Sport

แฟนหงส์รอกรี๊ด!! กกท.ทาบ ‘ลิเวอร์พูล’ บินฟาดแข้งทีมชาติไทย 18 พ.ค.

ตามที่คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ได้อนุมัติหลักการใช้เงินสำรองของ กกท. เพื่อจัดการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษระหว่างทีมสโมสรฟุตบอลชั้นนำจากต่างประเทศ กับ ทีมชาติไทย ในการประชุมเมื่อช่วงปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด “บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เปิดเผยว่า การจัดฟุตบอลนัดพิเศษมีความสำคัญในหลายมิติ ทั้งในเรื่องของการท่องเที่ยว การพัฒนากีฬาฟุตบอลในไทย และการสร้างกระแสของกีฬาฟุตบอลในประเทศ

ภาพจาก : www.liverpoolfc.com

ดร.ก้องศักด กล่าวต่อว่า “เบื้องต้นได้วางโปรแกรมไว้ช่วงกลางเดือนพ.ค. ซึ่งน่าจะเป็นวันที่ 18 พ.ค. เนื่องจากการแข่งขันฟุตบอลในลีกยุโรปเพิ่งปิดฤดูกาลนักเตะชื่อดังยังไม่ได้แยกย้ายออกจากทีมเพื่อไปพักผ่อนกับครอบครัว ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวจึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม”

“ทว่าตอนนี้มีข้อจำกัด ในเรื่องของฟุตบอลในลีกยุโรปที่ยังไม่ปิดฤดูกาล รวมถึงฟุตบอลสโมสรชิงแชมป์สโมสรยุโรป หรือยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก ยังไม่เสร็จสิ้น ทำให้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเป็นสโมสรใด ผมยอมรับว่าได้ส่งทีมงานติดต่อกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แห่งศึกพรีเมียร์ลีก เรียบร้อยแล้ว แต่ลิเวอร์พูล กำลังมีลุ้น 2 แชมป์ ทั้งพรีเมียร์ลีก และยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก จึงต้องรอดูโปรแกรมอีกสักระยะ หากลิเวอร์พูลเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก ซึ่งนัดแรกแข่งขันวันที่ 30 เม.ย. และนัดสองวันที่ 7 พ.ค. โอกาสจะเดินทางมาแข่งขันนัดพิเศษที่ประเทศไทยคงจะยาก รวมทั้งหากผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 1 มิ.ย. ก็คงไม่สามารถมาได้แน่นอน จึงได้ให้ทีมงานช่วยประสานทีมชั้นนำอื่นๆเพื่อเป็นทางเลือก ทั้งจากสเปน, อิตาลี, อังกฤษ, เยอรมนี ควบคู่กันไปด้วย”

“ยืนยันว่าแมตช์ดังกล่าวจะมีขึ้นแน่นอน และต้องเป็นทีมชั้นนำด้วย ส่วนจะเป็นลิเวอร์พูล, บาร์เซโลน่า หรือ เลสเตอร์ ซิตี้ หรือทีมอื่นๆ ก็ขอดูเงื่อนไขอีกครั้ง แต่สิ่งที่อยากเห็น คือ กิจกรรมที่ส่วนกลาง กับส่วนภูมิภาคทั่วประเทศทำกิจกรรมพร้อมกัน อาจจะขึ้นจอยักษ์, แฟนเฟสติวัล, เปิดคลินิกกีฬา เพื่อสร้างกระแสด้านกีฬาให้กับคนไทย รวมทั้งยังสอดคล้องกันระหว่างสปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเมนต์กับสปอร์ตมัวร์ริซึ่มด้วย”ดร.ก้องศักด กล่าว

ผู้ว่าการ กกท. กล่าวอีกว่าว่า ในอนาคตมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะดึงทีมชั้นนำของโลกหลายทีมมาแข่งขันพิเศษที่ประเทศไทย เหมือนรายการอินเตอร์เนชันแนล แชมเปียนส์ คัพ หรือ “ไอซีซี คัพ” แต่ต้องดูศักยภาพโดยรวมด้วยว่ามีความพร้อมแค่ไหน เพราะต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูงเช่นกัน ซึ่งทราบมาว่าประเทศสิงคโปร์อาจจะจัดศึก “ไอซีซี คัพ” ปีนี้เป็นหนสุดท้ายแล้ว”

Add Friend Follow
Surachet Srisomwongse