Politics

แก้เสียงปริ่มน้ำ!! ‘เทพไท’ ชงสูตรตั้งรัฐบาลแห่งชาติคลายทางตันการเมือง

“เทพไท” ชี้รัฐบาลแห่งชาติเคลียร์ปัญหาการเมืองปริ่มน้ำ แนะ 2 ขั้วการเมืองร่วมสร้างปรองดอง ชงนายกฯคนกลางแก้ทางตัน ด้าน “วิโรจน์” มองเป็นการโยนหินถามทางห่วงมีจริงแล้วตรวจสอบได้หรือไม่

นายเทพไท เสนพงศ์ ว่าที่ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวตอนหนึ่งที่ร้านกาแฟ บ้านไสเหรียง หมู่7 ตำบลนาพรุ อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างลงพื้นที่พบปะประชาชน ต่อกรณีได้เสนอแนวคิดตั้งรัฐบาลแห่งชาติและนายกฯคนกลางเพื่อแก้ไขปัญหาการเมืองเสียงปริ่มน้ำ โดยยอมรับว่ามีทั้งเสียงสนับสนุนและคัดค้าน ซึ่งส่วนตัวสนับสนุนแนวคิดการจัดตั้งรัฐบาลถ่วงดุลตามอำนาจหน้าที่ คือ มีทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้ เมื่อดูสถานการณ์การเมืองขณะนี้เห็นว่าทั้ง 2 ขั้ว ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาได้แน่ เนื่องจากขั้วการเมืองพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ประกาศว่าสามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้ ตนก็เคารพความเห็น และจะเฝ้าดูว่าสามารถทำได้จริงหรือไม่ ส่วนขั้วพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่เชื่อมั่นว่าจะสามารถรวบรวมเสียงข้างมากเกิน 250 เสียง ซึ่งในความเป็นจริง กลุ่มพรรคเพื่อไทยไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ด้วยเสียงเพียง 250 เสียง เพราะถ้าจะตั้งรัฐบาลได้ต้องใช้เสียงอย่างน้อย 375 เสียงขึ้นไป ถึงจะได้นายกฯที่มีเสียงสนับสนุนเกินครึ่งหนึ่งของทั้ง 2 สภา จึงจะอยู่บริหารได้

“เมื่อสถานการณ์การเมืองที่เป็นเดดล็อกถึงทางตัน จะไม่มีพรรคการเมืองใดที่จัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาได้ จึงเสนอแนวทางรัฐบาลแห่งชาติและนายกฯคนกลางขึ้นมา หากทุกฝ่ายเห็นว่าสามารถตั้งรัฐบาลขึ้นมาได้ผมก็ยินดีและจับตารอเฝ้าดู แต่ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เมื่อเห็นว่าบ้านเมืองมีปัญหาจะไม่นิ่งดูดายที่จะเสนอความเห็นทางออก ส่วนจะผิดจะถูกก็เป็นเรื่องของสถานการณ์ในอนาคต ที่พี่น้องประชาชนจะตัดสินว่าสิ่งที่วิเคราะห์จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ผมเคารพในความเห็นของทุกท่าน แต่ต้องดูองค์ประกอบว่า สามารถเกิดขึ้นจริงหรือไม่ด้วย” นายเทพไท กล่าว

อย่างไรก็ตาม จะให้เวลาจนถึงวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการที่ 95% ของยอด ส.ส. แต่ถ้าขั้วใดขั้วหนึ่งไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เมื่อถึงเวลานั้น ขอร้องว่าอย่าดันทุรังเพื่อยื้อสถานการณ์นี้ต่อไป เพราะการไม่มีรัฐบาลจะเป็นผลเสียต่อประเทศชาติโดยรวม ซึ่งจะเกิดความลักลั่นในการแก้ไขปัญหาและบริหารประเทศ และกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาคมโลก เพราะมีรัฐบาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จะทำให้ประเทศชาติเสียหาย

นายเทพไท กล่าวต่อว่า แต่คนที่ไม่เสียหาย คือ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพราะรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ก็ยังคงเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม มีมาตรา 44 ที่จะทำอะไรก็ได้ อีกทั้ง ยังเป็นรัฐบาลที่ไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุล เพราะสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไม่สามารถทำอะไรได้เลย เช่นตัวอย่างล่าสุดในการยกเลิกการคืนสัมปทานของ กสทช.ให้สื่อหลายช่อง หรือการใช้มาตรา 44 ช่วยเหลือกลุ่มทุนโดยลุแก่อำนาจ ไม่มีการตรวจสอบ จึงขอให้ทุกฝ่ายเคารพเสียงของประชาชน ถ้าเสียงของประชาชนทั้งสภา ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้โดยขั้วใดขั้วหนึ่ง ก็อยากให้พิจารณาเรื่องความปรองดอง ให้ทุกพรรคการเมืองร่วมจัดตั้งรัฐบาล และหานายกฯคนกลางขึ้นมาบริหารแก้ไขปัญหาของประเทศชาติต่อไป

ด้าน นายวิโรจน์ อาลี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ถ้าให้วิเคราะห์ถึงกระแสที่มีการเสนอให้จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้น ซึ่งประเด็นดังกล่าวไม่ว่าจะเป็น พท. หรือ พปชร. รวมถึงหลายฝ่ายมองเห็นปัญหา โดยเฉพาะจากกองเชียร์ของ 2 ฝ่าย ที่อาจไม่พอใจอันเนื่องจากผลออกมาค่อนข้างปริ่มน้ำ คือ ฝ่ายหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ส่วนอีกฝ่ายเลือกนายกฯได้ แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาล จนมองว่าเรื่องนี้เป็นทางตัน จึงได้โยนหินถามทาง

ขณะเดียวกัน เพราะทุกฝ่ายเห็นปัญหาจากรัฐธรรมนูญ และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมทั้งที่สำคัญ ปชป. ต้องยอมรับว่ามี ส.ส. 50 กว่าคน บวกกับปัญหาภายในพรรค จึงได้เสนอเรื่องนี้เพื่อเป็นทางออก อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญทุกคนกังวลว่าหลังวันที่ 9 พฤษภาคม โดยเดาไม่ถูกว่าผลเป็นอย่างไร ซึ่งประเด็นนี้ทำให้หวนนึกถึงยุค นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ เพราะการเสนอรัฐบาลแห่งชาติถือเป็นออฟชั่นหนึ่ง แต่ถ้ามีรัฐบาลแห่งชาติแล้วจะมีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบหรือไม่

Add Friend Follow
CHAIRAT PATCHARATRIRAT