Politics

‘สนธิรัตน์’ มั่นใจ ‘พปชร.’ รวมเสียงข้างมากตั้งรัฐบาลได้

“สนธิรัตน์” มั่นใจ “พปชร.” รวมเสียงข้างมาก จัดตั้งรัฐบาลได้ ย้ำจุดยืน “บิ๊กตู่” ต้องเป็นนายกฯ เท่านั้น  มองแมวดำตัดหน้าเป็นมงคล 

ขับเคี่ยวระหว่าง 2 พรรคใหญ่ในการแข่งกันจัดตั้งรัฐบาล ชนิดก้าวต่อก้าว ไม่มีใครยอมใคร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังคงมั่นใจ ในฐานะได้คะแนนเสียงจากคนทั้งประเทศอันดับ 1

นายสนธิรัตน์ สนธิ​จิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าในการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ว่า ขณะนี้ทุกอย่างกำลังเดินหน้าไป และมั่นใจว่าจะรวมคะแนนเสียงได้ในเวลาไม่นาน ขอให้ได้มีการพูดคุยกันก่อน ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่ามีการพูดคุยจัดตั้งรัฐบาลที่ “มูลนิธิป่ารอยต่อ” นั้น มีคำยืนยันจากนายกรณ์ จาติกวณิชย์​ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์​ ที่ได้ออกมาปฎิเสธแล้ว และตนก็ไม่ทราบว่ามีคนของพรรคไปร่วมพูดคุยด้วยหรือไม่ แต่เมื่อมีการออกมาปฏิเสธแบบนี้ แสดงว่าไม่ใช่เรื่องจริง ที่สำคัญไม่จำเป็น จะต้องมีผู้ใหญ่ในรัฐบาล มาร่วมพูดคุยในการรวมเสียงครั้งนี้

และมติของพรรค มอบหมายให้หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคเป็นผู้เดินหน้าพูดคุย และกำลังทำหน้าที่นี้อยู่ ยอมรับว่าตอนนี้ได้มีการประสานพูดคุยกับพรรคการเมืองแล้ว แต่ขอสงวนชื่อไว้ก่อน

นายสนธิรัตน์ กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การหาเสียงพรรคเพื่อไทย ออกมาโต้แย้งว่าพรรคที่ได้ ส.ส.มากกว่า ควรได้เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แก้ปัญหาพวกมากลากไป ต้องเคารพเสียงทุกเสียงของประชาชน ไม่ว่า เสียงที่ลงไปจะได้รับการสนับสนุนหรือไม่

และเมื่อนำเสียงที่ได้รับการสนับสนุนของทั้งประเทศมารวมกันในสัดส่วนของ ส.ส. พึ่งมี นี่คือหลักการที่ชอบธรรม ที่สำคัญพรรคพลังประชารัฐ มีความแตกต่างจากพรรคอื่น เพราะได้ ส.ส.ทั่วทุกภาคของประเทศรวมถึงกรุงเทพ ขณะที่บางพรรคไม่มี ดังนั้นเสียงที่ได้รับความไว้วางใจ สะท้อนความต้องการของประชาชน

ส่วนที่นั่งส.ส. เป็นเรื่องของพรรคที่มีภาคนิยม จะมี ส.ส.ในภาคนั้นมาก และเป็นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต ทำให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่มีเลย พรรคจึงเคารพเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และยืนยันว่าเสียงประชาชนสนับสนุนพรรคเรา

สำหรับความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล นายสนธิรัตน์ ยืนยันว่า ประเด็นหลัก คือพรรคที่เป็นรัฐบาล หรือร่วมรัฐบาลจะต้องมีเสียงสนับสนุนมากเพียงพอ ใครรวมเสียงได้มาก ก็สามารถตั้งรัฐบาลได้ นั่นคือความชอบธรรมที่แท้จริง ทั้งนี้ไม่ขอเปิดเผยว่าได้พูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือยัง เพราะคุยกับหลายพรรค

ส่วนข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย ที่ให้นายอนุทิน ชาญวีรกุล เป็นนายกรัฐมนตรี หากยอมเข้ารวมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยนั้น นายสนธิ​รัตน์ กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิ์ของพรรคที่จะเสนอ เพียงแต่พรรคพลังประชารัฐไม่ใช้วิธีการแบบนี้ เพราะพรรรเคารพสิ่งที่ได้หาเสียงกับประชาชนไว้ ว่าจะเสนอพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และเมื่อหลังการเลือกตั้งก็ยังคงยืนยันเจตนารมณ์เดิม

หากใครจะร่วมรัฐบาล กับพรรคพลังประชารัฐ ก็ต้องเสนอพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี จะไม่เอาตำแหน่งนายกฯไปมอบให้กับใคร เราเคารพสิทธิ์ของพี่น้องประชาชน ที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ และเลือกพลเอกประยุทธ์ในขณะที่รณรงค์หาเสียง เราจะไม่เป็นพรรคที่เมื่อได้เป็นผู้นำแล้ว จะเอาตำแหน่งนายกฯไปแลก เพื่อต้องการเป็นรัฐบาล

จุดยืนของพรรคเป็นประชาธิปไตยชัดเจน และเคารพ ในการหาเสียงกับพี่น้องประชาชน และยอมรับว่าพรรคเราพูดคุย มีทิศทางที่เป็นบวก แต่เร็วเกินไปที่จะตอบเรื่องของการแบ่งโควต้ารัฐมนตรี เพราะยังมีเวลา และเมื่อถามว่ารวบรวมได้ถึง 280 เสียงหรือยัง ขอตอบว่าเรามั่นใจ ไม่ต้องรีบ เพราะยังมีเวลา ต้องรอดูอีกหลายอย่า งแต่ภาพรวมเป็นไปในทิศทางบวก

พร้อมยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐ มั่นใจจะดำเนินการได้ตามที่พรรคประสานไว้ และยังมีเวลาอีกเป็นเดือนในการจัดตั้งรัฐบาล ถึงเดือนพ.ค. ตกลงกันได้เมื่อไหร่ก็จะแถลงข่าวทันที

นายสนธิรัตน์ ยังกล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ต่างๆว่า ยอมรับมีเสียงร้องเรียน ในบางพื้นที่ และเป็นเรื่องใหญ่ต้องรอให้คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.)  สรุปว่าผลการเลือกตั้งในบางเขตที่มีปัญหา จะเป็นอย่างไร ซึ่งจะมีผลต่อคะแนนโดยตรงของเขต และจะมีผลต่อการคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย

อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (27 มี.ค.) พรรคพลังประชารัฐเตรียมปล่อยคาราวานขอบคุณคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ จะนำผู้สมัครของกรุงเทพ และผู้บริหารพรรคขึ้นรถแห่ขอบคุณพี่น้องประชาชน ในเวลา 9.00 น. ส่วนพลเอกประยุทธ์ จะลงพื้นที่ เพื่อไปขอบคุณประชาชนหรือไม่ ยังไม่มีแผนนั้น เพราะท่านได้ฝากขอบคุณมาแล้ว และตัวท่านเองก็ขอบคุณพี่น้องประชาชนแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า พลเอกประยุทธ์ ทราบเรื่องของการที่พรรคพลังประชารัฐ รวบรวมเสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า รู้ว่าเรากำลังประสาน มีความคืบหน้าเป็นอย่างไร จะเรียนให้ทราบทันที ซึ่งท่านให้อิสระในการทำงาน

ส่วนกรณีที่มีแมวดำเดินตัดหน้านายกรัฐมนตรี นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า แมวดำไม่ได้ตัดหน้า อยู่ห่างจากนายกรัฐมนตรี และมองว่าเป็นแมวที่กำลังวิ่งไล่จับหนู ถือว่าเป็นมงคล เพราะ “แมวกำลังจะจับหนูได้” แล้วมาถามว่า แมวสีดำมีนัยยะอะไรหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวทันทีว่า แมวไม่ว่าจะสีอะไรขอให้จับหนูได้ก็พอ

ถามต่อว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือ เสี่ยหนู  ขึ้นเฟซบุ๊กเป็นรูปพริก นายสนธิรัตน์ มองว่า กำลังจะสื่อสารว่ามีความแซ่บ มีรสชาติ ไม่น่าจะหมายถึง การพลิกเกม ส่วนกรณีที่มีความเป็นห่วงเรื่องงูเห่าจะเข้ามาร่วมจับหนู งูกับแมวใครจะได้กินหนูก่อนกัน เราอย่าไปตีความกันเอง มันจะปวดหัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพรุ่งนี้ (27 มี.ค.) พรรคพลังประชารัฐ ถือฤกษ์ เวลา 09.09 น. เดินสายขอบคุณประชาชนชาวกทม. นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ประธานยุทธศาสตร์ กทม.นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค และ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

โดยจะนั่งรถแห่ไปตาม  7 จุดสำคัญ ตั้งขบวน ณ ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ เข้าสู่ถนนประชาชื่น ถนนพระราม 6 สะพานขาว ราชเทวี ถนนเพชรบุรี เขตปทุมวัน สยาม MBK จามจุรีสแควร์ ถนนสีลม วัพระศรีมหาอุมาเทวี ถนนเจริญกรุง เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์  ฟรอนท์ สำหรับวันนี้ ( 26 มี.ค.) น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ได้จับมือส.ส.เขตดุสิต บางซื่อ ขึ้นรถแห่ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนพรรคแล้ว

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team