General

ดูแลบุตรหลานด้วย!! พบสถิติ 10 ปี เด็กจมน้ำช่วงสงกรานต์สูงสุด

สถิติ 10 ปี พบเด็กจมน้ำ 160 ราย เฉลี่ย 5 ราย มากกว่าปกติ 2 เท่าตัว ว้นที่ 14 เมษายนพบเหตุจมน้ำสูงสุดในแต่ละปี แหล่งน้ำที่เกิดเหตุมากที่สุด คือ คลองชลประทาน และอ่างเก็บน้ำ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากครอบครัวกินเลี้ยงสังสรรค์ และปล่อยให้เด็กเล่นน้ำกันเอง แนะสถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำ ต้องกำหนดพื้นที่เล่นน้ำที่ปลอดภัย ส่วนพ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องดูแลบุตรหลานใกล้ชิด ไม่ให้เด็กยืนใกล้ขอบบ่อ หรือสระ เพื่อตักน้ำเล่นสงกรานต์ เพราะอาจลื่น และพลัดตกลงน้ำได้

กรมควบคุมโรค ระบุข้อมูลย้อนหลังจากกองยุทธศาสตร์ และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 3 วัน ระหว่าง 13-15 เมษายน ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา (ปี 2552-2561) มีเด็กจมน้ำเสียชีวิต 160 ราย เฉลี่ยวันละ 5 ราย มากกว่าช่วงวันปกติ 2 เท่าตัว โดยในวันที่ 14 เมษายน พบว่ามีการเกิดเหตุจมน้ำเสียชีวิตสูงที่สุด เฉลี่ย 6 ราย 

ส่วนข้อมูลเดือนเมษายน 2561 ที่ผ่านมา พบว่ามีเด็ก อายุต่ำกว่า 15 ปี  จมน้ำเสียชีวิต 84 ราย เฉพาะช่วงสงกรานต์เพียง 3 วัน มีเด็กจมน้ำเสียชีวิต 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นเพศชาย 5 ราย อายุ 5-9 ปี  วันที่ 15 เมษายน เป็นวันที่มีเด็กจมน้ำสูงที่สุด ในวันเดียวถึง 5 คน โดยแหล่งน้ำที่เกิดเหตุมากที่สุด คือคลองชลประทานและอ่างเก็บน้ำ

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า  สาเหตุจมน้ำที่มักพบบ่อยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา  คือ ครอบครัวจะกินเลี้ยงสังสรรค์ และปล่อยให้เด็กเล่นน้ำสนุกสนานกันเอง หรือเด็กๆ แอบหนีผู้ปกครองไปเล่นน้ำ บริเวณแหล่งน้ำต่างๆ ขณะที่เด็กไม่มีความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ ไม่มีทักษะการเอาชีวิตรอดเมื่อตกลงไปในน้ำ ว่ายน้ำไม่เป็น และไม่ใช้อุปกรณ์ในการช่วยพยุงตัวในน้ำขณะเล่นน้ำ หรือทำกิจกรรมทางน้ำ รวมถึงไม่รู้วิธีการช่วยเหลือคนตกน้ำ จมน้ำที่ถูกต้อง ทำให้จมน้ำเสียชีวิต

ทั้งนี้ขอแนะนำประชาชนเล่นน้ำให้ปลอดภัยช่วงสงกรานต์ ดังนี้

1.พ่อแม่ ผู้ปกครองดูแลเด็กใกล้ชิด ไม่ให้เด็กยืนใกล้บริเวณขอบบ่อ และสระ เพื่อตักน้ำเล่นสงกรานต์ เพราะอาจพลัดตก ลื่นลงน้ำได้

2.การเล่นน้ำให้นำขวดน้ำพลาสติกเปล่า 1.5 ลิตร หรือแกลลอนพลาสติกเปล่า ปิดฝา ใช้สะพายแล่งติดตัวไปด้วย หากหมดแรงให้นำมากอดแนบหน้าอก และลอยตัวไว้

3.ชุมชนร่วมกันสำรวจแหล่งน้ำเสี่ยงในพื้นที่ และจัดการให้เกิดความปลอดภัย โดยให้มีการสร้างรั้ว ติดป้ายคำเตือน มีอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำ เช่น ถังแกลลอนพลาสติกเปล่าผูกเชือก ไม้ และนกหวีด

4.แหล่งน้ำที่จัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เช่น น้ำตก ทะเล อ่างเก็บน้ำ สวนน้ำ เป็นต้น ต้องมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล มีเสื้อชูชีพให้สวมใส่ทุกครั้งที่เดินทาง หรือทำกิจกรรมทางน้ำ ห้ามดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ กำหนดพื้นที่เล่นน้ำที่ปลอดภัย มีอุปกรณ์ช่วยชีวิต เข้าถึงได้ง่าย ติดป้ายแจ้งเตือน และป้ายบอกความลึกของน้ำ

5.สระว่ายน้ำ ต้องมีเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอต่อผู้รับบริการ มีอุปกรณ์ช่วยชีวิต ป้ายบอกความลึกของน้ำ ป้ายบอกกฎระเบียบความปลอดภัยทางน้ำ และมีรั้วล้อมรอบสระว่ายน้ำทั้ง 4 ด้าน

6.ใช้หลัก “ตะโกน โยน ยื่น” เพื่อช่วยเหลือคนตกน้ำ ได้แก่

  • ตะโกน เรียกให้ผู้ใหญ่มาช่วยและโทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ 1669
  • โยน อุปกรณ์ใกล้ตัว เพื่อช่วยคนตกน้ำ เช่น เชือก ถังแกลลอนพลาสติกเปล่า หรือวัสดุที่ลอยน้ำได้โดยโยนครั้งละหลายๆ ชิ้น
  • ยื่น อุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวให้คนตกน้ำจับ เช่น ไม้ เสื้อ ให้คนตกน้ำจับและดึงขึ้นมาจากน้ำ

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB