Beauty

แชร์วิธีคิดเอาชนะตัวเอง ทำอย่างไรให้ลดน้ำหนัก 13 กิโลกรัมได้ ภายใน 5 เดือน!?

อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นอุปสรรคคอบขวางไม่ให้สาวๆเอาชนะกับการลดน้ำหนักของตนเองนั่นก็คือ “ความคิด” ของตัวเราเองเนี่ยแหละ อย่างที่หลายๆ คนมักจะพูดเอาไว้ว่า เอาชนะอะไรก็ไม่ยากเท่าเอาชนะใจตัวเอง จึงไม่แปลกนักที่สาวๆ หลายคนฮึดสู้ขึ้นมาลดน้ำหนักแล้วมันไม่สำเร็จไปตามที่เราคาดหวังไว้ แต่ไม่เป็นไรนะคะเพราะวันนี้ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม คุณ venas ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์การลดน้ำหนักของตัวเอง ที่มีข้อคิดเตือนใจเวลาลดน้ำหนักมาฝากบอกเราอีกด้วย พูดเลยว่าคติที่ คุณ venas ยึดถือไว้นี่แหละคือแรงผลักดันที่ทำให้เธอลดน้ำหนักได้ถึง 13 กิโลกรัม โดยใช้เวลาเพียง 5 เดือนเท่านั้น

แชร์ประสบการณ์ ลดน้ำหนัก 13 กิโลกรัม ใน 5 เดือน

ไม่ใช้ยาลดน้ำหนักและอาหารเสริมใด ๆ ทั้งสิ้น

ห้ามนำรูปไปใช้โฆษณาในเชิงพาณิชย์ใด ๆ ทั้งสิ้น

Day 150 th : 13 November 2018

  • ส่วนสูง 158 cm.
  • น้ำหนักเริ่มต้น 74 kg.
  • น้ำหนักปัจจุบัน 61 kg.
  • % ไขมัน 33.4 kg.
  • มวลกล้ามเนื้อ 38.9 kg.
  • ไขมันในช่องท้อง 6.0
  • รอบเอวเริ่มต้น 39”
  • รอบเอวปัจจุบัน 33.5″

          ตั้งใจเขียนยาวหน่อยนะคะ แต่มีประโยชน์

จากการทดลองตนเองและศึกษาข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ ทำให้ได้ข้อสรุปว่า หัวใจหลักของการทานอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักและมีสุขภาพที่ดี คือ

1. ให้เราปรับความคิดใหม่

          ให้เราปรับความคิดใหม่ว่า #เราต้องการลดไขมัน #ไม่ใช่ลดน้ำหนัก เราอย่าไปกังวลหรือซีเรียสกับตัวเลขบนตาชั่งมากเกินไป ให้เราดูที่สัดส่วนจะดีกว่า คนน้ำหนักเท่ากัน อีกคนไขมันเยอะ อีกคนกล้ามเนื้อเยอะ สัดส่วนก็ไม่เท่ากันแล้ว

2. การนับแคลอรีเป็นสิ่งที่ดี

          แต่ควรมีหลักการคิดอย่างถูกต้อง และไม่ควรลดปริมาณการกินมากเกินไป เช่น วันหนึ่งต้องใช้ 1,700 ถ้าจะลดก็ลดลงมาเหลือ 1,600 และค่อย ๆ ลดลงไปเป็น 1,500-1,400

#โดยเลือกทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ ควรค่อย ๆ ปรับไปเรื่อย ๆ บางคนกินน้อยมาก วันละ 1,000 มันน้ำหนักลงก็จริง แต่เชื่อเถอะไขมันคุณลดนิดเดียว และคุณจะมีโอกาสโยโย่มากขึ้น ถ้ากล้ามเนื้อคุณหายไป ระบบเผาผลาญคุณก็จะเสียและเอากลับคืนมายาก เมนูของเราจะไม่เน้นกินคลีน แต่เน้น “กินครบ” “ครบมื้อ ครบหมู่ ครบสัดส่วน”

          2.1 ครบมื้อ คือ เช้า กลางวัน เย็น และไม่เน้น kcal น้อยเกินไป ควรกินให้ไม่ต่ำกว่าค่า BMR (ค่าพลังงานที่ร่างกายใช้ต่อวัน) สามารถหาคำนวณได้จากในเว็บต่าง ๆ ซึ่งแต่ละคนนั้นก็จะแตกต่างกันไป ของเราประมาณ 1,500 kcal/วัน โดยเราจะเน้นหนักกินมื้อเช้า มื้อกลางวันก็รองลงมา และมื้อเย็นน้อยสุด โดยใช้วิธีแบ่งเป็น

• มื้อเช้า 40% = 600 kcal

• กลางวัน 30% = 450 kcal

• มื้อว่าง 10% = 150 kcal

• มื้อเย็น 20% = 300 kcal

          2.2 ครบหมู่ คือ ครบ 5 หมู่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ

          2.3 ครบสัดส่วน คือ การแบ่งสัดส่วนของสารอาหารให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละ 1 จานโดยเราใช้สูตร

◆ คาร์โบไฮเดรต 50% >> คาร์โบไฮเดรตดี ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต

◆ โปรตีน 30% >> โปรตีนดี ไก่ ไข่ ปลา เต้าหู้ นมถั่วเหลือง

◆ ไขมัน 20% >> ไขมันดี น้ำมันมะกอก อะโวคาโด อัลมอนด์

ส่วนวิตามิน แร่ธาตุ จากผัก ผลไม้ สามารถกินได้เยอะเลย แต่ควรเลือกผักและผลไม้ที่น้ำตาลน้อยที่สุด

          2.4 จำกัดปริมาณน้ำตาลให้ไม่เกิน 26 mg., โซเดียมไม่ให้เกิน 2,400 mg.

3. การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ

          และไม่หักโหมจนเกินไป และหากเราออกกำลังกายเราก็ควรทานอาหารเพิ่มเข้าไปด้วย การออกกำลังกายหนักแต่ทานน้อยก็ไม่ต่างกับการอดอาหาร

4. มีกำลังใจก็จะมีคำบั่นทอน พวกคำพูดที่ว่า

– กินน้อย ๆ สิจะได้ผอม ๆ

– จะลดได้ไง กินเยอะขนาดนี้

– หรือพวกที่มาถามว่าลดได้น้อยจัง

– กินเข้าไปได้ไงอาหารไม่อร่อย ทรมานตัวเองทำไม

เราไม่ต้องไปสนใจ ให้เราคิดไว้เสมอว่า

#เราไม่มีทางลดน้ำหนักได้เพราะคนอื่น

#และเราก็ไม่มีทางอ้วนได้เพราะคนอื่นเช่นกัน

ให้เราท่องไว้ว่านี่จะเป็นการลดน้ำหนักครั้งสุดท้าย

5. ช่วงหลังมาเราก็จะไม่ได้เคร่งมาก

          กินอาหารนอกบ้านบ่อยขึ้น แต่เลือกเมนูอาหารเอา ของทอด ของมันก็มีกินบ้าง แต่กินแค่พอหายอยาก ไม่เยอะเหมือนเมื่อก่อน

6. ประยุกต์เอา

          หากเราไม่สะดวกที่จะทำอาหารกินเอง เช่น เราเพิ่งกลับจากอินเดีย อาหารอินเดียขึ้นชื่อเรื่องหวาน มัน เลี่ยน แต่เราก็สามารถประยุกต์เอาได้ เลือกเมนูที่ไม่มันมาก หรือกรณีต้องไปเดินป่า เราจะมีกฎของตัวเองคือ

– มื้อเช้ากินเยอะสุด อัดโปรตีนเยอะ ๆ คาร์บเยอะได้

 เน้นอาหารที่เตรียมไปเอง เช่น ขนมปังโฮลวีต ทูน่า เนยถั่ว ไข่ต้ม

          – มื้อกลางวันตามสถานการณ์ พยายามเลือกเมนูที่ได้สารอาหารมากสุด ไขมันไม่เยอะ

          – มื้อเย็นตามสถานการณ์ เน้นปริมาณไม่มาก

7. ในกรณีที่เราต้องทานอาหารร่วมกับเพื่อนหรือคนหมู่มาก

          ถ้าเป็นอาหารจานเดียวของใครของมันเราเลือกได้สบาย แต่ถ้าต้องทานร่วมกับคนอื่นเราไม่ควรทำตัวให้เพื่อนอึดอัด เราสามารถเลือกกินได้

#อย่าให้การควบคุมอาหารของเราทำให้คนอื่นลำบากใจ

8. เลือกเครื่องปรุงให้ดี

          พวกเครื่องปรุงรส อาหารเราใช้แบบ Low Sodium น้ำตาลใช้น้ำตาลหญ้าหวาน น้ำมันใช้น้ำมันมะกอก

9. ลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี

          การลดไขมันซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการลดน้ำหนักมากถึง 80% คือการรับประทานอาหาร  ส่วนอีก 20% คือการออกกำลังกาย

#สิ่งที่ทำก่อนหน้าที่จะเข้าคอร์ส

– ทานอาหารไม่เลือก และไม่ค่อยเป็นเวลา

– ของทอด ของมัน กินบ่อยมาก

– ผัก ผลไม้ ไม่กินเลย

– ทานอาหารในปริมาณที่เยอะมาก

– นอนดึกมาก

– ขับถ่ายทุกเช้าหลังตื่นนอน แต่ขับถ่ายออกมาไม่ค่อยหมด

– ไม่ออกกำลังกาย

พฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนแปลง

– งดหวาน มัน ทอด เค็ม

– พยายามไม่กินอาหารแปรรูป

– เปลี่ยนน้ำมันเป็นน้ำมันมะกอก

– พวกเครื่องปรุงเป็นพวกโซเดียมต่ำ

– นม โยเกิร์ต ก็เลือกที่รสธรรมชาติ น้ำตาลน้อยที่สุด

– งดน้ำหวาน น้ำอัดลม

– งดแอลกอฮอล์ทุกชนิด

– หลีกเลี่ยงอาหารที่โซเดียมสูง น้ำตาลสูง

– กินผัก ผลไม้ เยอะขึ้น

ในช่วงแรก ๆ เราต้องเอาชนะใจตนเองในการไม่อยากกลับไปกินแบบเดิมค่อนข้างมาก แต่เชื่อเถอะทุกคนสามารถผ่านมันมาได้ ตอนนี้เราก็ยังมีอยากกินของทอด ของมัน ของหวานบ้าง แต่ไม่มากเท่าตอนแรก ๆ เรากำลังให้ตัวเองมี cheat meal ไว้ เดือนละ 4 มื้อ เพื่อให้เราไม่โหยจนเกินไป

ขอบคุณ : สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม คุณ venas

Add Friend Follow
Saranya Sawangjai