COLUMNISTS

ปลด ‘ปาล์ม’ ออกจากสินค้าการเมืองซะ

SARANYA THONGTHAB
880

การแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ กลายเป็นภารกิจของกระทรวงพลังงานไปเสียแล้ว เป็นงานที่ ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงไปคลุกคลีอย่างเอาเป็นเอาตาย

หลายเดือนมาแล้ว ที่กระทรวงพลังงานใช้หลากหลายมาตรการ เพื่อดึงราคาผลปาล์มเป้าหมาย เคยประกาศไว้จะไปให้ถึง 3.20-3.50 บาทต่อกก.

แต่วันนี้ยังไปไม่ถึงฝัน ราคาผลปาล์มน้ำมันทั้งทะลาย ณ 5 เมษายน 2562 จากเว็บไซต์กรมการค้าภายใน ยังต่ำเตี้ยอยู่ที่ 1.95-2.40 บาทต่อกก.

แม้จะประกาศดึงน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) ไปเผาก็แล้วกว่า 160,000 ตันในโรงไฟฟ้าบางปะกง หรือ มีนโยบายประกาศให้ปตท.ส่งออก บี 100 ไปก่อนหน้า แม้จะยกเลิกแนวทางนี้เมื่อเร็วๆ นี้ก็ตาม เพราะปตท.เองก็มึนว่า ให้ปตท.ซื้อแล้ว จะขายที่ไหน เพราะตอนนี้ผู้ค้าในแถบนี้ต่างเจอปัญหากันถ้วนหน้า เหตุตลาดส่งออกหดหาย

ไม่นับรวมการกำลังปรับสูตรดีเซลที่มีส่วนผสมของบี 100 ที่จะไปให้ถึงสัดส่วน 10 % หรือ บี 10 จำหน่ายเป็นปกติในท้องตลาดแทน บี 7 ในปัจจุบันที่จะประกาศในเดือนพฤษภาคมนี้ แต่เห็นท่าเอาแต่ รถเล็ก ยอดการใช้อาจไปไม่ถึงเป้า กำลังโหมกระตุ้นรถกระบะ และบรรทุกใหญ่ ให้ใช้บี 20 และให้ปั๊มต่างๆขายกันเป็นเรื่องเป็นราว  ตั้งแต่ ปตท.บางจาก ซัสโก้ เชลล์  พีทีจี

ก่อนหน้านี้ก็ได้ขยายระยะเวลาการใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สร้างส่วนลดราคาน้ำมันดีเซล บี 20 ให้ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลเกรดทั่วไป ลิตรละ 5 บาท ต่อไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึง 31 พฤษภาคม 2562

ทำกันทุกอย่างเก็บทุกเม็ดแล้ว ราคาก็ไม่กระเตื้องดังใจ จนคนในกระทรวงพลังงานแปลกใจว่า “เพราะอะไร” ขณะนี้กำลังไล่ดูกับกระทรวงพาณิชย์หาสาเหตุที่ราคาไม่ขึ้น ไม่แน่ใจว่าปริมาณซีพีโอที่ดูดออกไปตามมาตรการของกระทรวงพลังงานนั้น เป็นสต็อกค้างปี หรือสต็อกใหม่ มาจากซีพีโอในประเทศ หรือซีพีโอนอกประเทศ ก็ต้องไปว่ากันอย่างจริงจัง “ไม่ให้เป็นเพียงเสียงลือเสียงเล่าอ้าง” แล้วปล่อยผ่านไปเป็น “สินค้าการเมือง” ขนานแท้

 

เมื่อราคาไม่กระเตื้อง เร็วๆ นี้เร่งกฟผ.อีกรอบ โดยคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) มีมติเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 ให้กฟผ. เพิ่มกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าบางปะกง ที่นำซีพีโอมาเผา จากวันละ 1,000 ตัน เป็นวันละ 1,500 ตัน เพื่อเร่งดูดซับปริมาณน้ำมันปาล์มดิบออกจากระบบได้เร็วยิ่งขึ้น

และให้ทำสัญญาซื้อซีพีโอจากโรงสกัดน้ำมันปาล์ม และจ่ายเงินให้ครบเบ็ดเสร็จโดยเร็ว ส่วนจะจัดการอย่างไรก็ให้กฟผ.ไปบริหารจัดการเอง จะเช่าคลังเก็บที่ไหนก็สุดแล้วแต่ ขอให้ดูดออกไปก่อนเป็นรูปธรรม เพื่อดึงราคาให้ขึ้นให้ได้ สร้างความปวดหัวให้กฟผ.ไม่น้อย เพราะเงินที่จะชดเชยให้กฟผ.ยังเป็นแค่ลม

นโยบายนี้ อย่างที่ทราบดี ได้รับการสรรเสริญทั้งใน และนอกวงการอย่างอุดหนาฝาคลั่ง เพราะเล่นเอาของดีไปเผา  สุดท้ายก็พิสูจน์แล้ว ก็ไม่ได้ทำให้ราคาปาล์มทะลายกระเตื้อง เสียเงินเปล่าๆจากการเผากว่า 1,300 ล้านบาท เอาเงินนี้ไปช่วยเกษตรกรโดยตรงมิดีกว่า ฤ ?? เป็นคำถามตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

หวังว่าการเผารอบนี้ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจะเป็นครั้งสุดท้าย ถึงเวลาต้องเร่งหาทางแก้ระยะยาวได้แล้ว เพราะอนาคตปาล์มไม่สดใสนัก ตามที่หลายคนรู้ว่า ความต้องการปาล์มน้ำมันตลาดโลกหดหายเพียงใด เหตุเพราะตลาดนำเข้าหลัก อย่างสหภาพยุโรปประกาศใช้มาตรการ  “Zero Plam Oil “ เพื่อเลิกใช้น้ำมันปาล์มภายในปี ค.ศ. 2020-2021 รวมถึงหลายประเทศ สาเหตุหลักเพราะพื้นที่ปลูกจำนวนมาก มาจากการถางป่า ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน สาเหตุนี้มีผลต่อราคาปาล์มในระยะยาว ที่จะดิ่งเหวต่อไป โอกาสจะได้เห็นราคาปาล์มทะลาย 5 บาทต่อกก.เหมือนหลายปีก่อนคงไม่มีอีกแล้ว

มาตรการระยะยาวไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการเพิ่มประสิทธิภาพการปลูก เพิ่มผลผลิตต่อไร่ และหาทางเพิ่มมูลค่า นอกจากจะต้องปรับพื้นที่ปลูกของทั้งประเทศให้เล็กลงแล้ว การหาวิธีนำปาล์ม ไปทำประโยชน์ให้มากขึ้น คงเป็นเรื่องจำเป็น  อาทิเช่น ทะลายปาล์มเปล่า เส้นใย กะลา นำไปเป็นเชื้อเพลิง น้ำเสียนำมาผลิตแก๊สชีวภาพ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และกากตะกอนน้ำมัน นำมาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เป็นต้น

ฝากให้รัฐบาลชุดนี้หรือชุดหน้า แก้ปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จเสียที ไหนๆมีนโยบายส่งเสริมปลูกปาล์มไปแล้ว ก็เป็นนโยบายรัฐบาลที่ต้องทำให้นโยบายนี้ไปรอด ให้เกษตรกรรอดด้วยมือของเขาเองในอนาคต และปลดจากสินค้าการเมืองซะ !!!

Add Friend Follow