CEO INSIGHT

The Possible Man VS : วิชัย ศรีวัฒนประภา

ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ สำหรับ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” “The Possible Man VS “ ที่คนทั่วโลกรู้จัก ทั้งในฐานะประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ อาณาจักรดิวตี้ฟรียักษ์ใหญ่สัญชาติไทยที่ออกไปผงาดเวทีโลก ในฐานะประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ผู้กุมหัวใจนักเตะต่างชาติ คนเมืองเลสเตอร์ ของอังกฤษ และเมืองใกล้เคียง รวมถึงนักเตะ และนักดูฟุตบอลชาวไทย และ “วิชัย” ยังอยู่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ที่ทำให้คนทั่วโลกเชื่อมั่นในฝีมือคนไทย

ตลอด 3 ทศวรรษ ของการ สร้าง “คิง เพาเวอร์ “ ภายใต้สองมือของ “วิชัย” ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ใครคนหนึ่งจะฝ่าด่านสำคัญมากมาย แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่มีติดตัวตั้งแต่เด็ก และเชื่อว่าความสำเร็จมีจริงได้เสมอ ทำให้เขามีเลือด “นักสู้” เต็มเปี่ยม

จากเด็กปั๊มสู่นักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่

ก่อนจะเป็น “เจ้าสัววิชัย” เขาเป็นทั้งเด็กปั๊ม เด็กเสิร์ฟ คนเช็ดโต๊ะอาหาร หรือแม้แต่งานในครัว อย่างผู้ช่วยเชฟในขณะที่เรียนหนังสือที่สหรัฐอเมริกาเขาก็ผ่านมาแล้ว ด้วยเพราะ “เห็นความสำคัญของทุกสาขาอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตัว และครอบครัว หากมุมานะพอ” อยู่ในห้วงคิดของเขามาตลอด

ขณะเดียวกัน“วิชัย” ก็ไม่เคยรอโอกาสตกมาถึงมือ และ “ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้” คาถาติดตัวของเขา เมื่อเห็นช่องทางสร้างธุรกิจ จนก่อร่างร้านปลอดภาษีครั้งแรกในฮ่องกง และกลับมาทำที่ไทย บ้านเกิด ภายใต้บริษัท ดาวน์ ทาวน์ ดี.เอฟ.เอส (ประเทศไทย) จำกัด ที่อาคารมหาทุน พลาซ่า ย่านเพลินจิต และด้วยความมุ่งมั่น “วิชัย” ก็ขยับขยายมาตั้งบริษัท คิง เพาเวอร์ แท็กซ์ฟรี จำกัด ในปี 2533 เพื่อเดินหน้าในธุรกิจนี้เต็มตัว

นับเป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักรยิ่งใหญ่อย่างเป็นทางการภายใต้ “คิง เพาเวอร์” แม้ต้องใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคที่มีตลอดเส้นทาง แต่ถือเป็นบทพิสูจน์ความศรัทธาของเขาในสิ่งที่ทำ จนทำให้ดิวตี้ฟรี “คิง เพาเวอร์” มียอดขายติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลกในที่สุด

ตราบใดที่ทุกสิ่งเป็นจริงได้ แน่นอน “The Possible Man VS” คนนี้ ไม่มีวันหยุดแค่ “ดิวตี้ฟรี” แต่สยายปีกไปสู่ธุรกิจอื่นๆอีก 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เกิดเป็นโรงแรมหรูกลางเมือง “พูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ” และอาคารคิง เพาเวอร์ มหานคร เทรนด์ใหม่สไตล์ MIX USE มีทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าดิวตี้ฟรี จุดชมวิวเชื่อมต่อคอนโดมิเนียมสูง

เลสเตอร์ ซิตี้ คือศรัทธา

อีกธุรกิจที่ทำให้ “วิชัย” โดดเด่นระดับโลก สามารถลบคำสบประมาทได้ นั่นคือ ธุรกิจกีฬา เขาเข้ามาบุกเบิกสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย และเป็นเจ้าของสนามขี่ม้าโปโล ที่อังกฤษ รวมถึงเป็นเจ้าของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรเล็กๆที่เคยตกชั้น แต่ “วิชัย” ก็ใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปี พาทีมเลสเตอร์เป็นแชมป์ลีก กลับเข้าไปอยู่ในพรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี

จากนั้นก็ใช้เวลาอีกเพียงแค่ 2 ปี ส่งทีมเลสเตอร์ขึ้นไปชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก ในปีค.ศ. 2015-2016 สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการก่อตั้งสโมสรมานาน 132 ปี

ไม่เพียงได้แชมป์ นับตั้งแต่ “วิชัย” เข้าไปซื้อสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ของอังกฤษ สร้างความประทับใจให้กับชาวเมืองเลสเตอร์ รวมถึงชาวอังกฤษในเมืองอื่นๆ ไว้อย่างมากมาย ในฐานะ “เศรษฐีใจบุญ” ที่ทิ้งความทรงจำไว้ให้กับเมืองนี้ยากจะลืม จากการที่เขาบริจาคเงิน และให้ความช่วยเหลือพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวเมืองอย่างต่อเนื่อง

ชาวเมืองเลสเตอร์กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “วิชัย” ทำสิ่งดีๆ ให้กับเมือง โดยเฉพาะกับแฟนทีมเลสเตอร์ ทั้งการออกค่าเดินทางให้ไปเชียร์นัดเยือนแบบฟรีๆ เปิดซุ้มบริการเครื่องดื่ม-อาหารฟรี ในแมทช์เดย์ ปาร์ตี้ฉลองวันเกิด พร้อมกับแจกตั๋วให้กองเชียร์ผู้โชคดี

การที่เลสเตอร์ ซิตี้ ผงาดจากทีมท้ายตารางขึ้นมาเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ไม่ได้เกิดประโยชน์เฉพาะทีมฟุตบอลเท่านั้น ความสำเร็จนี้ยังถูกต่อยอดขยายผล นำโอกาสกลับมาให้คนไทย โดย“วิชัย”นำเด็กไทยไปฝึกปรือทักษะฟุตบอลกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วย

ได้ใจชาวเมืองเลสเตอร์

คุณูปการอีกประการที่ทำให้ชาวเมืองเลสเตอร์ประทับใจเขา ก็คือการบริจาคเงิน 2 ล้านปอนด์ เพื่อสร้างอาคารโรงพยาบาลเด็กในเลสเตอร์ โดยเงินบริจาคในครั้งนั้น ได้ถูกส่งไปยังโรงพยาบาลเด็กเลสเตอร์ เพื่อช่วยสนับสนุนโครงการระดมเงิน 30 ล้านปอนด์ ยกระดับโรงพยาบาลเด็กของเมือง และของประเทศมาอยู่ในสถานที่เดียวกัน

นอกจากนี้ “วิชัย” ยังบริจาคเงินส่วนตัวมากกว่า 4 ล้านปอนด์ ให้กับมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และหน่วยงานการกุศลต่างๆ ในเมืองเลสเตอร์ ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

“ใจต่อใจ” จากความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และจิตใจอันเป็นนักสู้ เขาได้จุดประกายความหวังให้กับทีม และผู้คนมากมาย ไม่น่าแปลกใจเลยที่การสูญเสีย ” วิชัย” จะทำให้ความเศร้าโศกปกคลุมไปเกือบทั่วทั้งเมืองเลสเตอร์

บรรดาชาวเมืองต่างพากันออกมาวางดอกไม้ เขียนข้อความแสดงความอาลัย ถึงการจากไปของเขา แม้แต่เจ้าชายวิลเลียม พระโอรสในเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฏราชกุมารอังกฤษ ผู้ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ และทรงเคยร่วมเล่นโปโลกับ “วิชัย” ยังทรงยกย่อง “มหาเศรษฐีใจบุญ” ผู้นี้ว่า เป็นชายที่มีคุณค่าสูงส่ง และเป็นผู้ที่มีส่วนสร้างความสำเร็จให้กับวงการฟุตบอล

พระองค์ทรงบอกด้วยว่า รู้สึกว่าโชคดีที่ได้รู้จักกับ “วิชัย” เขาเป็นนักธุรกิจที่มีคุณค่าสูงส่ง และเป็นผู้อุทิศตนให้กับครอบครัวและโครงการการกุศลที่สำคัญหลายโครงการ

“เจมี วาร์ดี” ศูนย์หน้ากำลังหลักของทีมเลสเตอร์ โพสต์ข้อความอาลัยในอินสตาแกรม และทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า เขาสรรหาถ้อยคำมาอธิบายความรู้สึกในเวลานี้ได้ยากลำบาก “ยากจะหาคำใดมาเอ่ย… สำหรับผม ท่านคือตำนาน เป็นคนที่หัวใจยิ่งใหญ่ เป็นจิตวิญญาณของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ผม ครอบครัวผม และสโมสรของเรา ผมจะคิดถึงท่าน… ขอให้ท่านไปสู่สุขคติ # เจ้านาย”

นอกจาก เลสเตอร์ ซิตี้แล้ว สโมสรฟุตบอลต่างๆ ในลีกอังกฤษ ต่างพากันออกแถลงการณ์ไว้อาลัยการจากไปของเขา โดยกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ นี่คือบทพิสูจน์ของเขาที่ “ซื้อใจด้วยใจ”

ใจที่มีต่อคนไทยเพื่อนร่วมชาติ

และ “ใจที่ยิ่งใหญ่” ก็ส่งกลับมาสู่มาตุภูมิ ประเทศของเขา ประเทศของเรา “วิชัย” ยึดถือเสมอว่า ยิ่งประสบความสำเร็จเท่าไหร่ ต้องส่งคืนตอบแทนสังคมมากเท่านั้น และไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้กับสังคมไทย เพราะ “วิชัย“ เชื่อเสมอว่า คนไทยเป็นคนเก่ง เพียงแต่ขาดโอกาส และเขาจะเป็นผู้ให้โอกาสนั้น และความตั้งใจนี้ก็ได้ส่งผ่านมายังคนในครอบครัว และผู้บริหาร “คิง เพาเวอร์” ทุกคน

เกิดเป็นโครงการ “คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย” มาสร้างโอกาสให้คนไทยนก้าวเดินไปด้วยกัน เป็นโครงการตอบแทนสังคมของ คิง เพาเวอร์ ที่ทำอย่างจริงจัง จนเกิดโครงการมากมาย ภายใต้แผน 5 ปี เพื่อ “ขับเคลื่อนสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อสังคมไทย” กับแนวคิด “คนไทยมีศักยภาพหากได้รับการสนับสนุน” ตามความเชื่อของ “วิชัย” ที่เขามั่นใจใน “พลังของคนไทย” เสมอไม่เคยเปลี่ยน

โครงการตอบแทนสังคมของ คิง เพาเวอร์ ปรากฏครอบคลุมทุกด้าน ทั้ง กีฬา ดนตรี สังคม การศึกษาและสาธารณสุข แต่ละกิจกรรมเน้นส่งเสริมศักยภาพสังคมไทยเป็นเรื่องหลัก โดยเฉพาะด้านกีฬา

นอกจากมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนไทย และนำเด็กไทยไปฝึกทักษะกีฬาฟุตบอลที่สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ประเทศอังกฤษ และสโมสร OH Leuven ประเทศเบลเยียม ที่คิง เพาเวอร์ เป็นเจ้าของอีกสโมสรหนึ่งแล้ว ยังทำโครงการบริจาค “ลูกฟุตบอล” ล้านลูกให้เด็กไทยทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นแรงบันดาลใจกับเด็กและเยาวชน “หวังว่าวันหนึ่งจะมีคนไทยเข้าไปเล่นฟุตบอลได้ในลีกยุโรป” อีกความฝันของ “วิชัย”

นอกจากนี้ ยังปลุกความสามารถของเด็กไทยในด้านอื่นๆไปพร้อมกัน โดยจัดเวทีประกวดวงดุริยางค์อย่างยิ่งใหญ่ ในประเทศไทย ภายใต้โครงการแข่งขันวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากทีมวงดนตรีทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

สร้างแรงบันดาลใจให้คนใส่ใจสุขภาพ

ความสำคัญกับการศึกษาก็เป็นเรื่องที่ “วิชัย” ฝากแนวทางไว้กับ “คิง เพาเวอร์” เพื่อสร้างอนาคตเด็กไทยผ่านมูลนิธิคิง เพาเวอร์ ที่ทำต่อเนื่องยาวนานถึง 13 ปี ในการสนับสนุนอุปกรณ์การเรียน สื่อการเรียนการสอน ซ่อมแซมอาคารเรียน และสร้างห้องสมุด รวมถึงปลุกปั้นอนาคตที่ดีให้คนไทยมีโอกาสไปหาความรู้ในต่างประเทศ เพื่อกลับมาช่วยพัฒนาประเทศ

ทางด้านสุขภาพ โครงการที่โดดเด่นที่สุด คงหนีไม่พ้น โครงการก้าวคนละก้าว ร่วมกับ “ตูน บอดี้สแลม” ที่วิ่งจาก อำเภอ เบตง จังหวัดยะลา ถึง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อระดมเงินบริจาคให้กับ 11 โรงพยาบาล ไม่เฉพาะบริจาคให้โรงพยาบาล

แต่คือ“การสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั้งประเทศ” ออกกำลังกายดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวต่างหาก ที่ คิง เพาเวอร์ มองเป็นประเด็นใหญ่ ตามแนวคิดของ “วิชัย” ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เป็นประโยชน์ได้เสมอ

“คิง เพาเวอร์” ยังสานต่อความหวังของเขา ที่จะให้โอกาสกับคนไทยอย่างไม่สิ้นสุด โดยเปิดโอกาสให้สินค้าไทย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหัตถกรรม อาหาร ขนม และของที่ระลึก สามารถนำมาจำหน่ายในพื้นที่ของคิง เพาเวอร์ ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้หลายชุมชนทั่วประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า

 

ยกตัวอย่าง คอลเลกชั่น “INDIGO” ผลงานผ้าคราม จากสกลนคร ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะ ไปแจ้งเกิดที่เลสเตอร์ ซิตี้ ณ เดอะ ซิตี้ แฟนสโตร์ แอท คิง เพาเวอร์ สเตเดียม ช็อปของสโมสร ซึ่งนักเตะระดับโลกของทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ถูกเรียกขานว่า“จิ้งจอกสยาม” ไปเสียแล้ว ก็ใช้ผลผลิตจากเมืองไทยกันถ้วนหน้า

“วิชัย ศรีวัฒนประภา : The Possible Man VS” แม้จะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ แต่สิ่งที่เขาให้มาตลอดทั้งชีวิต ทำให้ชื่อของเขาคนนี้ เป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่น และศรัทธาใน “พลังคนไทย” เป็น “ผู้ให้” โดยไม่คาดหวัง และเป็น “ผู้ที่ถูกระลึกถึง” ตราบนิรันดร์

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight