Business

เปิดเส้นทาง ‘ไมเดีย’ บริษัทจีนรายได้ 1 ล้านล้านบาทพร้อมบุกตลาดแอร์เมืองไทย

จากคนจีนกลุ่มเล็กๆ จำนวน 24 คน ที่ร่วมกันทำงานหนักแลกเงิน ด้วยการผลิตฝาพลาสติกราคาถูก ใครจะคาดคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปกว่า 50 ปี ธุรกิจที่พวกเขาริเริ่มไว้จะก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์และสามารถสร้างรายได้ในระดับ 1 ล้านล้านบาทต่อปี ตัวเลขนี้นับเป็นรายได้มหาศาลที่เกิดขึ้นกับบริษัทเพียงแห่งเดียว เมื่อเทียบกับจีดีพีของประเทศไทยทั้งปีซึ่งอยู่ที่ประมาณ 15 ล้านล้านบาท

“ไมเดีย” บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าจากแดนมังกรแห่งนี้ จึงถูกจัดเป็นบริษัทระดับแถวหน้าของโลก โดยในปี 2561 นิตยสาร Fortune Global 500 ได้จัดให้ไมเดียกรุ๊ปเป็นบริษัทที่มีรายได้จากการประกอบการสูงสุดลำดับที่ 323 ของโลก และ Brand Finance ยังจัดให้อยู่ลำดับที่ 138 ภายในรายงานประจำปีด้านแบรนด์ทรงคุณค่าที่สุดของโลกประจำปี 2562 ด้วย

ปัจจุบันไมเดียมีโรงงาน 18 แห่งในจีนและอีก 15 แห่งในต่างประเทศ ซึ่งมีการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนแทบทุกชนิด ยกเว้นโทรทัศน์ สินค้าที่เป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งของไมเดียคือ เครื่องปรับอากาศภายในบ้าน (Residential Air Conditioner: RAC) ที่ไมเดียครองส่วนแบ่งเป็นอันดับ 2 ในประเทศจีนด้วยยอดขาย 20 ล้านเครื่อง และยังเป็นผู้ส่งออกเบอร์ 1 ในตลาดโลกด้วยจำนวน 18 ล้านเครื่อง รวมมียอดขาย 38 ล้านเครื่องในปี 2560

แต่สำหรับประเทศไทย เครื่องปรับอากาศไมเดียเพิ่งเริ่มเข้ามาตีตลาดเมื่อ 4 ปีก่อน ปัจจุบันยังมียอดขายอยู่ที่อันดับ 10 และมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 2.2% ขณะที่ชื่อชั้นของไมเดียก็ยังห่างจากแบรนด์ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ครองตลาดมาเนิ่นนาน แต่นับจากนี้เป็นต้นไป ไมเดียหันมาให้ความสนใจและ “ตั้งใจ” กับตลาดไทยมากยิ่งขึ้น

ธุรกิจผลิตฝาขวดน้ำพลาสติกที่เป็นจุดเริ่มต้นของไมเดีย

วางกลยุทธ์บุกไทย ต่อยอดอาเซียน

นายเฮนรี เฉิน ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศประจำภูมิภาคอาเซียน บริษัท ไมเดียเรซิเดนท์เชียล แอร์ คอนดิชันเนอร์ โอเวอร์ซี เซลส์ คอมพานี ประเทศจีน ให้ความเห็นว่า ประเทศไทยมีความน่าสนใจ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของตลาดอาเซียน ที่มีความต้องการเครื่องปรับอากาศรวมกันถึงปีละ 10 ล้านเครื่อง ในจำนวนนี้เป็นความต้องการของประเทศไทยมากที่สุด 20% หรือราว 2 ล้านเครื่องต่อปี

นอกจากนี้ตลาดประเทศไทยยังคล้ายกับตลาดของประเทศที่พัฒนาแล้ว คือนิยมเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ที่ประหยัดพลังงานและใช้น้ำยาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับสินค้าของบริษัท ขณะเดียวกันประเทศไทยก็เป็นผู้นำเทรนด์ในภูมิภาค การทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในประเทศไทย ก็จะทำให้ประเทศเพื่อนบ้านรับรู้แบรนด์ไมเดียตามไปด้วย

ครอบครัวน้องหมี มาสคอตของไมเดียกรุ๊ป

ตั้งเป้าขึ้นอันดับ 3 ใน 5 ปี

นายโทนี่ หลิว ผู้จัดการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ไมเดียตั้งเป้าจะปั้นแบรนด์ให้มียอดขายให้ติดอันดับ 3 ของไทยภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยในปี 2562 นี้ บริษัทจะลงทุนเพิ่มในเรื่องสินค้า การขยายหน้าร้าน การทำการตลาด โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มส่วนแบ่งเป็น 4.5%

ในปี 2563 จะเน้นเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศและเพิ่มส่วนแบ่งเป็น 7% ส่วนปี 2564 บริษัทมีเป้าที่จะขยับเพิ่มส่วนแบ่งเป็น 9% โดยจะเน้นสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นในแบรนด์ ให้มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ รวมถึงอัพเกรดสินค้าใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด และในปี 2565 บริษัทมีแผนที่จะยกระดับ เครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและขั้นตอนการกระจายสินค้าทั่วประเทศให้ทันสมัยยิ่งขึ้น รวมถึงทำกิจกรรมการตลาด การส่งเสริมการขาย และการสร้างแบรนด์ โดยตั้งเป้าส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 13% หรืออยู่ในอันดับ 3

นายโทนี่ หลิว ผู้จัดการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ ประจำประเทศไทย

เปิดศึกราคา แย่งส่วนแบ่งจากคู่แข่ง

นายโทนี่ หลิว เล่าว่า ในปีที่ผ่านมาๆ บริษัทเลือกใช้กลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง” คือเน้นทำการตลาดในต่างจังหวัดก่อน แต่หลังจากนี้ต่อไปจะรุกคืบเข้ามาในกรุงเทพฯ และปริมณฑลขึ้น เพราะเป็นพื้นที่ที่มีลูกค้าอยู่ถึง 60% โดยจะเริ่มเห็นกลยุทธ์ “เจาะไข่แดง” กลางกรุงได้ชัดเจนในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ ซึ่งหวังว่าจะทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มคนไทยได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้บริษัทจะใช้กลยุทธ์ราคาในการต่อสู้กับคู่แข่ง สำหรับแบรนด์เกาหลีใต้ที่ครองตลาดอันดับ 2 ในตลาดไทย ไมเดียก็จะออกสินค้าราคาเท่ากัน แต่สเปคสูงกว่าไปสู้ ส่วนแบรนด์ญี่ปุ่นที่ครองแชมป์อันดับ 1 ก็จะออกสินค้าสเปคเท่ากัน แต่ราคาถูกกว่าไปแข่งด้วย

“กระแสการยอมรับสินค้าจีนเพิ่มขึ้น เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสร้างการเติบโตให้กับเครื่องปรับอากาศไมเดีย ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มเชื่อมั่นและตอบรับกับสินค้าแบรนด์จีนมากขึ้น เพราะจีนเป็นผู้นำการผลิตสินค้าเกือบทุก ประเภทให้บริษัทชั้นนำทั่วโลก บวกกับปัจจัยหนุนของรัฐบาลและความร่วมมือระหว่างไทย-จีน ที่ทำให้เกิดโปรเจกต์ One Road One Belt หรือเส้นทางสายไหมที่จะมาเชื่อมโยงการค้าให้สะดวกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และส่งผลต่อต้นทุนสินค้าที่จะถูกลง”

โรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศไมเดียในเมืองกว่างโจว ประเทศจีน

เปิดโรงงานสุดไฮเทคสร้างความเชื่อมั่น

นอกจากกลยุทธ์สู้ศึกในเมืองไทยแล้ว ไมเดียก็มั่นใจกับรากฐานอันแข็งแกร่งของบริษัทในประเทศจีนและทั่วโลก โดยไมเดียมีโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วนถึง 6 แห่งในประเทศจีนและอีก 5 แห่งในต่างประเทศ รวมถึงมีการวิจัยและใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย

ไมเดียจึงได้เปิดโรงงานสุดอลังการที่เมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากประเทศไทยไปพิสูจน์ความยิ่งใหญ่และความพร้อมในการสู้ศึกครั้งนี้

โรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศของไมเดียในเมืองกว่างโจวถูกสร้างขึ้นในปี 2551 มีขนาด 170,000 ตารางเมตร ด้วยวงเงินลงทุนประมาณ 5 พันล้านบาท โรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิตเครื่องปรับอากาศทั้งหมด 6 ล้านเครื่องต่อปี โดยเครื่องปรับอากาศที่ส่งเข้าประเทศไทยกว่า 90% ก็ผลิตจากโรงงานแห่งนี้ เพราะภาษีนำเข้าเครื่องปรับอากาศของไทยลดลงจาก 20% เหลือ 5% ส่งผลให้ไมเดียมีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น

ในโรงงานมีเครื่องจักรทั้งหมด 800 ตัว ซึ่งสามารถทำงานแทนคนงานได้ถึง 24,000 คน! และในปีที่แล้วก็เพิ่งลงทุนอีก 500 ล้านบาท เพื่อปรับระบบการบริหารงาน ทำให้จำนวนพนักงานในออฟฟิศลดลงจาก 280 คน เหลือ 100 คน

โรงงานแห่งนี้จึงมีการผลิตแบบสุดไฮเทค ข้อมูลทุกอย่างของโรงงานถูกรวบรวมและแสดงผลแบบ Real Time ตั้งแต่การรับวัสดุ ซัพพลายเชน ประสิทธิภาพการผลิตแต่ละจุด อัตราการผลิต สถานะหุ่นยนต์ในโรงงาน รวมไปถึงของที่กำลังส่งถึงมือลูกค้า

สำหรับหุ่นยนต์ก็ได้เข้ามาทำงานแทนมนุษย์หลายจุด ตั้งแต่การช่วยยกวัสดุ ยกเครื่องปรับอากาศ ไปจนถึงการห่อพลาสติก สกรีนข้อความบนตัวเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้หุ่นยนต์สามารถช่วยบริหารสต็อกและยกวัสดุไปให้พนักงานที่อยู่ตามไลน์การผลิตต่างๆ ได้ ถ้าหากแบตเตอร์รี่หมดก็สามารถกลับไปที่แท่นชาร์จได้ด้วยตัวเอง ซึ่งไมเดียก็มีแผนจะทยอยปลดระวางหุ่นยนต์รุ่นเก่าและนำหุ่นยนต์รุ่นที่ทันสมัยกว่ามาทำงานด้วย

การนำหุ่นยนต์มาใช้ในโรงงาน ส่งผลให้ไมเดียสามารถเพิ่มกำลังผลิตและช่วยทดแทนแรงงานมนุษย์ที่มีแนวโน้มลดลง เพราะคนจีนรุ่นใหม่ก็ไม่อยากทำงานในโรงงานแล้ว อีกทั้งทำให้การทำงานแม่นยำมากขึ้น ไม่มีรอยตำหนิเล็กๆ น้อยๆ องค์ประกอบเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะไมเดียบรรลุวัตถุประสงค์เป็นบริษัทชั้นนำของระดับโลก!

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE