Economics

เคลียร์พื้นที่ทับซ้อนเขตเศรษฐกิจพิเศษ 30 ไร่ เปิดทางสร้างรถไฟ ‘บ้านไผ่-นครพนม’

คมนาคมสั่ง ร.ฟ.ท. เคลียร์พื้นที่ทับซ้อนเขตเศรษฐกิจพิเศษนครพนม 30 ไร่ เปิดทางสร้างรถไฟทางคู่ “บ้านไผ่-นครพนม”

นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่-นครพนม วันนี้ (29 มี.ค.) ว่า โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 67,965 ล้านบาท มีเส้นทางบางส่วนซ้อนทับกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนครพนม จังหวัดนครพนม

ที่ประชุมฯ จึงมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในฐานะเจ้าของโครงการ ไปลงพื้นที่สำรวจและตรวจสอบกับทางจังหวัดให้ชัดเจน เพื่อให้สำนักงานเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษฯ รับทราบแนวเส้นทางรถไฟและทำให้โครงการรถไฟทางคู่เดินหน้าต่อไปได้

นายพิศักดิ์ กล่าวต่อว่า โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ บ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ได้ดำเนินการสำรวจและออกแบบเสร็จตั้งแต่ปี 2556-2557 แล้ว โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขออนุมัติโครงการและออกร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่เวนคืนไปพร้อมกัน

รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม เป็นการก่อสร้างทางคู่สายใหม่ ดังนั้นจึงต้องเวนคืนที่ดินตลอดแนวการก่อสร้างรวม 355 กิโลเมตร โดยขณะนี้การรถไฟฯ ได้ร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืนแล้วเสร็จ

อย่างไรก็ตาม เส้นทางรถไฟส่วนหนึ่งได้ทับซ้อนกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนครพนม จังหวัดนครพนม โดยส่วนที่ทับซ้อนมีความยาวประมาณ 600 เมตร กว้างประมาณ 200 เมตร คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ดังนั้นการรถไฟฯ จึงต้องลงพื้นที่หารือกับกรมธนารักษ์และสำนักงานเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษฯ ว่าจะขอใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อก่อสร้างรถไฟทางคู่ได้หรือไม่

ถ้าหากกรมธนารักษ์อนุญาต ก็จะนำเรื่องดังกล่าวแนบไปในขั้นตอนการขออนุมัติโครงการด้วย แต่ถ้าหากกรมธนารักษ์ไม่อนุญาต ก็ต้องหาทางแก้ไขปัญหาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น ปรับแนวเส้นทาง เป็นต้น แต่เบื้องต้นคาดว่าเรื่องนี้คงไม่มีปัญหาใดๆ

สำหรับความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนมล่าสุดนั้น ปัจจุบันการรถไฟฯ จัดทำรายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมและร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืนของโครงการเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE