Business

‘ภูมิใจไทย’ พรรคตัวแปรหนุนหุ้นกลุ่มชิโนไทยพุ่ง!!

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ปี 2562 ผ่านไป และยังไม่มีผลสรุปที่ชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล แต่การที่ พรรคภูมิใจไทย ได้ติดโผเป็นพรรคที่มีอำนาจในการต่อรองกับการเข้าร่วมกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะมี ส.ส.ที่ชนะการเลือกตั้งจำนวนสูงในระดับหนึ่ง ดังนั้นหากตัวเลขจำนวนส.ส.ที่ชนะในครั้งนี้ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และการจัดตั้งรัฐบาลดำเนินไปได้ตามปกติ

นักวิเคราะห์หลายๆคน เชื่อว่า หุ้นกลุ่มซิโนไทย ประกอบด้วย หุ้นบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC และ บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI ซึ่งมี “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่  และน่าจะได้รับประโยชน์ในครั้งนี้ รวมทั้ง มีนักลงทุนได้ทยอยเข้ามาซื้อหุ้นก่อนหน้า ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงเกือบ 50%

ทั้งนี้ บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ  ดำเนินธุรกิจงานแปรรูปและติดตั้งโครงสร้างเหล็ก (Steel Structure) ระบบท่อ (Piping) โรงงานสำเร็จรูป (Module) และ ผลิตภัณฑ์เหล็กอื่น ๆ (Other Steelwork) ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน โรงแยกก๊าซ โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อาคาร รวมทั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วย

สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น ประกอบด้วย  อนุทิน ชาญวีรกูล 10.13%, ประทีป ตั้งมติธรรม 5.10%, บริษัท เบสท์ ควอลิตี้ สกิลส์ จำกัด 4.79%, ยรรยง นิติสาโรจน์ 4.15%, ชวลิต ลิ่มพานิชย์ 3.99%

จากการสำรวจราคาหุ้น STPI ตั้งแต่ต้นปีราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 47.86% จากราคา 4.06 บาทเพิ่มขึ้น 6.05 บาท ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด(มาร์เก็ตแคป) เพิ่มขึ้นเป็น 9.5 พันล้านบาท จากต้นปีอยู่ที่ 7.2 พันล้านบาท ทั้งนี้หากพิจารณาในส่วนที่”อนุทิน”มีมูลค่าการถือครองปัจจุบันอยู่ที่ 955.77 ล้านบาท จากต้นปีอยู่ที่ 668.23 ล้านบาท

ส่วนบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น ดำเนินธุรกิจก่อสร้างงานทุกประเภททั้งงานโยธาและ งานเครื่องกล เช่น งานด้านระบบสาธารณูปโภค งานด้านอาคาร งานด้านพลังงาน งานด้านอุตสาหกรรม และ งานด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

โครงสร้างผู้ถือหุ้นประกอบด้วย บริษัท ซี.ที. เวนเจอร์ จำกัด 15.35%, บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 8.13%, THE BANK OF NEW YORK MELLON 5.14%, UBS AG SINGAPORE BRANCH 4.98% และ อนุทิน ชาญวีรกูล 4.69%

จากการสำรวจราคาหุ้น STEC ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.79% จากราคา 20.40 บาท เป็น 23.70 บาท  ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) เพิ่มขึ้นเป็น 3.5 พันล้านบาท จากต้นปีอยู่ที่ 3.4 พันล้านบาท

หากพิจารณาเฉพาะสัดส่วนการถือหุ้นของ”อนุทิน” มีมูลค่าการถือครองปัจจุบันอยู่ที่ 1.69 พันล้านบาท จากต้นปีอยู่ที่ 1.45 พันล้านบาท

บล.ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุว่า การที่ผลจากการที่พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคขนาดกลางที่เป็นเป้าหมายในการร่วมมือกับฝ่ายต่างๆ อาจส่งผลบวกต่อการเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มซิโนโทย อาทิ หุ้น STEC, STPI ในระยะสั้น

สอดคล้องกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า หุ้นที่เชื่อมโยงกับปัจจัยการเมือง เช่น กลุ่มรับเหมาก่อสร้างจะตอบรับเชิงบวก นอกจากนั้น โอกาสที่พรรคพลังประชารัฐจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อแผนงานประมูลขนาดใหญ่จากภาครัฐฯเป็นอีกปัจจัยหนุน

หุ้น STEC มีแนวโน้มกำไรไตรมาส 1/62 คาดเติบโตจากงวดเดียวกันปีก่อนจากการรับรู้รายได้รถไฟทางคู่ และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ขณะที่ งานในมือรอรับรู้รายได้(Backlog)สูงถึง 1 แสนล้านบาท หนุนการเติบโตอย่างน้อย 3 ปีข้างหน้า เมื่อเทียบกับรายได้เฉลี่ยต่อปีของ STEC ราวปีละ 3.5-4 หมื่นล้านบาท

บล.ฟินันเซียไซรัส ประเมินว่า หุ้น STEC เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากงานประมูลโครงการใหญ่ๆที่รัฐบาลพยายามผลักดัน จะได้เห็นต่อเนื่องหลังผลเลือกตั้งเบื้องต้นชัดเจน ซึ่งการที่มี Backlog มีสูงถึง 1.05 แสนล้านบาท โดดเด่นกว่ากลุ่ม และคาดหวังงานใหม่กว่า 3 หมื่นล้านบาท จากทางด่วนพระราม 3 รถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ สนามบินอู่ตะเภา เป็นต้น ขณะเดียวกันฐานะการเงินแกร่ง คาดกำไรปกติเพิ่มขึ้น 22% เป็น 1.58 พันล้านบาท ปัจจุบันมีพีอีเรโช 22 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team