World News

นานาชาติเศร้าสูญเสีย ‘นอเทรอดาม’ เปิดประวัติโบสถ์คู่เมืองปารีส

บรรดาแกนนำจากประเทศต่างๆ พากันออกมาแสดงความเสียใจ และเป็นกำลังใจให้กับชาวฝรั่งเศส หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้ “โบสถ์นอเทรอดาม” อาสนวิหารเก่าแก่อายุหลายร้อยปีในกรุงปารีส

นายฌอง คล็อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ออกมาระบุว่า โบสถ์นอเทรอดามถือเป็นสมบัติของมวลทมนุษยชาติ เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเขียน จิตรกร นักปรัชญา และผู้มาเยือนจากทั่วโลก ส่วนนายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานสภาสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวว่า นอเทรอดาม แห่งกรุงปารีส คือ นอเทรอดาม ของยุโรปทั้งหมด วันนี้ทุกคนเป็นกำลังใจให้กับชาวฝรั่งเศส

ทางด้านโฆษกวาติกัน แถลงว่า วาติกันยืนหยัดเคียงข้างชาวคาทอลิก และประชาชนชาวปารีส สวดมนต์ให้กับนักดับเพลิง และทุกคนที่กำลังพยายายามอย่างดีที่สุดที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่สะเทือนอารมณ์นี้  ขณะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า เป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างมากที่ได้เห็นภาพไฟเผาผลาญโบสถ์นอเทรอดาม ในกรุงปารีส

ส่วนนายแอนโนติดอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) บอกว่า รู้สึกตระหนกกับภาพไฟลุกท่วมโบสถ์นอเทรอดาม ซึ่งเป็นตัวอย่างของมรดกโลก ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และยืนหยัดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 โดยเขาขอเป็นกำลังใจให้กับประชาชน และรัฐบาลฝรั่งเศส

เช่นเดียวกับนางออเดรย์ อาซูเลย์ ผู้อำนวยการองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ให้คำมั่นว่า ยูเนสโกจะยืนหยัดเคียงข้างฝรั่งเศส เพื่อรักษา และฟื้นฟูมรดกที่ประเมินค่าไม่ได้แห่งนี้เอาไว้

‘นอเทรอดาม’ ยืนหยัดผ่านกาลเวลา 

ทั้งนี้ โบสถ์นอเทรอดาม เป็นอาสนวิหารประจำอัครมุขมณฑลปารีส ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงปารีส ฝรั่งเศส โดยคำว่า นอเทรดดาม (Notre Dame) แปลว่า แม่พระ (Our Lady) ซึ่งเป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียกพระแม่มารี ปัจจุบันอาสนวิหารก็ยังใช้เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิก และเป็นที่ตั้งคาเทดราของอาร์คบิชอปแห่งปารีส

นอเทรอดาม ยังขึ้นชื่อว่าเป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุดในลักษณะกอทิกแบบฝรั่งเศส โบสถ์นี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยเออแฌน วียอแล-เลอ-ดุก สถาปนิกคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของฝรั่งเศส

โบสถ์นี้ใช้การก่อสร้างแบบศิลปะกอทิก ซึ่งนับเป็นอาสนวิหารแรกที่สร้างในลักษณะนี้ และการก่อสร้างก็ทำต่อเนื่องมาตลอดสมัยกอทิก จนกการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1345  ประติมากรรม และหน้าต่างประดับกระจกสี มีอิทธิพลจากศิลปะแบบนิยมธรรมชาติ (Naturalism) เน้นความเหมือนจริง ทำให้แตกต่างจากศิลปะโรมาเนสก์ที่สร้างก่อนหน้านั้น

โบสถ์เคยได้รับความเสียหายอย่างหนักมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อปี ค.ศ. 1793 ระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส ประติมากรรมและศิลปะทางศาสนาถูกทำลายไปมาก และถูกปล่อยให้ทรุดโทรมอย่างมา จนกระทั่งงวิกเตอร์ อูโก นักเขียนฝรั่งเศส นำไปตีแผ่ผ่านทางนิยายของเขา ‘Notre-Dame of Paris’ ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1831 จนนำไปสู่การปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ระหว่างปี 1844-1864  ซึ่งมีการสร้างยอดแหลมของอาคาร และโครงสร้างส่วนค้ำจุนใหม่ จนมีสภาพเหมือนก่อนหน้าที่ถูกทำลาย

ในแต่ละปี มีผู้คนเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมมหาวิหารแห่งนี้เกือบ 13 ล้านคน มากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไปยังหอไอเฟล  โดยสถานที่เแห่งนี้ ยังเป็นจุดที่เกิดเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสหลายอย่าง เช่น การเถลิงราชย์เป็นกษัตริย์แห่งฝรั่งเศสของพระเจ้าอองรีที่ 6 ในปีค.ศ. 1431 และการสถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดิของนโปเลียน โบนาฟาร์ต หรือ จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ในปีค.ศ.1804

This slideshow requires JavaScript.

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team