Business

นักวิเคราะห์ชี้ ‘บิ๊กตู่’ นายกฯ ดีระยะสั้น-เสี่ยงระยะยาว

นักลงทุนมองแง่บวก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีโอกาสที่จะกลับมานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกสมัย และพรรคการเมืองที่ให้การสนับสนุนเขา จะเดินหน้าผลักดันนโยบายเศรษฐกิจปัจจุบันให้เดินหน้าต่อไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในขณะนี้ แม้ยังมีความเสี่ยงในระยะยาวอยู่ก็ตาม

เว็บไซต์นิกเคอิ เอเชียน รีวิว รายงานอ้างการแสดงความเห็นของเหล่านักวิเคราะห์ ที่ระบุว่า แม้ตลาดหุ้นไทยจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ จากความกังวลในเรื่องการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก และเงินบาทมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้น เนื่องจากถูกมองว่าเป็นสกุลเงินที่ปลอดภัยมากกว่า เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค

แต่มุมมองของตลาดที่มีต่อผลการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ค่อนข้างจะอยู่ในด้านบวก ซึ่งจนถึงขณะนี้ พรรคพลังประชารัฐ ที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลทหาร คว้าที่นั่งในสภามาได้สูงเกินความคาดหมาย แต่ยังไม่พอที่จะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ทำให้พล.อ,ประยุทธ์ จำเป็นต้องจัดตั้งรัฐบาลพรรคร่วมขึ้นมา

นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด แสดงความเห็นว่า อุตสาหกรรมท้องถิ่น อาทิ ท่องเที่ยว และค้าปลีก รวมถึง ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ อาทิ ภาคอุตสาหกรรม จะได้รับประโยชน์จากการดำเนินนโยบายหลักๆ อย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป

เขาบอกด้วยว่า บริษัทที่น่าจะได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ น่าจะเป็น “ซีพี ออล” ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกของไทย ผู้บริหารเชนร้านสะดวกซื้อ “เซเว่น อีเลฟเว่น” และ “อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)” ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง

“สุพันธุ์ มงคลสุธี” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แสดงความเห็นว่า ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ก็จะหมายความถึง ความต่อเนื่องในโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ อาทิโ ครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ที่จะช่วยดึงดูดเงินลงทุนเข้ามาในประเทศ

“เรื่องที่ดีก็คือ ทุกพรรคการเมืองต่างบอกว่า จะเคารพผลการนับคะแนนที่ออกมา จะไม่มีการออกมาประท้วงกันกลางถนนเหมือนในอดีต ที่สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจอย่างมาก”

ขณะที่ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยแสดงความเห็นว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมา ทำให้นักลงทุนต่างชาติคลายความกังวลได้มาก เพราะอย่างน้อยก็รู้ว่า โครงการเศรษฐกิจขนาดใหญ่ๆ อย่าง อีอีซี และแผนการที่จะเข้าร่วมกับข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนข้ามแปซิฟิค และการเจรจาของกลุ่มความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาค (อาร์เซป) ที่ดำเนินอยู่ จะเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เตือนว่า นักลงทุนอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงระยะยาว เนื่องจากรัฐบาลใหม่ของพล.อ.ประยุทธ์ จะต้องพึ่งพาพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อครองอำนาจไว้ให้ได้ และช่วยผลักดันนโยบายของทางพรรคในรัฐสภา

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team