Politics

‘พีเน็ต’ ชี้ กกต.ไร้ประสบการณ์ ขาดความสามารถ จัดเลือกตั้งไม่ได้ประสิทธิภาพ

พีเน็ตออกแถลงการณ์วันนี้ (25 มี.ค.) ระบุ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขาดประสบการณ์-ไร้ความสามารถ ที่จะจัดการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ มีปัญหาเกิดขึ้นในหลายกรณี ไม่มีอาสาสมัครสังเกตการณ์ ประชาชนใช้สิทธิต่ำกว่าที่คาดหวัง ทั้งยังไม่มีมาตรการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตเลือกตั้ง

มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) ออกแถลงการณ์ในหัวข้อ “กกต. 62 : ทางตันปฏิรูปประเทศไทย”  โดยระบุว่า ได้รับการรายงานจากเครือข่ายพีเน็ตในพื้นที่ 63 จังหวัดในทุกภูมิภาค ที่ได้รับการสนับสนุนการทำงานจากสภาองค์กรชุมชนในระดับตำบลทั่วประเทศ

เครือข่ายเหล่านี้ เริ่มปฏิบัติงานสอดส่องดูแลสังเกตการณ์ นับตั้งแต่ที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งประกาศบังคับใช้ โดยได้ส่งรายงานมาที่พีเน็ต อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในการสังเกตการณ์การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง การสังเกตการณ์กระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา การเปิดรับผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การปราศรัยหาเสียงของผู้สมัคร และพรรคการเมือง

พีเน็ตได้แสดงความเห็นไว้ 3 ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา คือ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต่อผู้สมัครและพรรคการเมือง และต่อประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่ได้รับเลือกเข้ามารับผิดชอบการเลือกตั้งก่อนการเลือกตั้ง 6–7 เดือน ขาดประสบการณ์และไร้ความสามารถในการจัดการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งที่กฎหมายให้อำนาจกกต. เพิ่มมากขึ้นอย่างสำคัญในหลายมาตรการ ซึ่ง กกต. ไม่สามารถนำมาใช้อย่างเต็มที่ อีกทั้งงบประมาณที่ได้รับเพิ่มขึ้นมาก ก็ไม่สามารถนำไปใช้อย่างประหยัดและคุ้มค่า

1.1 กกต.ไม่สามารถออกระเบียบหลักเกณฑ์ ในการบังคับใช้กฎหมายได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชน องค์กรเอกชน ภาคประชาสังคม เข้ามามีส่วนช่วยสนับสนุนส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งระบบใหม่ การตรวจสอบการเลือกตั้ง อีกทั้งหลักเกณฑ์สำคัญที่จะต้องเกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวน เช่นเรื่องรางวัลนำจับ กำหนดให้มีขึ้นในช่วงก่อนวันเลือกตั้งเพียง 1 วัน ก่อนวันเลือกตั้ง ซึ่งไม่ทันการณ์และไม่น่าจะเกิดประโยชน์ต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้ง

1.2 การจัดการเลือกตั้งมีปัญหาเกิดขึ้นในหลายกรณีไม่ว่าจะเป็นในช่วงการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ขาดการเตรียมความพร้อมอย่างมีประสิทธิภาพ มีบัตรเลือกตั้งจำนวนมากไม่สามารถส่งให้ถึงทันการนับคะแนน ทำให้กลายเป็นบัตรเสีย ในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้ามีปัญหาอย่างมีนัยยะสำคัญในเรื่องของการแจกบัตรเลือกตั้งให้กับผู้มาใช้สิทธิ์ผิดเขตในหลายพื้นที่ การจัดการเลือกตั้งในวันเลือกตั้งมีปัญหาที่แสดงถึงความไร้มาตรฐานแตกต่างจากการทำงานในอดีตที่ผ่านมา อาทิ ความแม่นยำของกรรมการประจำหน่วยในการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการขาดการเตรียมความพร้อมที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในการอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง รวมทั้งการนับคะแนน ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของการเลือกตั้ง

1.3 ไม่มีอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง ทำให้เป็นช่องให้เกิดการทุจริตในหน่วยเลือกตั้งได้โดยง่าย ในหลายกรณี พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐ ไปควบคุมการลงคะแนนของผู้มาใช้สิทธิ

1.4 มีประชาชนมาใช้สิทธิต่ำกว่าที่ กกต. คาดหวังอย่างมาก ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการขาดการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ ขาดการส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการทำความเข้าใจ เพื่อให้ประชาชนเกิดความสนใจการมาใช้สิทธิและใช้สิทธิได้อย่างถูกต้อง

1.5 กกต. ไม่ได้มีมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเลือกตั้ง ทั้งที่มีข่าวการซื้อสิทธิขายเสียงในหลายพื้นที่ อีกทั้ง ยังมิได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก ที่ส่อว่าจะเป็นการทุจริตการเลือกตั้ง ไม่มีการสนธิกำลัง ระหว่างเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในหลายเรื่อง กกต. น่าจะใช้ “ใบส้ม” เพื่อเป็นมาตรการยับยั้งการทุจริตในวันเลือกตั้ง

ต่อผู้สมัครและพรรคการเมือง

ผู้สมัครและพรรคการเมืองบางพรรค อาศัยอิทธิพลของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐ การทุ่มเงินซื้อเสียงทั้งในช่วงการปราศรัยหาเสียงและในช่วงคืนก่อนใกล้เลือกตั้งในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน อย่างไรก็ตาม ในการรณรงค์หาเสียง พรรคการเมืองได้มีพัฒนาการ ด้วยการนำเสนอนโยบายและมาตรการที่เป็นขั้นตอนรายละเอียดที่น่าสนใจและน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต อีกทั้งรูปแบบการนำเสนอด้วยการดีเบตช่วยให้ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งใช้ประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงได้อย่างมีคุณภาพ

ต่อผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

มูลนิธิองค์กรกลาง ฯ ขอแสดงความยินดีกับประชาชนผู้มาใช้สิทธิ์ที่มีความตื่นตัวและในหลายพื้นที่สามารถใช้สิทธิ์ได้ตามเจตจำนงของตนเอง โดยปราศจากอิทธิพลและการจูงใจต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ในหลายกรณีพบว่าประชาชนยังขาดความเข้าใจในระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ ขาดความเข้าใจการลงคะแนนที่ถูกต้องทำให้มีปัญหาบัตรเสียเกิดขึ้นจำนวนมาก ขณะที่ระบบการเลือกตั้งใหม่กำหนดให้ทุกคะแนนมีค่า คะแนนเสียงที่กลายเป็นบัตรเสียจึงมีผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งโดยรวมอย่างมีนัยยะสำคัญ

มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) จึงเห็นว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ ยังไม่เป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม และเสรี เท่าที่พึงจำเป็นต่อการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศไทย

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team