังอุตสาหกรรมเงินดิจิทัล ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่แม้จะอยู่ในระยะแรก แต่ก็มีมูลค่ามหาศาล ส่วนหนึ่งของการหาทางครอบครอง และใช้ประโยชน์เงินดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

สถาบันรอยัล ยูไนเต็ด เซอร์วิส (อาร์ยูเอสไอ) กลุ่มคลังสมองด้านกลาโหม ซึ่งมีฐานการดำเนินงานอยู่ในกรุงลอนดอน อังกฤษ ออกรายงานฉบับ “Closing the Gap: Guidance for Countering North Korean Cryptocurrency Activity in Southeast Asia” หรือ “ปิดช่องโหว่: แนวทางรับมือกิจกรรมเงินดิจิทัลของเกาหลีเหนือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ที่ระบุว่า แม้จะตกเป็นเป้าการคว่ำบาตรอย่างเข้มงวดของนานาประเทศ แต่เกาหลีเหนือก็นำเทคนิคจำนวนหนึ่งเข้ามาใช้ เพื่อจัดหา และเคลื่อนย้ายเงินทุน นอกเหนือจากการเข้าถึงสินค้า และบริการที่โดนคว่ำบาตรไป ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็น ความท้าทายด้านความมั่นคงที่เกาะติดภูมิภาคเอเชียอยู่

อาร์ยูเอสไอ ยังอ้างถึงรายงานที่ออกมาเมื่อเดือนมีนาคม ของคณะกรรมาธิการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งอ้างว่า รัฐบาลเปียงยางมีเงินสกุลต่างประเทศ และเงินดิจิทัลอยู่มากกว่า 670 ล้านดอลลาร์ โดยได้มาผ่านทางการก่ออาชญากรรมบนไซเบอร์ และการแฮคระบบคอมพิวเตอร์

รายงานยูเอ็นระบุด้วยว่า หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องคอมพิวเตอร์ของกองทัพเกาหลีเหนือปฏิบัติการทำงานสงครามออนไลน์ ต่อสถาบันการเงินต่างชาติตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกาหลีเหนือสามารถรับมือกับการคว่ำบาตรจากนานาชาติ และเข้าถึงสกุลเงินต่างประเทศได้

อาร์ยูเอสไอ ชี้ว่า วิธีการที่ยูเอ็นระบุมานั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และเปิดทางให้เกาหลีเหนือสามารถจัดหาเงินสำหรับการพัฒนาอาวุธที่มีกำลังทำลายล้างสูงได้โดยตรง และยังสามารถจัดหาเงินทุนสำหรับปฏิบัติการต่างๆ ที่กำลังทำอยู่ อาทิ การจัดซื้อสินค้าหรูหรา และสิ่งของต้องห้ามอื่นๆ

รายงานอาร์ยูเอสไอ ย้ำว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความเสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าจัดหาเงินพัฒนาอาวุธทำลายล้างสูงของเกาหลีเหนือ และการแอบทำกิจกรรมต่างๆ ที่ขัดต่อการคว่ำบาตร เพราะยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องกฎระเบียบควบคุมเงินดิจิทัล และหลายประเทศยังไม่มีกรอบการดำเนินงานในเรื่องต่อต้านการฟอกเงิน และการเงินสำหรับการก่อการร้าย

ในการที่จะจำกัด และลดความเสี่ยงดังกล่าว รายงานแนะนำว่า รัฐบาลจะต้องมีการจัดตั้งหน่วยงานที่มีความรู้ในเรื่องนี้มากกว่าเดิม จะต้องมีโครงสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น เพิ่มความสามารถในการบังคับคดี และผลักดันให้มีการนำกฎระเบียบที่ปรับปรุงแล้วมาบังคับใช้ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม

ที่มา: Asia Times

Add Friend Follow
KANYAPORN PHUAKVISUTHI