Startup

‘แอคเซอเลอเรท’ เวทีนี้มีพี่เลี้ยง

7 ปีมาแล้วที่ “ดีแทค แอคเซอเลอเรท” (dtac accelerate) โครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพ ได้เข้ามาพัฒนาสตาร์ทอัพไทยให้เข้มแข็ง และทะยานออกสู่เวทีโลก จนมาสู่ ดีแทค แอคเซอเลอเรท แบทช์ 7 ” (dtac accelerate batch 7) ในปี 2562 เสียงจากผู้ที่เป็น “Mentor” หรือพี่เลี้ยง และสตาร์ทอัพรุ่นพี่ สะท้อนให้เห็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการนี้เดินมาไกล และได้รับการยอมรับจากเหล่าสตาร์ทอัพไทย จนถึงทุกวันนี้

ซาฮิบ อนันต์ทรงวิทย์

ซาฮิบ อนันต์ทรงวิทย์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง และผู้บริหาร Seekster” ธุรกิจให้บริการด้านความสะอาดและการซ่อมแซม ปีนี้เขายังคงทำหน้าที่ pitchers ที่ดีที่สุด เพื่อคอยต้อนรับ และกระตุ้นกลุ่มสตาร์ทอัพ น้องใหม่

ซาฮิบ บอกด้วยประสบการณ์ของเขาเอง จากการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และจากการพบพานสตาร์ทอัพทั้งรุ่นน้อง และรุ่นเดียวกันมาหลายปี ว่า มี 7 เหตุผล ที่ทำให้เขา และสตาร์ทอัพได้จากดีแทค   แอคเซอเลอเรท

1.ได้รับความช่วยเหลืออย่างจริงจัง และไม่ได้จบแค่ 3 เดือนของการเข้าสู่โปรแกรม ดีแทค แอคเซอเลอเรท

2.โปรแกรม และผู้ที่จะมาให้ความรู้ทั้ง Mentor และผู้มีประสบการณ์ เป็นทั้งในประเทศ และระดับโลกที่จะมาฉายภาพ และถ่ายทอดให้กับผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ ถึงวิธีการที่นำไปสู่ความสำเร็จ

3.การเข้าถึงช่องทางการสื่อสารต่อสาธารณะให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งปกติแล้วยากมากที่สตาร์ทอัพจะเข้าถึงได้เอง

4.ดีแทคเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพใช้สำนักงานเป็น office base ซึ่งที่นี่คือศูนย์รวมของชุมชนสตาร์ทอัพ ที่จะทำให้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน

5.เงินที่ดีแทคให้สำหรับเริ่มต้น ถือว่ามากสำหรับคนที่เพิ่งมีไอเดีย สามารถนำไปสู่การก่อร่างสร้างธุรกิจให้เป็นจริงขึ้นมาได้

6.หากมีผลิตภัณฑ์แล้ว แน่นอนว่าดีแทคเปิดทางเชื่อมกับฐานลูกค้าดีแทคในรูปของ ดีแทค รีวอร์ด เป็นการผลักดันผลิตภัณฑ์ของสตาร์ทอัพให้เป็นที่รู้จัก และสร้างรายได้

7. การเข้าสู่ ดีแทค แอคเซอเลอเรท การันตีได้เลยว่า เป็นโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพ อันดับ 1 ของไทย สร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้อย่างดี เพราะถือว่าได้ผ่านการคัดเลือกจาก ดีแทค แอคเซอเลอเรท มาแล้วย่อมถือว่า “มีดี”

“ทั้งหมดนี้ตีเป็นมูลค่าไม่ได้” ซาฮิบย้ำอีกว่า โลกตอนนี้ไม่ใช่โลกของ “ปลาใหญ่ กินปลาเล็ก” แต่เป็นโลกของความเร็ว “ใครเร็วกว่า ได้ไปต่อ” ดังนั้นหากไปได้เร็ว ย่อมได้เปรียบ เพราะคนอื่นก็คิดไม่ต่างจากเรา ซึ่งดีแทค แอคเซอเลอเรท ดูแลสตาร์ทอัพอย่างต่อเนื่อง ไม่จบแค่ 3 เดือนที่เข้าโครงการ

“ผมพูดจากประสบการณ์ที่เข้าโครงการเมื่อ 3 ปีก่อน วันนี้ผมยังได้รับการดูแล ยังใช้สำนักงานดีแทคเป็นออฟฟิศ และได้รับการสนับสนุนทุกอย่าง โดยเฉพาะ คอนเนคชั่นต่างๆ ทั้งลูกค้า และแหล่งเงินทุน รวมถึงสื่อ ซึ่งสิ่งที่ได้รับ  trade off  ไม่ได้เลย”

เขาจึงอยากจะแนะนำคนไทยที่อาจมีแค่ไอเดีย หรือ ทำผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว อยากจะเข้าถึงโอกาสดีๆ ที่ปกติแล้ว สตาร์ทอัพทั่วไปยากจะเข้าถึง จาก Mentor ระดับโลก ที่จะอยู่กับสตาร์ทอัพที่เข้าโครงการตลอด 3 เดือน และดีแทค แอคเซอเลอเรทก็ไม่ได้จบแค่ 3 เดือน ยังดูแลเราไปตลอดอย่างพี่น้อง อย่างคนในครอบครัวเดียวกัน

ไผท ผดุงถิ่น

ขณะที่ ไผท ผดุงถิ่น หรือ โบ๊ท นายกสมาคมเทค สตาร์ทอัพคนแรก ผู้ก่อตั้ง Builk.com ซอฟต์แวร์การบริหารจัดการธุรกิจก่อสร้างออนไลน์ และร้านขายวัสดุก่อสร้างออนไลน์แห่งแรกในไทย ที่กวาดรางวัลระดับเอเชียแปซิฟิกมาแล้ว ปีนี้เขายังมาเป็น Mentor ใน  ดีแทค แอคเซอเลอเรท ช่วยแชร์ประสบการณ์ต่อให้สตาร์ทอัพรุ่นน้องๆอีกปี

เขาเล่าว่า จากที่ได้เป็น Mentor มา 4 ปี ได้เห็นพัฒนาการของสตาร์ทอัพ และมั่นใจว่า พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่ความรู้เท่านั้น จึงอยากจะย้ำว่าหากต้องการตอบโจทย์ของตัวเอง ดีแทค แอคเซอเลอเรท น่าจะให้ได้ เพราะมีแต่ตัวจริงมาสอน ที่ล้วนเป็นมืออาชีพระดับโลก ถือเป็นโอกาสของสตาร์ทอัพ และยังมี Mentor มาช่วยประกบตลอดทาง ทำให้ได้ทั้งเทคนิค การทำการตลาด และการสื่อสารประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ ซึ่งทั้งหมดจะเป็นสปริงบอร์ด ให้สตาร์ทอัพเติบโตอย่างรวดเร็วขึ้น

“มีเงินทุนอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีโอกาส และช่องทางดีๆ เข้ามาด้วย จึงจะทำให้เติบโตได้เร็ว ซึ่งความเร็วในยุคนี้สำคัญมาก หากช้าก็ถูกกินจากสตาร์ทอัพอื่น โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งดีแทค แอคเซอเลอเรท ช่วยให้สตาร์ทอัพเติบโตได้เร็วขึ้น แม้แต่คนมีเพียงไอเดีย ธุรกิจก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้จริง และก้าวกระโดดได้ ”

โบ๊ท บอกว่า โครงการทำให้ตนเองเป็นหนึ่งในผู้เรียนรู้ด้วย เพราะ Mentor  ก็ไม่ได้รู้คำตอบไปทั้งหมด หลายอย่างก็มาเรียนรู้จากสตาร์ทอัพ ซึ่งแต่ละรายแตกต่างกัน และวันนี้สตาร์ทอัพที่พบ ก็เปลี่ยนโฉมหน้าไป ล้วนเดินหน้าไปด้วยตัวเองแล้วระดับ ต้องการหาคนมาช่วยส่งต่อให้เขาเติบโตเร็วขึ้นเท่านั้น ซึ่งดีแทค แอคเซอเลอเรท ทำให้เขาได้ฐานลูกค้า และการระดมทุน

“ช่วงเวลาที่อยู่กับดีแทค แอคเซอเลอเรท ก็เหมือนการมาหาสมการของตัวเองให้เจอ หาเจอแล้ว ลูกค้าเยอะ กำไรก็จะตามมาทีหลัง สิ่งที่ผมต้องการฝากสตาร์ทอัพ คือ อย่ามองแต่ตลาดในประเทศเท่านั้น ต้องมองตลาดให้กว้างขึ้น ต้องหาทางขยับไปต่างประเทศด้วย เพราะสตาร์ทอัพจากต่างประเทศก็มีไอเดียไม่ต่างจากเรา แต่อยู่ที่ใครจะฉกฉวยโอกาสได้ก่อน ดังนั้นความเร็วจึงสำคัญ”

ม.ล.กมลพฤทธิ์ ชุมพล

ส่วนสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ ของ ดีแทค แอคเซอเลอเรท ปี 7 อย่าง ม.ล.กมลพฤทธิ์ ชุมพล หรือ โก้ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง และผู้บริหาร  SKOOTAR แมสเซนเจอร์ออนไลน์ หรือ ธุรกิจจัดส่งเอกสารที่ได้รับความเชื่อถืออย่างสูงในกลุ่มลูกค้าธุรกิจ

เขามีใจต้องการช่วยเหลือสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ๆ ผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์เมื่อ 4 ปีมาแล้ว ที่ทำให้โก้ตัดสินใจเข้าเป็นหนึ่งในน้องใหม่ ดีแทค แอคเซอเลอเรท ในตอนนั้น ว่า มี 5 เหตุผลที่ผลักดันให้เข้ามา เมื่อไปต่อลำพังได้ยาก

1.ต้องการพัฒนา Application เพื่อเป็นช่องทางให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงได้ง่าย

2.ต้องการให้คนรู้จัก “ SKOOTAR ”

3. ต้องการได้รับความรู้จากพี่ๆ Mentor ที่มีประสบการณ์ เช่น คุณทิวา ยอร์ค จากเว็บไซต์ ขายดีดอทคอม เป็นต้น

4.เงินทุนจากดีแทค แม้ไม่มาก แต่เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นได้ดี และนำมาพัฒนา  Application จนสำเร็จ

5.ต้องการเชื่อมกับพันธมิตรของดีแทค ที่อาจจะช่วยธุรกิจของเราได้

6.หาคนเก่งๆมาร่วมงาน

7.มีโอกาสระดมทุนจาก VCs

“ จากที่ไม่มีคนรู้จัก SKOOTAR ทำตลาดออนไลน์ไม่เป็นเลย ไม่กล้าลงทุนพัฒนา Application แต่การเข้าโครงการ ทะลายความกังวลของผมไปจนหมด ได้เทคนิค ได้รับความรู้ประสบการณ์ ได้เงินทุนตั้งต้น ที่ช่วยลดความเสี่ยง”

โก้ บอกว่า หลังจากเข้าโครงการได้ไม่นาน ก็สามารถพัฒนา Application ภายใน 2-3 เดือน และการเข้าโครงการ ยังทำให้ได้รับความเชื่อถือ บวกกับไปเชื่อมกับดีแทครีวอร์ด ทำให้มีฐานลูกค้าเพิ่มอย่างรวดเร็ว จนวันนี้มีลูกค้าหลักหมื่นคนแล้ว ถือว่า SKOOTAR เป็นอันดับ 1 ในวงการส่งพัสดุให้กับองค์กรธุรกิจ  และกำลังขยายงานอย่างต่อเนื่อง

และที่ไม่คาดหวังว่าจะได้ โก้ บอกอย่างภูมิใจว่า ได้คนเก่งๆมาร่วมงานในบริษัท จากที่หาคนได้ยาก เป็นเพราะการเชื่อมกับดีแทคนั่นเอง  ที่ทำให้คนเก่งๆที่อาจจะโยกจากบริษัทใหญ่ๆ มั่นใจว่า เราไปต่อได้แน่นอน และและตัดสินใจมาทำงานกับ SKOOTAR นี่คือความ “ไว้วางใจ” ที่ได้รับ

เสียงจาก Mentor และ สตาร์ทอัพรุ่นพี่ คงจะคาดเดาได้ว่า “ดีแทค แอคเซอเลอเรท แบทช์ 7 ” จะคึกคักเพียงใด เพราะช่องทางเปิดแล้วสำหรับเหล่าสตาร์ทอัพ ที่ต้องการไปให้ถึงฝั่งฝันในระดับโลก โครงการนี้เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. – 16 เม.ย. 62 เวลานี้เท่านั้น ที่จะเป็นโอกาสสำหรับสตาร์ทอัพพันธุ์ใหม่ ที่ต้องการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมสำหรับการออกไปแข่งขันเปิดตลาดในเวทีโลก ให้คนทั่วโลกรู้จักสตาร์ทอัพสัญชาติไทย ที่มีศักยภาพไม่แพ้ชาติใด

 

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team