General

อย่าซิ่ง!! สธ.กำชับรถพยาบาลห้ามขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด

กระทรวงสาธารณสุข ให้ทีมแพทย์โรงพยาบาลพะเยาดูแลเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติการนำส่งผู้บาดเจ็บใกล้ชิด กำชับมาตรการความปลอดภัยรถพยาบาล ไม่ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาดเข็มขัดนิรภัย และเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในโรงพยาบาล โดยเฉพาะห้องฉุกเฉิน

นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล

พบเห็นได้บ่อย ที่อุบัติเหตุบนท้องถนนกลายเป็นรถพยาบาลรับส่งผุ้ป่วยเอง  นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยกกรณีรถกู้ชีพของเทศบาลตำบลบ้านถ้ำประสบอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้า ที่อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้ป่วยเสียชีวิต 3 ราย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ขณะนี้พักรักษาตัวที่ตึกศัลยกรรมกระดูกชาย โรงพยาบาลพะเยา ได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บที่สะโพก รู้สึกตัวดี

ทั้งนี้ได้กำชับให้ทีมแพทย์ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด โดยทีมกู้ชีพเทศบาลตำบลบ้านถ้ำเป็นหน่วยปฏิบัติการระดับพื้นฐาน (Basic Life Support หรือ BLS) ที่ขึ้นทะเบียนในเครือข่ายระบบการแพทย์ฉุกเฉินจังหวัดพะเยา และอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ได้ออกไปรับผู้บาดเจ็บที่จุดเกิดเหตุ และประสานงานกับศูนย์รับแจ้งเหตุ และสั่งการ จังหวัดพะเยา โรงพยาบาลดอกคำใต้เป็นระยะ เพื่อส่งต่อผู้บาดเจ็บให้กับรถพยาบาลของโรงพยาบาลดอกคำใต้ที่ออกปฏิบัติการร่วมกัน

“ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้ป่วย และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเสียสละ ทั้งเวลา และความสุขสบายส่วนตน มาทำงานเป็นอาสาสมัคร เป็นเครือข่ายที่สำคัญของกระทรวงสาธารณสุข ในการดูแลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ผู้เจ็บป่วย โดยไม่หวังผลตอบแทน” 

อย่างไรก็ดี ขณะออกปฏิบัติการขอให้คำนึงถึงความปลอดภัย และระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในเวลากลางคืนซึ่งทัศนวิสัยไม่ดี เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และการเสียชีวิตซึ่งเป็นความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

นพ. ประพนธ์ กล่าวต่อว่า ได้เน้นย้ำให้โรงพยาบาลในสังกัด เข้มการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยของรถพยาบาล  โดยปฏิบัติตามกฎจราจร ไม่ขับรถเร็วเกิน 80 กม.ต่อชม. หรือไม่เกินที่กฎหมายกำหนด  ผู้ขับขี่ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด รถพยาบาลทุกคันติดตั้งอุปกรณ์ GPS ควบคุมความเร็ว และติดตั้งกล้องวงจรปิดบันทึกภาพ บุคลากรในรถขอให้คาดเข็มขัดนิรภัย

ที่สำคัญไม่ทำหัตถการขณะรถเคลื่อนที่ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในรถพยาบาล รวมทั้งในช่วงนี้มีข่าวกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทและเข้ามาทำร้ายกันในโรงพยาบาล จึงขอให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่โรงพยาบาล โดยเฉพาะห้องฉุกเฉิน จัดระบบการเข้า-ออก มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างสะดวก ผู้บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว และประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจป้องปราม ระงับเหตุ ดำเนินคดีกับกลุ่มที่มาก่อเหตุทะเลาะวิวาทในพื้นที่โรงพยาบาล

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB