Politics

‘เพื่อไทย’งัดแคมเปญ ‘หวยบำเหน็จ’ หาเสียงโค้งสุดท้าย

ที่พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย และน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ผู้สมัครส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงนโยบายอาทิตย์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง

โดยได้มีการเปลี่ยนแคมเปญหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายเป็น “พอแล้ว ! นักการเมืองดัดจริต ต่อชีวิตเผด็จการ” รวมถึงติดป้ายหาเสียงเพิ่มเติม และเปลี่ยนแบล็กดอร์ปห้องแถลงข่าวเป็นชุดข้อความแคมเปญล่าสุดด้วย

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า 7 วันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง เรามองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญ อยู่บนความคาดหวังของประชาชนมากกว่าทุกครั้ง การเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้ง เพราะมีกติกาที่ไม่เหมือนกติกาสากล เป็นกติกาที่สร้างขึ้นมา เพื่อเอื้ออำนวยการสืบทอดอำนาจของ คสช.

พรรคเพื่อไทยจึงจะบอกประชาชนว่า เหลือเวลา 7 วันสุดท้าย ขอให้ประชาชนพิจารณา  ไปเลือกตั้งแบบมียุทธศาสตร์ เพื่อหยุดการสืบทอดอำนาจของคสช. และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ไม่เลือกโดยรักใครชอบใคร เพราะสุดท้ายพรรคที่ท่านชอบ หรือคนที่ท่านชอบ แม้ชนะแต่อาจจะไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ประชาชนต้องรู้จุดยืนของแต่ละพรรคว่า เป็นอย่างไร ไม่สืบทอดอำนาจของ คสช. ต้องเลือกพรรคเพื่อไทยเท่านั้น และต้องเลือกอย่างถล่มทลาย เพราะ 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่ได้เดินหน้า มีแต่ถอยหลัง

รัฐบาลพยายามบอกว่า บ้านเมืองสงบ แต่เป็นความสงบที่ไม่มีคุณภาพ ประชาชนลำบาก และเศรษฐกิจแย่ ทั้งที่ก่อนการรัฐประหารเศรษฐกิจประเทศไทยอยู่ในลำดับ 4 ของอาเซียน ลำดับคอร์รัปชั่นของไทยในช่วงที่ไม่มีนักการเมืองตกไปอยู่ที่ลำดับ 99 จากที่เคยอยู่ลำดับที่ 85

“5 ปีที่ผ่านมา ล้มเหลวมากแต่กลับมีนักการเมืองของบางพรรคการเมืองที่คิดต่อท่ออำนาจเผด็จการ การเลือกตั้งครั้งนี้มีเพียง 2 ทางเลือก คือกลุ่มพรรคที่หนุนพล.อ.ประยุทธ์ หนุนการสืบทอดอำนาจ กับกลุ่มพรรคที่ไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ และการสืบทอดอำนาจ

ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มพรรคที่ยังมีจุดยืนที่ไม่ชัดเจนกล้าพูดว่า ไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ แต่ไม่กล้าพูดว่า จะไม่เอาพรรคที่ไม่สืบทอดอำนาจ แล้วสุดท้ายหลังการเลือกตั้งก็จะมีคำพูดที่เหตุผลหล่อๆ ที่จะไปร่วมกับพรรคสืบทอดอำนาจ นี่คือยุทธศาสตร์แรกที่เราเสนอให้ประชาชนตัดสินใจเลือก ยุทธศาสตร์ที่ 2 คือ กติกาที่ไม่เหมือนเดิม คสช. กำลังเข้ามายึดอำนาจจากประชาชนผ่านรัฐธรรมนูญลายพราง ให้พล.อ.ประยุทธ์กลับมาสืบทอดอำนาจได้อีกครั้ง เป็นกติกาที่ประชาชนเสียเปรียบ ไม่ได้ทำตามความต้องการของประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีส.ว. 250 คนที่พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมขึ้นมาเลือก ใช้เงินภาษีของประชาชนไปคัดสรรมา ประชาชนต้องรู้ว่าหากออกไปเลือกตั้งน้อย จะทำให้เสียงของประชาชนถูกบิดเบือนด้วยส.ว. 250 คน

“ถ้าประชาชนไม่อยากยอมแพ้ให้เผด็จการ ไม่อยากใช้ชีวิตอย่างสิ้นหวัง มีทางเดียวคือเราต้องหยุดการสืบทอดอำนาจของคสช. โดยการไปเลือกพรรคเพื่อไทย เพื่อผ่ากฎหมายลายพราง” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

เมื่อถามถึงรายละเอียดของนโยบาย.”หวยบำเหน็จ”คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เอาความชอบของประชาชนส่วนใหญ่มาปรับ โดยการชวนประชาชนให้มาออมเงิน โดยการซื้อหวยทุกเดือน แล้วเงินไม่หายไปไหน ได้รับรางวัลคล้ายลอตเตอรี่ คือ มีรางวัล 2 ตัว 3 ตัว จะซื้อมากหรือซื้อน้อยก็ได้ เป็นความเต็มใจนำเงินมาออม เงินจากการซื้อหวย สมมติจำนวนแสนล้านบาทเงินก็ไม่หายไปไหน แต่จะกลายเป็นเงินออมของประชาชน มีดอกเบี้ยและเงินปันผลให้ อายุ 20 ปี เริ่มซื้อ ก็ซื้อไปจนถึงอายุ 60 ปี โดยผู้ซื้อต้องมีบัญชีซื้อหวย  ต่างกันที่หวยบำเหน็จสามารถเลือกซื้อเลขได้  หากเสียชีวิตก่อนเกษียณเงินก็จะตกเป็นของลูกหลาน  เบื้องต้นฉลากจะขายเป็นหน่วย หน่วยละ 50 บาท และประชาชนสามารถเลือกตัวเลขเพื่อลุ้นรางวัลได้

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันกองสลากเป็นคนจ่ายเงินให้เรา อีกประเภทคือมือธนาคารออมสิน ที่ออกมาในรูปแบบสลากออมสิน แต่หวยบำเหน็จที่เราคิดต่างจากตรงนี้ คือซื้อเหมือนหวยปกติ แต่เงินไม่หายไป ถ้าถูกรับเงินที่ถูกไป แต่ถ้าไม่ถูกเอาเงินที่ซื้อหวยไปเข้ากองทุนเพื่อออมไว้ แล้วเบิกได้เมื่อเกษียณอายุ

ทั้งนี้คงต้องมีการตราเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยธนาคารออมสินว่าด้วยสลากบำเหน็จ และปรับกองทุนการออมแห่งชาติ ให้มีกองทุนประเภทหนึ่งขึ้นมาเพื่อรองรับตรงส่วนนี้ เราคิดมารอบคอบแล้วว่าทำได้ และทำได้แน่

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight